
อนุพงษ์ถก5ทบ.สั่งบี้เสธ.แดงหาหลักฐานโยงM79
"อนุพงษ์ ถก 5 เสือ ทบ.สั่งบี้ เสธ.แดง หาหลักฐานโยงใช้เอ็ม 79 ยิง พธม. สั่งหน่วยทหารทั่วประเทศ เจอ เสธ.แดง ที่ไหนจับส่งตำรวจ เพิ่มซีซีทีวีใน ทบ. อีก 60 ตัว พร้อมมาตรการคุมเข้ม เด็กจิ๋ว ชี้ค้นบ้าน เสธ"แดง รับไม่ได้เหตุเจ้าบ้านไม่อยู่ ชี้ใครเอาอะ
(22ม.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้เชิญ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. พล.อ. ธีระวัฒน์ บุณยประดับ ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ. วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ. พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก ประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์หลังเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารบก (สห.ทบ.) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพัก พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และลูกน้องคนสนิทที่ ม.พัน.3 รอ. และ ม.พัน.4 รอ. พบอาวุธสงครามจำนวนมาก รวมทั้งได้หารือกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงอาจจะเอาเหตุการณ์ออกหมายจับพล.ต.ขัตติยะ เป็นเงื่อนไขในการชุมนุมอีกครั้ง
แหล่งข่าวนายทหารระดับสูง กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้สั่งการให้หน่วยทหารขึ้นตรงกองทัพบกสอดส่องดูแลภายในหน่วยทหารทั่วกรุงเทพฯ และตรวจตราคลังอาวุธของหน่วยทหาร รวมทั้งประเมินเหตุการณ์ในช่วงต่อจากนี้ ซึ่งจะส่อเค้ารุนแรงที่เกรงว่ากลุ่มเสื้อแดงอาจยกเงื่อนไขนี้นำมารวมตัวชุมนุม ทั้งนี้ ที่ประชุม พล.อ.อนุพงษ์ ได้สั่งการให้หน่วยทหารทั่วประเทศ หากพบเห็น พล.ต.ขัตติยะ ให้จับตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที โดยพล.อ.อนุพงษ์ ได้ย้ำในที่ประชุมให้เพิ่มความระมัดระวังหน่วยที่ตั้งของทหารทุกจุด รวมทั้งดูแลคลังอาวุธ โดยให้เพิ่มทหารเวรยาม และตรวจตราถี่ขึ้น เพื่อป้องกันการปล้น และการลักลอบนำอาวุธจากหน่วยออกไปใช้
“พล.อ.อนุพงษ์ ได้ปรารภกับนายทหารระดับ 5 เสือ โดยเฉพาะการตำหนิสื่อมวลชนที่พยายามเสนอข่าวว่าการจับกุม พล.ต.ขัตติยะ เป็นการกลั่นแกล้งทั้งที่เป็นความผิดที่มีหลักฐานชัดเจน โดยไม่ต้องการเห็นสื่อมวลชนเสนอข่าวโดยเปรียบ พล.ต. ขัตติยะ เป็นฮีโร่ เพราะขณะนี้หลักฐานะอะไรชัดแจ้งขึ้นมาหมด เกรงจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิด รวมทั้งตำรวจยังนำหลักฐานการยิงกลุ่มผู้ชุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในหลายครั้งที่ผ่านมา สื่อต้องให้ความเป็นกลาง เรารู้และทราบพฤติกรรมที่ผ่านมาของ พล.ต.ขัตติยะ ที่สวมเครื่องแบบทหารเป็นข้าราชการกระทรวงกลาโหม แต่กลับมาด่าท่อผู้บังคับบัญชาใช้วาจาข่มขู่จะกระทืบบ้าง จะยิงบ้าง มันชัดเจนว่าทหารคนนี้ไม่มีวินัย ไร้ระเบียบต่อเครื่องแบบ แถมยังทำผิดกฎระเบียบกองทัพมาโดยตลอด ” แหล่งข่าวนายทหารกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้ข้อหาทุกอย่างมันชัดเจนมีการครอบครองวัตถุอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด กระสุน และปืนโดยเฉพาะที่บ้านพักพลขับ คือ จ.ส.อ. ณัฎฐ์สิทธิ์ สุวรรณราช ถามว่าพลขับจะกล้ามาสะสม หรือครอบครองอาวุธสงครามจำนวนมากย่างนี้หรือ มันต้องของพล.ต.ขัตติยะ แน่นอน อาวุธที่จับได้ต้องนำไปขยายความเพื่อดูความผิดว่าเคยนำไปใช้ก่อนเหตุที่ไหนบ้าง ขณะนี้ตำรวจออกหมายจับเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในกองบัญชาการกองทัพบก ยังได้เพิ่มระบบการรักษาความปลดภัยเพิ่มขึ้น โดยให้เข้มงวดการเข้าออกของบุคคลภายนอก และรถยนต์ที่เข้าออกในบริเวณ บก.ทบ.ทั้งได้เพิ่มกำลังพล ในการตรวจตราเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการนำสุนัขทหารเข้ามาดมกลิ่นวัตถุระเบิดเพิ่มขึ้น และให้กำลังพลทุกคนสังเกตสิ่งแปลกปลอม พร้อมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิด หรือ ซีซีทีวี ภายในกองทัพบกอีก 60 ตัว เพื่อเป็นมาตรการรักษาความปอลดภัย
พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงกรณีที่มีการยิงเอ็ม 79 บริเวณชั้น 6 สำนักงานผู้บัญชาการทหารบกว่า เป็นการมาหารือและรับฟังสถานการณ์ ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งเพิ่มเติมมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย เนื่องจากมาตรการเดิมเพียงพอแล้ว เพราะกองทัพบกมีเวรยามอยู่ตลอด ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ยังไม่มีข่าวว่าจะมีการมาลอบยิง ส่วนการรักษาความปลอดภัยกองทัพภาคที่ 1 ทำตามปกติ คิดว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไร
เมื่อถามว่า อาจจะเป็นการสร้างสถานการณ์จากคนภายในหรือไม่ เนื่องจากตอนเกิดเหตุกลับไม่มีใครได้ยินเสียงระเบิด พล.ท.คณิต กล่าวว่า ไม่มีทาง แต่เหตุเกิดในเวลาดึกอาจจะไม่มีใครได้ยินเสียง ส่วนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มสื่อแดงตอนนี้ยังไม่มีข่าวอะไร แต่หากมีข่าวว่าจะมีกาชุมนุมวันไหนคงต้องมาประเมินสถานการณ์กันอีกที
พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ หรือ เสธ.หมึก คนสนิทของพล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ กล่าวถึงกรณีที่มีการบุกค้นบ้านพล.ต. ขัตติยะ ว่า ตนรู้จักกับพล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) มานาน เพราะท่านมีความสนิทสนมเป็นอย่างดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี สมัยก่อนตนเคยโดนกล่าวหาตั้งแต่ท่านอยู่กองปราบว่าส่งคนไปฝึกผกค.ยิงเอ็ม 72 ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง ครั้งนี้เลยไม่ทราบว่าจะมีเรื่องอะไรที่ไม่จริงบ้าง เพราะบางครั้งการไปตรวจค้นไปมือเปล่าแต่กลับมาค้นได้ปืนกลับมา ซึ่งคนระดับพล.ต.ขัตติยะ หากทำอะไรจริง คงไม่ประมาทขนาดที่จะเก็บของไว้ในบ้านหรือกับคนใกล้ตัวหรอก ทำแบบนี้ก็โง่เกินไปแล้ว
“รถของ เสธ.แดงจอดไว้เฉยๆ ใครจะเอาอะไรมาใส่ก็ได้ เพราะขนาดไปตรวจค้นยังเปิดรถได้สบายเลย หากใครไม่หวังดีหรือต้องการใส่ร้าย เสธ.แดง จะเอาอะไรมาใส่ในรถแล้วจะรู้ได้อย่างไร ถือว่าง่ายต่อการกลั่นแกล้งได้ และเสธ.แดง ก็ไม่ได้อยู่บ้านด้วย ซึ่งการไปตรวจค้นต้องระบุว่าจะให้ใครเข้าไปตรวจค้นบ้าง ส่วนมากจะประมาณ 2 - 3 คน แล้วเจ้าของบ้านจะต้องอยู่ด้วย เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ” พล.ท.พิรัช กล่าว
เมื่อถามว่า มีการระบุว่าบ้านลูกน้องพล.ต.ขัตติยะ พบวัตถุระเบิดจำนวนมาก พล.ท.พิรัช กล่าวว่า คนที่อ้างว่าเป็นลูกน้องอาจจะมีความผิดฐานมีอาวุธสงครามในครอบครอง แต่ตอนนี้เสธ.แดงเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งประจำ ซึ่งทหารที่มีตำแหน่งประจำจะไม่มีลูกน้อง หรือผู้ใต้บังคับบัญชา แต่หากจะว่าเขาเป็นลูกน้องเสธ.แดง ก็ต้องถือว่าเขาเป็นลูกน้องผบ.ทบ.ด้วยเหมือนกัน เพราะผบ.ทบ เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง
แหล่งข่าวใกล้ชิดพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวคงต้องเป็นไปตามกฎหมาย ขณะนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ได้เครียดอะไร ครอบครัวท่านก็ไม่ได้กลัวอะไร ทั้งคุณกุลยา เผ่าจินดา ภรรยา และบุตรของท่านก็ไม่กลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่บ้านพักที่ร.1 รอ. แต่ยังอยู่ในบ้านพักส่วนตัวของท่านย่านพุทธมณฑลสาย 2 ความจริงท่านไม่ได้อยากมีเรื่องทะเลาะกับใคร แต่เขามาหาเรื่องท่านเอง การวางมาตรการความปลอดภัยไม่ได้เพิ่มมากขึ้น แต่อาจจะมีมอเตอร์ไซด์ประกบข้างรถ เพื่อป้องกันคนที่จะมาข้างรถท่าน เราต้องเตรียมป้องกันไว้ดีกว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา ส่วนบริเวณบ้านพักของท่านที่พุทธมณฑลก็จัดวางกำลังเพิ่มเติมตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยจะเน้นมาตรการป้องกันการยิงระเบิดเอ็ม 79 เป็นหลัก เพราะหลายเหตุการณ์เขาจะใช้รูปแบบนี้เป็นหลัก การวางกำลังจึงต้องเน้นจุดนี้ เพื่อป้องกันบ้านและครอบครัวท่าน ซึ่งท่านเองไม่ได้ห่วงตัวเองเท่าไหร่ แต่ห่วงคนรอบข้างมากกว่า



