ข่าว

ชูวิทย์ ชี้ "รัฐบาลจะพังเพราะโควิด ส่วน ปชช.พังเพราะเศรษฐกิจ"

ชูวิทย์ ชี้ "รัฐบาลจะพังเพราะโควิด ส่วน ปชช.พังเพราะเศรษฐกิจ"

21 ม.ค. 2564

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ชี้ "รัฐบาลจะพังเพราะโควิดมากกว่าพังเพราะฝ่ายค้าน ส่วน ปชช.พังเพราะเศรษฐกิจมากกว่าพังเพราะโควิด-19"

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองคนดังโพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระลอกใหม่ที่กลับมาระบาดในประเทศไทยอีกครั้ง ชี้รัฐบาลกลัวโควิดจนเศรษฐกิจพัง

เฟซบุ๊กของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เขียนข้อความระบุว่า "กลัวโควิดจนเศรษฐกิจพัง รัฐบาลออกนโยบาย “คนละครึ่ง” เฟส 1 เฟส 2 เต็มหมด ส่วนรอบ “เก็บตก” เปิดให้สมัครแค่ 10 นาทีแรก ก็เต็ม , แจก “เราชนะ” อีก 30 ล้านคนได้คนละ 7,000 บาท

 

โปรโมทกันสุดๆ ประชาชนแห่แย่งกันชิงโชคได้บ้าง ไม่ได้บ้างเพื่อให้พอยาไส้ไปได้อีกสักพัก แต่แท้จริงแล้ว ฐานรากของเศรษฐกิจล่มสลายเพราะความกลัว “โควิด”

 

เมืองท่องเที่ยวอย่าง พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปนานเกือบปี พอมีนักท่องเที่ยวไทยดันเกิด “โควิดระลอกใหม่” อีก เพราะความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ที่หลับตาลงข้างหนึ่งเรื่องบ่อน และแรงงานเถื่อน เป็นต้นตอแพร่ระบาดทำให้ประชาชนเดือดร้อนไปถ้วนหน้า

 

ภาคการท่องเที่ยวตั้งแต่สนามบินไปยันโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า เกือบทุกประเภทเงียบสงบ รวมไปถึงกรุงเทพฯ รถราบนถนนลดลง นักเรียน เด็กเล็กน่าเป็นห่วง เพราะต้องอยู่บ้านเรียนออนไลน์ ขาดการทำกิจกรรมร่วม

 

ห้าง ร้านค้า ตลาด ผู้คนหงอยเหงา เพราะกลัวโควิด รายได้หดต้องลดค่าใช้จ่าย เงินรัฐบาลร่อยหรอ เยียวยาซ้ำซากจนหมดกระเป๋าเกลี้ยงคลัง วันนี้รัฐบาลเพิ่งผ่อนปรน แต่โรงเรียนปิดต่อ ฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการช่วยกรุณาติดตาม “ลดค่าเทอมคนละครึ่ง” กับโรงเรียนดีกว่าไปห่วงเมียลงผู้ว่า กทม. เถอะครับ หรือต้องให้คนไทยตั้งความหวังกับวัคซีนว่าจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น?

 

 

แถมการติดเชื้อหากตรวจเชิงรุกก็มีงอกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่รัฐบาลบอกแนวโน้มลดลง ออกข่าวให้กำลังใจแต่ประชาชนหมดความหวัง เพราะอาจเกิดสารพัดการละเลยของเจ้าหน้าที่โผล่ออกมาอีก ความกลัวโควิดกระพือจนลามไปทุกคนตั้งแต่เด็กไปยันคนแก่ ทุกวงการ ทุกธุรกิจ และแน่นอน รวมไปถึงวงการการเมืองที่จะเผารัฐบาลรอบ 2 มีอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนหน้า ฝ่ายค้านหลักพรรคเพื่อไทยเผาหัวเชื้ออุบหัวข้ออภิปรายเป็นความลับตามสไตล์เพื่อใช้ต่อรองราคา

 

บอกจะอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล แต่ไม่บอกว่าใคร เพราะถึงแม้จะบอกแต่เวลาอภิปรายจริงอาจลืมอภิปรายคนสำคัญฝั่งรัฐบาล เหมือนอภิปรายครั้งก่อนที่ลืม บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อีกหรือไม่? ชาวประชายังแคลงใจไม่หายค่อนขอดหาว่าเป็น “ฝ่ายค้านเทียม” แล้วตอนนี้ เลยต้องเอายาดองของแรงอย่าง สารวัตรเหลิม มากระตุ้นนอกสภา แต่เข้าไปเหยียบในสภาอภิปรายเองไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็น ส.ส. ดูท่าแล้วรัฐบาลจะพังเพราะโควิดมากกว่าพังเพราะฝ่ายค้าน เหมือนประชาชนคนไทยที่จะพังเพราะเศรษฐกิจมากกว่าพังเพราะโควิด"