
ตำรวจไซเบอร์ ตั้งชุดทำงานสืบสวนเน้นด้านเทคโนโลยี
ตำรวจไซเบอร์ แถลงผลงานกวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์ 1 เดือนจับได้ 88 คดี ตั้งชุดทำงานสืบสวนเน้นทางด้านเทคโนโลยี 5 ด้าน พร้อมสั่งเฝ้าระวังจับตาความเคลื่อนไหว ลักลอบขายยาเสพติดสื่อโซเชียล รวมถึงคดีอนาจารเด็ก และเครือข่ายพนันออนไลน์
วันนี้ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. พร้อมด้วยทีมงานร่วมกันแถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในช่วงระหว่างวันที่ 22 ธ.ค.63 - 19 มค.64 กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท,) มีผลการจับกุม 88 คดี โดยจำแนกออกเป็นความผิดฐาน ฉ้อโกง, ฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 15 คดี ,ความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน 12 คดี,ความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ 21 คดี,ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ 9 คดี,ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย 5 คดี ,ความผิดฐานอนาจาร ครอบครองสื่อลามก 4 คดี ,ความผิดอื่นๆ ตามประมวลกฎหมายอาญา 7 คดี และความผิดอื่นๆ ตามพรบ.ที่มีโทษทางอาญา 15 คดี
พล.ต.ท.กรไชย กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของพล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ให้ความสำคัญ และตระหนักถึงภัยจากอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีในการกระทำความผิด จึงได้สั่งการบช.สอท.เร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ ซึ่งตลอดระยะเวลา1เดือนที่ผ่านมา ทางบช.สอท. มีผลการจับกุม 88 คดี นอกจากนี้ทางตนได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีทั้ง 5 ด้าน เพื่อให้คณะทำงานแต่ละด้านไปดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบาย
สำหรับคณะทำงาน 5 ด้านประกอบไปด้วย ประเภทหลอกลวงโอนเงิน ทั้งรูปแบบสแกรม คอลเซ็นเตอร์นำข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำไปทำธุรกรรมทางอีแบ๊งกิ้ง แชร์ลูกโซ่หลอกลวงให้ลงทุนทางออนไลน์ และการหลอกลวงออนไลน์ทางการเงิน ,การหลอกลวง จำหน่ายสินค้าออนไลน์และการละเมิดลิขสิทธิ์ สินค้าที่ไม่มี มอก. ไม่มีเครื่องหมาย อย. และไม่ผ่านพิธีการ ศุลกากรประเภทการกระทำผิดตาม พ.รบ.คอมพิวเตอร์, พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ นำเข้าข้อมูลทางคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ เผยแพร่ข่าวปลอม การเข้าถึงโดยมิชอบ ซึ่งระบบและข้อมูลคอมพิวเตอร์ การเรียกค่าไถ่ทางคอมพิวเตอร์
ประเภทการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก หรือสตรีทางอินเตอร์เน็ต การใช้อินตอร์เน็ตในการซื้อขายสื่อลามก อนาจารเด็ก บริการทางเพศ และการค้ามนุษย์ รวมถึงการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ และ ประเภทการพนันทางออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ และงานอื่นๆ
ผบช.สอท. กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางบช.สอท.ประสานข้อมูลสืบสวนกับทางบช.น. จนนำไปสู่การจับกุมผู้ค้าเคนมผงกว่า 10 ราย ซึ่งทั้งหมดมีพฤติกรรมเชิญชวนผู้เสพ จำหน่ายผ่านทางเฟสบุ๊กและทวิตเตอร์ ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้มอนิเตอร์จับตาความเคลื่อนไหวการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในสื่อโซเชียล อีกทั้งในส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีโมเดลลิ่งรายหนึ่งกระทำอนาจารเด็ก เรื่องนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่ากรณีดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นอย่างไร ซึ่งขอเวลาทางเจ้าหน้าที่นั้นทำงานก่อน
ทั้งนี้หากพบความผิดก็จะดำเนินการทันที อย่างไรก็ตามสำหรับคดีที่สนใจประกอบไปด้วยการทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ ใน 3 พื้นที่ ประกอบไปด้วย ย่านลาดปลาเค้า , ในอ.เมืองระยอง จ.ระยอง และจับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีตามหมายอินเตอร์โพลที่เปิดบ่อนการพนันในประเทศเกาหลีในพื้นที่ภูเก็ต ซึ่งทั้งหมดสามารถตรวจยึดของกลาง และเงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาท



