
"เสธ.แดง"โทรฯหาลูกน้องรับส่งทนายให้
"เสธ.แดง"โทรฯหาลูกน้อง รับปากจัดส่งทนายให้ ด้านลูกน้องเสธ.คนดัง รับเป็นเจ้าของอาวุธจริง อ้างสะสมมากว่า 20 ปี ระบุ ปลอกกระสุน M79 ที่พบเก็บจากลพบุรี เผย เคยขับรถให้เสธ.แดง 2 ปีก่อน
(22ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้พนักงานสืบสวนกองปราบปราม นำตัว 3 คนสนิทของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก มาพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อทำทะเบียนประวัติ และนำอาวุธมาตรวจสอบอีกครั้ง จึงจะนำตัวทั้ง 3 คนไปฝากขัง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นภาคบ่ายวันนี้ โดยจะนำตัว จ.ส.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ สุวรรณราช ผู้บังคับหมู่ยานเกราะ อดีตคนขับรถคนสนิท พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ไปฝากขังไว้ที่ศาลทหาร ส่วนพลทหารมนัสชัย คำพร สังกัดกองพันบริการและกองบริการศูนย์การทหารม้า และ นายเอกลักษณ์ วิเศษวงษา อายุ 24 ปี คนเฝ้าบ้านของ เสธ.แดง จะนำตัวไปฝากขังไว่ที่ศาลอาญารัชดา
โดยพลทหาร มนัสชัย กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เสธแดงได้โทรมาถามสอบความเป็นอยู่ โดยรับปากว่าจะส่งทนายมาช่วยเหลือและยื่นประกันตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวานนี้ (21ม.ค.) กองทัพบกสั่งการให้ พ.ต.ประเสริฐ พิศมัย นายทหารพระธรรมนูญ พร้อมกำลัง สารวัตรทหาร ทั้งของ ม.พัน.3 และ ม.พัน.4 ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตำรวจกองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผบก.ป. พร้อมกับพนักงานสอบสวน เข้าตรวจค้นบ้านพัก พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ “เสธ.แดง” ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ซึ่งอยู่ระหว่างถูกคำสั่งพักราชการ ที่บ้านพักนายทหาร เลขที่ 1156/27 ม.พัน.4 ตรงข้ามโรงเรียนโยธินบูรณะ สี่แยกเกียกกาย ถนนสามเสน กทม.โดยพบระเบิดขว้างชนิดเอ็ม 26 อาวุธปืนพกสั้นขนาด .380 พร้อมกระสุน คอมพิวเตอร์ 1 ชุด และแผ่นซีดีอีกจำนวนหนึ่ง โดยมีพลทหารมนัสชัย คำพร เป็นผู้ดูแลบ้านดังกล่าว
นอกจากนี้กำลังทหารอีกชุดหนึ่งได้เข้าตรวจค้นบ้านพักแฟลตชุมชนทหาร ห้องที่ 9 ชั้นล่าง ภายใน ม.พัน.3 ซึ่งตั้งใกล้กัน โดยควบคุมตัวทหารต้องสงสัย คือ จ.ส.อ.ณัฎฐ์สิทธิ์ สุวรรณราช สังกัด ม.พัน.3 รอ.ซึ่งเป็นทหารที่ขับรถให้พล.ต.ขัตติยะ พบรถโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ถข 1161 กรุงเทพมหานคร ตรวจค้นภายในรถคันดังกล่าวพบลูกกระสุนขนาดเอ็ม 79 รวม 22 นัด กระสุนปืน ขนาดเอ็ม 16 ประมาณ 300 นัด ระเบิดซีโฟร์ 3 แพ็ก ระเบิดทีเอ็นที 3 ขนาด รวม 13 แท่ง และภายในบ้านพักพบลูกระเบิดขนาดเอ็ม 79 รวม 10 ลูก กระสุนปืนขนาดเอ็ม 16 ประมาณ 400 นัด กระสุนปืนอาก้าอีกหลายร้อยนัด ปลอกกระสุนปืนเอ็ม 79 ที่ใช้แล้ว 2 ปลอก กระสุนปืน ปตอ.ประมาณ 60 นัด กับระเบิด 1 ลูก เสื้อเกราะ 2 ตัว แผงวงจรพร้อมเชื้อปะทุฝักแค 3 ชุด และระเบิดเคโม 3 ลูก
ทั้งนี้ภายหลังเข้าตรวจค้น 2 จุด ทางทหารได้ประสานพนักงานสอบสวนทำการบันทึกการตรวจค้นและยึดของกลาง ก่อนจะควบคุมตัว พลฯ มนัสชัย และ จ.ส.อ.ณัฎฐ์สิทธิ์ ส่งให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ทำการสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา มีและครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
ด้าน พล.ต.ขัตติยะ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นบ้านพักว่า ขณะนี้อยู่ที่ จ.สงขลา แต่ทราบทหาร ตำรวจมาล้อมบ้าน เพียงแต่ไม่ได้นำอาวุธมา การมาครั้งนี้ของตำรวจน่าจะมาเพื่อค้นบ้าน เนื่องจากคิดว่าตนเป็นคนยิงห้องผบ.ทบ. แต่ค้นไปก็เท่านั้น เพราะบ้านไม่มีอาวุธสงคราม อาจจะมีแค่ปืนลูกกรด และของที่ระลึก เนื่องจากเป็นทหารก็มีของที่ระลึกจากการไปฝึกอบรมทางทหาร แต่พวกเอ็ม 79 หรือ เอ็ม 16 จรวดคงไม่มีแน่นอน
เมื่อถามว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทำอะไร ต้องดูก่อนว่าเขาจะทำอะไรบ้าง เพราะไม่ผิดอะไร จะมาโทษไม่ได้ หากไม่มีหลักฐานก็ทำไม่ได้ ทำเหมือนผู้หญิงมาค้นบ้าน มาค้นบ้านทหารด้วยกันไม่อายหรือ จับอะไรก็ไม่ได้ บ้านมีแค่ลูกสาวเท่านั้น และพลทหารมาคอยเฝ้าบ้าน พล.อ.อนุพงษ์ก็มีลูกสาว มาทำอย่างนี้ไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ
“คนที่ทำอาจจะเป็นพวกที่ไม่ชอบ พล.อ.อนุพงษ์ หรืออาจจะเป็นพวกมือที่สามที่มาคอยป่วนเมืองหรือไม่ แล้วมาโทษผม และหากจะมาจับผมก็ทำได้แค่ออกหมายเรียกเท่านั้น แต่จะมาออกหมายจับไม่ได้ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด พล.อ.อนุพงษ์ไม่มีหลักฐาน จะมาจับผม การทำแบบนี้ถือว่าไม่มีศักดิ์ศรี มาค้นบ้านทหารด้วยกัน เรื่องที่เกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องเป็น เสธ.แดง อาจเป็นคนอื่นทำ ถ้า เสธ.แดงทำจริง เสธ.แดงเอาชีวิตเลยไม่ดีกว่ารึ แต่เราเป็นเพื่อนกัน ผมจะทำไปทำไม อย่างผมทำได้แค่พูดตามสโลแกน เสธ.แดงคิดได้ พูดได้ แต่ทำไม่ได้“ พล.ต.ขัตติยะ กล่าว
“การที่กองทัพบกถูกคนร้ายยิงด้วยลูกระเบิดเอ็ม 79 นั้น ถือว่า เป็นความอับอายที่สุดของกองทัพบก เพราะตั้งแต่ตั้งกองทัพบกมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งมาถึง 122 ปี ไม่เคยถูกใครยิงมาก่อน การโดนยิงครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยการลาออกจากตำแหน่ง” พล.ต.ขัตติยะ กล่าว
เมื่อถามว่า จะมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นอีกหรือไม่ พล.ต.ขัตติยะกล่าวว่า ไม่รู้ แต่เชื่อว่า มีแน่นอน เพราะเมื่อมีครั้งแรกต้องมีครั้งที่สอง และในฐานะที่เป็นเพื่อนรักของ พล.อ.อนุพงษ์ ขอเตือนว่าให้นำภรรยาและลูกย้ายออกมาจากบ้านพักใน ซ.พุทธมณฑล 68 มาพักอยู่ที่บ้านพักภายใน กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) เสียก่อน เพราะเกรงว่า จะไม่ได้รับความปลอดภัย
“ตอนนี้ พล.อ.อนุพงษ์ต้องลาออกจากตำแหน่งสถานเดียว เพราะผมเชื่อว่าทางกองกำลังไม่ทราบฝ่ายอาจจะมีการยิงถล่มจนกว่า พล.อ.อนุพงษ์จะลาออกจากตำแหน่ง หากไม่ลาออกก็จะยิงต่อไปเรื่อยๆ อยู่ได้ ก็เหมือนตายทั้งเป็น ดังนั้นขอเตือน และแนะนำว่า ให้รีบนำตาข่ายมาห่อตัวตึกกองบัญชาการกองทัพบกไว้ เพื่อป้องกันลูกระเบิดเอ็ม 79 ที่จะถูกยิงเข้ามา” พล.ต.ขัตติยะ กล่าว
ล่าสุดมีรายงานว่า เที่ยวบินที่ พล.ต.ขัตติยะเดินทางมาจาก จ.สงขลา มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว ผู้โดยสารได้ออกจากเครื่องหมดแล้ว แต่ไม่พบตัว พล.ต.ต.ขัตติยะ อย่างไรก็ตามเชื่อว่า สาเหตุที่ พล.ต.ต.ขัตติยะไม่เดินทางกลับมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นเพราะก่อนหน้ามีรายงานข่าวแจ้งว่า กองทัพบกจะส่งเจ้าหน้าที่ไปควบคุมตัวมาสอบปากคำถึงเรื่องดังกล่าวด้วย ซึ่งสอดคล้องกับคำสัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.สัณฐานว่า ตำรวจจะสอบสวนหาพยานหลักฐานให้แน่ชัดก่อน หากพบว่า พล.ต.ขัตติยะเกี่ยวข้องก็จะออกหมายจับ ไม่ต้องรอออกหมายเรียก
ต่อมาเมื่อเวลา 23.00 น. วันเดียวกันพ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พร้อมกำลัง 20 นาย ได้คุมตัว จ.ส.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ และนายเอกลักษณ์ วิเศษวงษา อายุ 24 ปี คนเฝ้าบ้าน เสธ.แดง พร้อมอาวุธสงครามที่ตรวจยึดได้จาก ม.พัน 3 รอ. และ ม.พัน 4 รอ.มาสอบสวนที่กองปราบปราม
จ.ส.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ให้การว่า อาวุธสงครามทั้งหมดที่ยึดได้จากบ้านพักเป็นของตนจริง เพราะเป็นคนชอบสะสมอาวุธสงครามมาแต่ไหนแต่ไร โดยสะสมมาประมาณ 20 ปี เนื่องจากในอดีตเคยเป็นทหารอยู่ชายแดน และอาวุธส่วนมากซื้อมาจากชายแดนเขมรฝั่ง จ.สระแก้ว บางส่วนก็นำบุหรี่ไปแลกมา อย่างไรก็ตาม อาวุธดังกล่าวไม่เคยมีใครมาขอดู หรือหยิบยืมไปใช้ ส่วนกรณีปลอกกระสุนปืนเอ็ม 79 ที่ถูกใช้ไป 2 ปลอกนั้น เก็บมาจากการฝึกที่ จ.ลพบุรี
“เมื่อ 2 ปีที่แล้วผมเคยเป็นคนขับรถให้ เสธ.แดง หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย การที่ตำรวจและทหารเข้าตรวจค้นบ้านพักนั้น คิดว่าผมเป็นลูกน้องของ เสธ.แดง ยืนยันว่าอาวุธดังกล่าวเป็นของผม และ เสธ.แดง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด” จ.ส.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์
ขณะที่นายเอกลักษณ์ให้การอ้างว่า ก่อนหน้านี้เคยเป็นทหารเกณฑ์ เมื่อปลดประจำการในปี 2549 ก็ไม่มีงานทำ จึงมาขอทำงานรับใช้ เสธ.แดง พร้อมกับเรียนหนังสือไปด้วย ตนไม่ทราบว่าอาวุธที่ค้นพบภายในรถยนต์เป็นของ เสธ.แดง หรือไม่ เนื่องจาก เสธ.แดง ไม่เคยบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง ประกอบกับไม่ค่อยรู้ความเคลื่อนไหวของ เสธ.แดง มากนัก เพราะ เสธ.แดง จะกลับบ้านไม่เป็นเวลา
ด้าน พ.ต.อ.พรศักดิ์กล่าวว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกองปราบปราม จะสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมทำทะเบียนประวัติอาชญากร พิมพ์ลายนิ้วมือ พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหามีและครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งในคืนเดียวกัน จะคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ที่ห้องคุมขัง กองปราบปราม และวันที่ 22 มกราคม จะนำตัวฝากขัง ในส่วนของ จ.ส.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ จะควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาลทหาร ส่วนพลทหารมนัสชัย และนายเอกลักษณ์ จะควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก



