
ศาลให้ประกันตัว2ลูกน้องเสธ.แดงคนละ2แสน
พนักงานสอบสวนส่งลูกน้อง เสธ.แดง ขังคุกทหาร 12 วัน พร้อมคัดค้านการยื่นประกันตัว ศาลอนุญาตฝากขังครั้งแรก พลทหารดูแลบ้าน เสธ.แดง ครอบครองอาวุธปืน -ยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
(22ม.ค.) เวลา 12.00 น. ที่กรมพระธรรมนูญ พ.ต.ท.มาโนช สวนดอกไม้ พนักงานสอบสวน นำจ.ส.อ. ณัฎฐ์สิทธิ์ สุวรรณราช ผบ.หมู่ยานเกราะ ลูกน้องคนสนิท พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก มาขออำนาจศาลทหารฝากขังผลัดแรก 12 วัน หลังจากที่ตำรวจตรวจพบอาวุธสงคราม ในบ้านพักแฟลตชุมชนทหารกองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา โดยขั้นตอนฝากขังมี พ.ท.มงคลสวัสดิ์ เพ็ชรศรีกอง ตุลาการศาลทหารกรุงเทพ เป็นผู้พิจารณาตามพยานหลักฐานของกองปราบ ทั้งนี้ถ้าสอบสวนไม่เสร็จภายใน 12 วัน ก็สามารถร้องขอต่อศาลควบคุมตัวต่อไปได้อีก 84 วัน หากการสอบสวนยังไม่เสร็จก็ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหา โดยช่วงเย็นวันที่ 22 มกราคมนี้ ศาลทหารจะนำ จ.ส.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ ไปขังไว้ที่เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11(มทบ.11) จ.นครปฐม โดย จ.ส.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ มีสีหน้าที่เรียบเฉย ไม่ได้แสดงอาการวิตกกังวลแต่อย่างใด
จากนั้น พ.ต.ท.มาโนช กล่าวว่า ตนนำ จ.ส.อ. ณัฏฐ์สิทธิ์ มาฝากขัง 12 วัน โดยเจ้าหน้าที่คัดค้านการประกันตัว โดยตำรวจจะทำการสืบสวนต่อไป เพราะยังอยู่ในขั้นตอนของตำรวจ ส่วนกรณีที่การติดตามตัว พล.ต. ขัตติยะ นั้น ขณะนี้ยังไม่มีอะไร
ศาลอนุญาตฝากขังครั้งแรก“พลทหารดูแลบ้านเสธ.แดง”
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 22 ม.ค.53 เวลา 14.20 น. - ร.ต.อ.สมโภชน์ เข็มเพชร พนักงานสออบสวนกองปราบปราม พร้อมกำลังตำรวจคอมมานโดควบคุมตัว พลทหาร มานัสชัย คำพร อายุ 22 ปี สังกัดกองพันบริการ กองบริการศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี และนายเอกลักษณ์ วิเศษวงษา อายุ 24 ปี ผู้ดูแลบ้านพักของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบุก ซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักราชการ ผู้ต้องหาที่ 1-2 กระทำผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ พ.ศ.2490 และ พ.ร.บ.ควบคุม ยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มายื่นฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. - 2 ก.พ.นี้
เนื่องจากต้องสอบสวนปากคำพยานอีก 10 ปาก และรอผลตรวจพิสูจน์อาวุธปืนของกลางจากกองพิสูจน์หลักฐานและกรมสรรพาวุธตำรวจ และการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรรม ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังคัดค้านการประกันตัวด้วย เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
โดยคำร้องฝากขัง ระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค.53 เวลา 15.00 น. พ.อ.ฐิติศักดิ์ สมทัศน์ ผู้บังคับกองพันทหารสารวัตรที่ 11 และพ.ท.ชินสรณ์ เรืองศุข ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ กับพวก ได้ทำการตรวจค้นบ้านพักข้าราชการของ พล.ต.ขัตติยะ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ เขตดุสิต เนื่องจากมีเหตุสงสัยว่าจะเกี่ยวพันกับการยิงลูกระเบิดแบบ เอ็ม 79 เข้าไปยังกองบัญชาการกองทัพบกเมื่อวันที่ 14 ม.ค.53 ที่ผ่านมา ระหว่างตรวจค้นพบผู้ต้องหาทั้ง 2 อยู่ที่บ้านพักดังกล่าวจึงขอตรวจค้น โดยให้ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้นำตรวจค้นปรากฏว่า พบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดและเสื้อเกราะจำนวน 8 รายการ
เมื่อสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 2 ก็ไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใดจึงควบคุมตัวทั้ง 2 พร้อมของกลางที่เชื่อว่ามีไว้เป็นความผิดหรือได้มา หรือได้ใช้ในการกระทำผิด นำส่งพนักงานสอบสวน สน.เตาปูนเพื่อดำเนินคดี ซึ่งต่อมา สน.เตาปูน ส่งมอบของกลางและผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตามตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ พ.ศ.2490 มาตรา 7,8,38,72,74 และ พ.ร.บ.ควบคุม ยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาตรา 15 ,42 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การปฏิเสธโดยตลอด
ก่อนหน้านั้นวันเดียวกันตำรวจกองปราบปรามเบิกตัว จ.ส.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ สุวรรณราช ผบ.หมู่ทหารม้าบรรทุกอากาศยาน ม.พัน 3 รอ.คนสนิท พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ “เสธ.แดง” ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก,นายเอกลักษณ์ วิเศษวงศา อายุ 24 ปี ผู้ดูแลบ้าน และ พลทหารมานัสชัย คำพร สังกัดกองพันบริการ กองบริการ ศูนย์การทหารม้า ทหารรับใช้ ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหาไปทำการพิมพ์ลายนิ้วมือก่อนนำตัวไปสอบปากคำต่อที่ห้องทำงานชุดปฏิบัติการ 1 กก.1 บก.ป. โดยคาดการณ์ว่า การสอบปากคำ การทำบัญชีของกลางทั้งหมดที่ยึดได้จากบ้านพัก เสธ.แดง ภายในชุมชนยานเกราะ ม.พัน 4 กับแฟลต ม.พัน 3 ซึ่งเป็นที่พักจ.ส.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ และการแจ้งข้อหาผู้ต้องหา 3 ราย น่าเสร็จสิ้นในช่วงบ่ายวันนี้ ก่อนส่งตัว นายเอกลักษณ์ และ พลทหารมานัสชัย ไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาฯ และส่งจ.ส.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ ให้นายทหารพระธรรมนูญรับไปดำเนินการต่อ
จากการสอบถาม จ.ส.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ ซึ่งยังมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมานอนพักห้องขังกองปราบปรามแล้วไม่พบเรื่องอาถรรพ์หรือโดนผีหลอกตามข่าวที่ล่ำลือแต่อย่างใด ตำรวจก็หาอาหารให้รับประทานและเตรียมเครื่องนอนไว้ให้เป็นอย่างดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.45 น. วันนี้ (22ม.ค.) ร.อ.ดำรง วิเศษโวหาร นายทหารสังกัด ม.พัน 3 เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อนำซีดีบันทึกภาพการเข้าตรวจค้นภายในห้องเลขที่ 1161 ชั้น 1 แฟลต ม.พัน 3 ในกองพันที่ 3 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นห้องพักของ จ.ส.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ มามอบให้ตำรวจเพื่อเก็บไว้ประกอบสำนวนคดี พร้อมกันนี้ ร.อ.ดำรงพยายามขอบัญชีบันทึกของกลางที่ตำรวจยึดได้ไปมอบให้ผู้บังคับบัญชา ม.พัน 3 โดยอ้างว่าจะขอไปเก็บไว้เป็นหลักฐานของฝ่ายทหารด้วย แต่เบื้องต้นพนักงานสอบสวนก็ยังไม่ได้มอบให้ตามคำขอเนื่องจาก ร.อ.ดำรงไม่ได้นำหนังสือของผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดติดตัวมาด้วยแต่อย่างใด
ศาลให้ประกันตัว“2ลูกน้องเสธ.แดง”คนละ2แสน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว พลทหารมานัสชัย คำพร สังกัดกองพันบริการ กองบริการศูนย์การทหารม้า และนายเอกลักษณ์ วิเศษวงษา ผู้ดูแลบ้านพัก พล.ต.ขัตติยะ ภายหลังทนายความผู้ต้องหาทั้งสอง ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์เงินสดคนละ 200,000 บาทขอประกันตัว ทั้งนี้ ศาลอาญาพิจารณาแล้ว อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสอง โดยตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท
ส่งโน้ตบุ๊ค"เสธ.แดง"ให้พฐ.ตรวจสอบข้อมูล
พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผบก.ป. กล่าวถึงแนวทางการสอบสวนรวบรวมหลักฐานในคดีค้นบ้านพัก พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล และลูกน้อง พบอาวุธสงครามเป็นจำนวนมากว่า การสอบสวนจะเน้นไปที่การรวบรวมพยานหลักฐานจากสภาพแวดล้อม และคงจะมีการเรียกทหารที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนของอาวุธสงคราม และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ที่ยึดมาได้นั้นจะนำไปยกตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะพิจารณาส่งไปยังกองพิสูจน์หลักฐาน กรมสรรพาวุธตำรวจ และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิดตรวจสอบต่อไป
พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนั้นมีปมเหตุจากเรื่องอะไรทุกคนก็คงจะทราบกันดีซึ่งพนักงานสอบสวนจะเร่งสอบสวนให้เกิดความชัดเจน พร้อมกันนั้นได้สั่งการให้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนหลายชุดเกาะติดบุคคลที่ต้องการตัว ส่วนการพิจารณาขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมนั้นคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในสัปดาห์หน้า
ผู้สื่อข่าวถามถึง พล.ต.ขัตติยะ ว่าได้มีการติดต่อมายังพนักงานสอบสวนหรือไม่ พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวว่า ยังไม่มีการติดต่อมาแต่อย่างใด ล่าสุดทราบเพียงว่ายังอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ยังไม่ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม คดีนี้ตนได้สั่งการให้ พ.ต.อ.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง ผบก.ป. เป็นหัวหน้าคณะทำงานควบคุมดูแลคดีนี้ โดยมีพนักงานสอบสวนร่วมเป็นคณะทำงาน 4-5 คน
อย่างไรก็ตาม เช้าวันนี้ พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป.ทำหนังสือถึงพล.ต.ต.ธนพล สนเทศ ผบก.ตปพ.เพื่อนำวัตถุระเบิด อาวุธปืน เสื้อเกราะและยุทธภัณฑ์ทั้งหมดที่ยึดได้จากคดีนี้ส่งให้กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.ตปพ.ตรวจสอบและเก็บรักษาไว้ ประกอบสำนวนการสืบสวนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เก็บตัวอยู่ในห้องทำงานเพื่อหลบหลีกกองทัพสื่อมวลโดยไม่ยอมเปิดเผยความคืบหน้าการออกหมายจับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กรณีพัวพันเหตุยิงกระสุนปืนเอ็ม 79 เข้าไปในกองบัญชาการกองทัพบก โดยเวลา 10.30 น. ผบช.น.มีกำหนดการณ์ไปเป็นประธานแถลงข่าวระดมกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาในพื้นที่ สน.ต่างๆ แต่เมื่อถึงเวลากลับไม่ยอมปรากฎตัว ปล่อยให้สื่อมวลชน ผู้ต้องหา และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับ รอง ผบช.น.และผบก.ยืนรออยู่นานเกือบ 1 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 11.15 น. พล.ต.ท.เอก อังศรานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ซึ่งมาพบ พล.ต.ท.สัณฐาน เป็นการส่วนตัวในห้องทำงานชั้น 2 ได้ออกจากห้อง ผบช.น.และเป็นผู้ลงมาแถลงข่าวแทนท่ามกลางความงุนงงของสื่อมวลชนที่รอทำข่าวมาก
พ.ต.อ. รังสรรค์ ประดิษฐ์ผล ผกก.สน.นางเลิ้ง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลเหตุคนร้ายลอบยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าไปในอาคารกองทัพบก เพราะเป็นพื้นที่รับผิดชอบ สน.นางเลิ้ง ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการตรวจพบอาวุธสงครามจำนวนมาก อาทิ กระสุนปืนเอ็ม 79 ระเบิดสังหาร รวมถึงอาวุธชนิดอื่นๆ ที่บ้านของทหารคนสนิท พล.ต.ขัตติยะ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการถูกพักราชการหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่จากการตรวจสอบหลักฐานที่พบบริเวณตึกกองบัญชาการกองทัพบก ยังไม่มีสิ่งใดชี้ชัดว่าทั้งสองเหตุการณ์จะเชื่อมโยงกัน ทั้งนี้จะเร่งสืบสวนขยายผลเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผู้บังคับการประจำกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวกรณีทหารได้ขอความร่วมมือจากตำรวจทั้ง กองบังคับการปราบปราม และบช.น.โดยสน.เตาปูน ได้ไปตรวจสอบบ้านพักต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ว่า หลังจากที่มีการตรวจยึดของกลางและจับกุมผู้ต้องหาไปบางส่วนนั้น พนักงานสอบสวนสน.เตาปูน ได้ส่งมอบของกลางผู้ต้องหา และคดีทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมีหลายคดีที่เกี่ยวข้องกันและกองปราบได้มีการดำเนินการไปก่อนแล้ว ดังนั้นกระบวนการการสอบสวนตามกฎหมายทั้งหมดจะอยู่ที่กองปราบปราม ส่วนวันนี้คงจะอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ซึ่งทราบว่ากองปราบคงรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆทั้งหมดเกี่ยวข้อง โดยให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ถูกพาดพิงซึ่งหากพาดพิงไปถึงผู้ใดก็จะต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ส่วนผู้ที่ยังไม่เกี่ยวข้องหรือมีข้อสงสัยประการใดคงต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้สำนวนทั่งหมดถูกรวบรวมอยู่ที่กองปราบแล้ว
ด้าน พ.ต.อ. สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช ผกก.สน.ธรรมศาลา กล่าวว่า หลังจากที่มีข่าวข่มขู่ทำนองว่า ให้ครอบครัว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ระวังตัว ซึ่งบ้านพักส่วนตัวของ ผบ.ทบ. อยู่ในพื้นที่ของตำรวจ สน.ธรรมศาลาด้วย ตำรวจมีมาตรการดูแลบ้านบุคคลสำคัญในพื้นที่อยู่แล้ว แต่เมื่อมีข่าวดังกล่าว ก็สั่งการให้สายตรวจ เข้าดูแลมากขึ้น ซึ่งตามปกติแล้ว บริเวณบ้านพักของ ผบ.ทบ. ก็มีทหารรักษาการจำนวนมากดูแลอย่างดีอยู่แล้ว โดยภายในบ้านก็ไม่มีใคร นอกจากครอบครัวของ ผบ.ทบ. ทั้งผู้หญิงและเด็ก เท่านั้น ส่วนจะใช้กำลังกำลังเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยทั้งทหาร ตำรวจ ที่ดูแลบ้านพักของ ผบ.ทบ. นั้น ไม่สามารถบอกว่า มีกำลังเท่าไร เพราะเป็นเรื่องของการข่าว แต่เชื่อว่า จะไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรอย่างแน่นอน
“พัลลภ”เผยกำลังประเมินยันเสธแดงไม่เกี่ยวสั่งสมอาวุธ
พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี แกนนำพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้ตนได้ติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่พราะเป็นเรื่องใหญ่ ด่วนสรุปไม่ได้ แต่ได้ประเมินอยู่กันอยู่ซึ่งกรณีระเบิดที่กองทัพบกเป็นเหตุการณ์ผิดปกติ ส่วนกรณีที่กรรมาธิการทหารระบุว่าเป็นวิถีกระสุนจากภายในกองทัพบกนั้น เห็นว่ายังไม่ควรด่วนสรุป เรื่องวิถีกระสุน แต่คนที่ถูกจับตัวไปนั้น ตนทราบมาว่าไม่ใช่ลูกน้องปัจจุบันของ พล.ต.ขัตติยะ แต่เป็นลูกน้องเก่า ที่เคยอยู่มาช่วงปี



