ข่าว

3ทฤษฎีเอ็ม79ถล่ม"ป๊อก"เสธ.คนดัง-มือที่สาม-อำนาจรัฐ

3ทฤษฎีเอ็ม79ถล่ม"ป๊อก"เสธ.คนดัง-มือที่สาม-อำนาจรัฐ

22 ม.ค. 2553

กลายเป็นประเด็นที่ร้อนฉ่าขึ้นมาทันที เมื่อมีข่าวว่ามี "ไอ้โม่ง" ใช้เครื่องยิงลูกระเบิดชนิด "เอ็ม 79" ยิงเข้าใส่ห้องทำงานชั้น 6 ภายในกองบัญชาการกองทัพบก ของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ราวตีสามของวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา

  ข่าวชิ้นนี้ถูกปิดเงียบมาหลายวัน และเพิ่งมาแดงเมื่อวันที่ 20 มกราคม หลังเกิดเหตุถึง 6 วัน แต่ก็ยังแรงพอที่จะ "ตบหน้า" พล.อ.อนุพงษ์ หรือ "บิ๊กป๊อก" ในฐานะ "ผู้นำกองทัพ" ได้อย่างเจ็บแสบยิ่ง

 ลูกระเบิดเอ็ม 79 แม้จะไม่ระคายผิวของบิ๊กป๊อก แต่กลับทำให้เกิดอาการ "เสียหน้า" อย่างรุนแรง และยิ่งร้อนแรงมากขึ้น เพราะห้วงเวลาตรงกับการขยับทัพของเสื้อแดง และคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พอดิบพอดี

 เมื่อโฟกัสไปยังบุคคลที่น่าจะเข้าข่าย "ศัตรู" ของ พล.อ.อนุพงษ์แล้ว เจ้าตัวไม่เคยระบุตรงๆ ว่าเป็นใคร แต่ก็บ่นว่า ถูกด่าหมด ทั้งคนเสื้อเหลือง และเสื้อแดง ฉะนั้นถ้าจะให้ความเป็นธรรมก็น่าจะเหมารวมคนทั้งสองสีนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มคนต้องสงสัยด้วย

 หรือถ้าจะมองไกลไปกว่านั้นคือ ทฤษฎี "มือที่สาม" ที่จะได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็น่าจับตามองไม่น้อยเหมือนกัน เพราะนอกจากจะดิสเครดิต พล.อ.อนุพงษ์ได้แล้ว ยังเป็นการผลักข้อหาไปให้คนเสื้อแดงที่มีอดีตนายทหารมือดีหนุนหลังได้ด้วย

 ส่วนอีกประเด็นที่น่าจับตามองคือ การสั่งพักราชการ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ "เสธ.แดง" ซึ่งปรากฏข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 มกราคม และหลังจากนั้นอีก 1 วัน ก็เหตุระเบิดตูมตามขึ้นที่ห้อง ผบ.ทบ.

 ประกอบกับก่อนหน้านี้ เสธ.แดงเคยให้สัมภาษณ์ทำนองข่มขู่ พล.อ.อนุพงษ์ หลายครั้งว่าให้ระวังตัวให้ดี หรือให้อยู่แต่ใน บก.ทบ.อย่าออกมาข้างนอก หรือก่อนหน้านั้นก็เคยทำนายว่าจะมีเหตุระเบิดในม็อบพันธมิตรหลายครั้ง และต่อมาก็เกิดเป็นจริงขึ้นมา

 คำพูดที่ค่อนข้าง "ล่อแหลม" ของ เสธ.แดง จึงทำให้เขาอยู่ในข่ายถูกจับตามองด้วย แม้ว่าแท้จริงแล้วเขาอาจจะไม่รู้เห็นอะไรด้วยเลยก็ตาม

 ขณะที่ทฤษฎีสุดท้ายที่อาจเป็นไปได้คือ "อำนาจรัฐ" ลงมือเองเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เห็นว่ามีความรุนแรงเกิดขึ้น และส่อเค้าว่าจะรุนแรงยิ่งขึ้นไปจนถึงวันพิพากษายึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้

 ถ้าเป็นไปตามทฤษฎีนี้ ผลที่จะได้ก็คือ การสร้างสถานการณ์รุนแรงเพื่อหาความชอบธรรมในการปราบปรามผู้ชุมนุม หรือยึดอำนาจ หากสถานการณ์รุนแรงจนเอาไม่อยู่จริงๆ และเป็นการผลักภาพ "ผู้ร้าย" ให้อีกฝ่ายได้อย่างแยบยล

 แต่ไม่ว่าจะมาจากทฤษฎีไหนก็ไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของ พล.อ.อนุพงษ์ และกองทัพเลย เพราะวันเดียวกันนอกจาก บก.ทบ.แล้ว สำนักงานกระทรวงกลาโหมของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ก็โดนยิงด้วย เพียงแต่กระสุนไปตกที่สนามหญ้า

 ผลสะเทือนจากเอ็ม 79 ยังทำให้ทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประวิตร ต้องปรับเปลี่ยนมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งหมด

 โดยเฉพาะ พล.อ.อนุพงษ์ ได้เพิ่มรถขบวนติดตามจากรถฉลามบก 2 คัน และเพิ่มเจ้าหน้าที่ รปภ. พร้อมรถจักรยานยนต์อารักขา 2 คัน คือรถวิทยุนำขบวน และปิดท้ายขบวน

 นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มกำลังพลรักษาความปลอดภัยในบ้านพักย่านพุทธมณฑลสาย 2 ที่ นางกุลยา เผ่าจินดา ภรรยา และบุตรของ พล.อ.อนุพงษ์ พักอาศัยอยู่

 โดยมีการส่งเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารบก (สห.ทบ.) และเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้าไปรักษาความปลอดภัย รวมทั้งเพิ่มรถสายตรวจจาก สห.ทบ.เข้าตรวจพื้นที่ในทุกๆ 1 ชั่วโมง

 ขณะที่บ้านพักของ พล.อ.อนุพงษ์ ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ก็มีการติดกล้องซีซีทีวีเพิ่ม และเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้น

 กระนั้นแม้การเพิ่มกำลังพลและระดับการ รปภ.ของ พล.อ.อนุพงษ์ อาจช่วยลดน้ำหนักของบางทฤษฎีลงไปได้ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดกองทัพจะต้องผนึกกำลังกับตำรวจลากตัว "ไอ้โม่ง" ที่อยู่เบื้องหลังออกมาให้ได้เพื่อคลายความกังขาของสังคมที่จับตามองอย่างใกล้ชิด

พลิกแฟ้มระเบิด "เอ็ม 79"ถล่ม พธม.+สนธิ ถึง ผบ.ทบ.

 เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ถูกนำมายิงถล่มกลางกรุงอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายคือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ซึ่งถูกมือมืดยิงระเบิดเข้าใส่ห้องทำงานชั้น 6 ในกองบัญชาการกองทัพบก กระสุนตกใส่เสาและผนังเป็นหลุมลึกน่ากลัว

 แม้ฤกษ์โจรในการยิงจะเกิดขึ้นราวตี 3 ของวันที่ 14 มกราคม 2553 ซึ่งย่อมเป็นเวลาที่ พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ได้อยู่ในห้องทำงานอยู่แล้ว แต่ผลงานในการยิงที่ถ้าลูกระเบิดไม่ติดเสาเสียก่อนก็คงพุ่งตรงไปยังห้องทำงานของ ผบ.ทบ.พอดิบพอดีย่อมเป็นการโชว์ให้เห็นว่า

 ถ้าตั้งใจยิงในตอนที่ พล.อ.อนุพงษ์นั่งอยู่ในห้องจริงๆ ก็สามารถที่จะปลิดชีวิต หรือทำให้เจ็บหนักได้เช่นกัน !!

 แต่ก่อนที่จะไปวิเคราะห์เป้าหมายของคนร้ายว่าแค่ต้องการยิงขู่เฉยๆ หรือต้องการสื่ออะไรมากไปกว่านั้นก็คงต้องมาพิจารณาดูก่อนว่า ทำไมคนร้ายถึงเลือกใช้เอ็ม 79 ในการก่อเหตุครั้งนี้

 สำหรับประวัติคร่าวๆ ของระเบิดยอดฮิตชนิดนี้เริ่มเข้าประจำการในกองทัพสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1961 จากนั้นจึงถูกนำมาใช้ในสมรภูมิเวียดนามอย่างแพร่หลาย โดยเอ็ม 79 เป็นอาวุธยิงสนับสนุนรถถัง และเป็นอาวุธประจำกาย หรือ "ปืนใหญ่" ของเหล่าทหารราบ

 เอ็ม 79 เป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพร้ายแรง มุ่งสังหารบุคคลมากกว่าเป้าหมายทางการทหาร โดยเมื่อลูกตกกระทบเป้าหมายจะกระจายเป็นสะเก็ดระเบิดพุ่งตรงเข้าสังหารข้าศึกที่อยู่โดยรอบ

 เอ็ม 79 เป็นเครื่องยิงลูกระเบิดวิถีโค้ง มีระยะหวังผล 150-350 เมตร มีน้ำหนักเบา คือประมาณ 2.7-3 กิโลกรัม จึงสามารถนำตัดตัวไปในสนามรบได้อย่างสะดวกสบายควบคู่กับอาวุธปืนเอ็ม 16 ปืนพกสั้น และลูกระเบิดมือ

 เอ็ม 79 ยังสามารถติดอุปกรณ์เสริม ทั้งเลนส์ซูมระยะไกล และศูนย์เลเซอร์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการยิงได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถบรรจุหัวกระสุนได้หลายรูปแบบ เช่น กระสุนขนาด 40 มม. กระสุนลูกปราย กระสุนเอ็ม 16 หรือกระทั่งกระสุนระเบิดนาปาล์ม และติดตั้งจีพีเอสเสริมเข้าไปให้รู้มุมระยะของเป้าหมายได้ง่ายขึ้น โดยการคำนวณจากความสูงของตึก ระยะทาง มาคำนวณออกเป็นตัวเลข ก็จะได้พิกัดที่ชัดเจน

 แหล่งนำเข้าเอ็ม 79 แหล่งใหญ่ที่สุดคือ ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยความร่วมมือของ "คนมีสี" ของทั้งสองประเทศ

 ถ้าเป็นหัวยิงลูกระเบิดธรรมดาราคาตามแนวชายแดนจะอยู่ที่ 1 หมื่นบาท แต่พื้นที่ชั้นในจะอยู่ที่กระบอกละ 1.5 หมื่นบาท แต่ถ้านำปืนเอ็ม 16 เอ 1 มาประกอบเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 จะมีราคาอัพเป็น 2.5 หมื่นบาท เพราะยิงกระสุนเอ็ม 16 ได้ด้วย

 ปัจจุบันเอ็ม 79 น่าจะเป็นระเบิดคู่กับม็อบเสื้อเหลือง หรือพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ว่าได้ โดยเฉพาะในการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาล สมัคร สุนทรเวช และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อปี 2551 ซึ่งระเบิดเอ็ม 79 ได้หล่นตูมตามลงในวงม็อบดั่งห่าฝน
 -21 พ.ย.2551 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ เจ็บ 24 ราย
 -22 พ.ย.2551 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ เจ็บ 8 ราย
 -24 และ 28 พ.ย.2551 ที่สำนักงานเอเอสทีวี ระเบิดด้าน 1 ลูก ทำงาน 1 ลูก กระสุนทะลุห้องส่งออกอากาศ แต่โชคดีที่ไม่ถูกใคร
 -26 พ.ย. และ 2 ธ.ค.2551 ที่สนามบินดอนเมือง มีผู้บาดเจ็บหลายสิบราย
 -13 เม.ย.2552 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ รปภ.ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
 -17 เม.ย.2552 นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ถูกยิงถล่มด้วยปืนอาก้า เอ็ม 16 และเอ็ม 79 แต่รอดตายราวปาฏิหาริย์
 -15 พ.ย.2552 ที่สนามหลวง ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย
 อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดเหตุยิงถล่มด้วยเอ็ม 79 กลางเมืองนับสิบครั้ง แต่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ไม่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้เลยสักครั้ง

ทีมข่าวความมั่นคง