
ก็เพราะมือเรา บายไลน์ ธรรมศักดิ์ มีแสงเงิน
ศึก "แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้" ในเกมชิงถ้วย คาร์ลิ่ง รอบรองชนะเลิศ นัดแรก นับว่าสร้างความสนุกสนาน ลุ้นระทึกให้แฟนบอลได้อย่างอยู่หมัด ทั้งเรื่องลูกบ้า ความห่าม ของ คาร์ลอส เตเบซ และทีมเวิร์กของทั้ง ยูไนเต็ด กับ ซิตี้ หรือแม้กระทั่งเรื่องราวความป่วยไข้ของสายสัมพ
ขณะที่ แกรี เนวิลล์ แบ็กขวากัปตันทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ก็น่าจะได้เรียนรู้ความสูญเสียของตัวเอง นำไปสู่ความเข้าใจชีวิตและเรียนรู้ที่จะเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น หลังจากทำตัวเป็น "ศัตรูมวลชน หมายเลข 1" ของ แมนฯ ซิตี้ คู่ต่อสู้ร่วมเมือง และ ลิเวอร์พูล คู่ต่อสู้แห่งศักดิ์ศรีในวงการลูกหนัง อังกฤษ มาโดยตลอด
เกมนี้ หัวหอกอาร์เจนไตน์ เป็นฝ่ายชนะเพราะมีไหวพริบในการโต้ตอบ และการสร้างจังหวะเป็น
"วีรบุรุษ" ในสนาม อย่างไรก็ตาม การที่คนผู้หนึ่งรอดตายจากสงครามจิตวิทยานั้น ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาปลอดภัยและกลับมาเป็นคนเดิมเสมอไป เพราะ เตเบซ ในโมงยามนี้ ก็ไม่ต่างจาก "เดอะ เนวิลเลอร์" เขากลายเป็น "นัมเบอร์ วัน พับบลิค เอนิมี" สำหรับ "ปีศาจแดง" ไปแล้วโดยปริยาย
และมันจะไม่ใช่แค่นี้ หากใน ฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศ แอฟริกาใต้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกกล่าวขานว่าเป็นดินแดนร้อนแล้งแห้งผาก เต็มไปด้วยความทุกข์ยาก ความรุนแรง สงครามสีผิว ความขัดแย้งที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว อาร์เจนตินา ชาติของ เตเบซ ต้องโคจรมาพบกับ อังกฤษ ในรอบใดก็ตาม เตเบซ จะเป็นศัตรูมวลชน หมายเลข 1 ของชาวอังกฤษ ทันที ไม่ว่าชาวอังกฤษ คนนั้น จะเป็นสาวกของ "เรือใบสีฟ้า" หรือไม่ก็ตาม
ทั้งที่จริงแล้วกรณีของ เตเบซ เป็นการเล่นเกมกันของนายกับน้อง ระหว่างเขากับ เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม "เรดเดวิล" เท่านั้น ส่วนสาวกยูไนเต็ด ก็เป็นไปตามวิถี ที่ไม่มีวันผูกมิตรกับใครก็ตามที่สวมเสื้อ "เดอะ ซิตีเซนส์" แน่นอน
ทว่าระหว่าง เตเบซ กับ เนวิลล์ผู้พี่ ถือเป็นการไม่ยอมเปิดใจ เพื่อเข้าหาและพูดคุยกันด้วยความเข้าใจมากกว่า เนื่องจากสิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความเกลียดชัง
ถือเป็นตลกร้ายสำหรับความป่วยไข้ของสายสัมพันธ์ จากเพื่อนร่วมทีมที่ชนะเลิศ 5 ถ้วยรางวัลหลักมาด้วยกัน เพื่อนร่วมทีมที่ต่อสู้ร่วมกันมา 3 ปี
เพราะเพื่อนดีๆ หนึ่งคนไม่ได้มีกันง่ายๆ เราไม่ควรยึดถืออารมณ์เป็นเครื่องเล่น ที่มักขึ้นลงตามความยึดถือเฉพาะหน้า เพราะเมื่อวันหนึ่งเราทำใจเพื่อนแตกแหลกยับ ก็เป็นเพราะมือเราเองที่ขยี้มัน



