
ตร.ยกทีมแจงทูตเมียนมา ปรับทัศน 'คดีสิบเวรบ่อผุด'
รองโฆษก ตร.แจง เดินทางเข้าพบ "เมียว เมียนตัน" ทูตเมียนมา ประจำไทย เพื่อชี้แจง ความคืบหน้าคดี สิบเวร สภ.บ่อผุด ทั้งการเชิญออกจากราชการ ตามระเบียบทั่วไป การตั้งคกก.สอบวินัยร้ายแรง เพื่อหาข้อมูล ก่อนดำเนินการลงโทษ หากพบมีความผิดจะมีโทษวินัยและอาญา ตามกรอบของ
วันที่ 19 มกราคม 2564 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(รอง โฆษก ตร.) ขอเรียนชี้แจงถึงกรณีที่มี facebook ของกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “ ขบวนการกลุ่มแฮกเกอร์ใต้ดิน เมียนมา ได้ลงข้อความบิดเบือนชี้นำให้เห็นว่า ตำรวจไทยใช้อำนาจไปข่มขืนหญิงชาวเมียนมา และมีการตั้งคำถามว่ากฎหมายไทยอนุญาตให้ตำรวจไทยข่มขืนหญิงชาวเมียนมาที่ถูกพิจารณาคดีในประเทศไทยได้หรือไม่ ” ซึ่งก่อให้เกิดความสับสนในประเด็นดังกล่าว นั้น
โดยในวันนี้ (19 มกราคม 2564) เวลาประมาณ 14.00น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. ได้เดินทางเข้าพบ นายเมียว เมียนตัน (Myo Myint Than) เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย เพื่อเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง ของกรณีดังกล่าวโดย
เหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 ได้มีหญิงสาว ชาวเมียนมา เพิ่งพ้นโทษจากศาลในคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ จึงถูกส่งตัวมาควบคุมที่ สภ.บ่อผุด จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรอส่งตัวไปยัง ตม.เกาะสมุย และดำเนินการผลักดันส่งกลับประเทศต่อไป ต่อมาวันที่ 13 มกราคม 2564 เวลาประมาณ 01.50 น. ได้มีตำรวจ เบิกตัวหญิงชาวเมียนมาคนดังกล่าวออกจากห้องควบคุม พาไปข่มขืนกระทำชำเรา และนำกลับมาควบคุมดังเดิม
หลังเกิดเหตุการณ์ ผู้เสียหายได้แจ้งให้ญาติทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวและแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจที่ก่อเหตุ พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาในข้อหา 1.ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นฯ ตาม ม.276 , 2. เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ม.157 , 3.เป็นเจ้าพนักงานกระทำด้วยประการใดๆให้ผู้ที่อยู่ในระหว่างคุมขังนั้นหลุดพ้นจากการคุมขังไป ตาม ม.204 กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ก่อเหตุ
อีกทั้งทางผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว พร้อมมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรงตามขั้นตอนต่อไป ต่อมานาย HTET WAI PHYO ทูตแรงงานประเทศเมียนมาประจำประเทศไทย ได้เดินทางมายัง สภ.บ่อผุด เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และรับทราบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ถึงการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ซึ่งวันนี้ 19 มกราคม 2564 หลังจากการชี้แจงข้อเท็จจริงและความคืบหน้าในการดำเนินคดีแล้ว เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทยได้รับทราบและเข้าใจถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะนำข้อมูลที่รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงในประเด็นข้างต้น ไปชี้แจงต่อทางรัฐบาลเมียนมาและประชาชนเมียนมาให้ทราบและเข้าใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อไป
รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ติดตามคดีดังกล่าวมาโดยตลอด พร้อมกำชับไปยังผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย ภายในกรอบระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด แม้ผู้ต้องหาจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตาม ทั้งในส่วนของคดีอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น อีกทั้งให้ทำคดีด้วยความโปร่งใส สามารถตอบคำถามสังคมได้ และได้กำชับมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก
ทั้งนี้รองโฆษก ตร. ยังฝากเตือนไปยังผู้ที่นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือบิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ความมั่นคง ความปลอดภัยสาธารณะ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน อาจจะเข้าข่ายความผิด ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีโทษจำคุก โทษปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนและสื่อมวลชน ขอให้รับฟังข้อมูลข่าวสารจากทางราชการเท่านั้น ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนโพส หรือแชร์ เพื่อป้องกันความสับสนและสร้างความตื่นตระหนกต่อสังคม



