
"ประชาธิปัตย์ไม่เอาเขตเล็ก"
หลังจากพรรคร่วมรัฐบาลออกมากดดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ "บัญญัติ บรรทัดฐาน" กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์
ได้ออกมาย้ำจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนไปสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นระบบเลือกตั้งจากเขตใหญ่เป็นเขตเล็ก ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้นัดหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันสัมมนาพรรค ที่ จ.กระบี่ ระหว่างวันที่ 23-24 มกราคมนี้ ก่อนจะนำมติมาพูดคุยกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง
โดย "บัญญัติ" ยอมรับว่า พรรคลำบากใจหากจะให้เปลี่ยนจุดยืนในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องระบบเลือกตั้งจากเขตใหญ่มาเป็นเขตเล็ก เพราะพรรคแสดงจุดยืนเรื่องนี้ตั้งสมัยเป็นฝ่ายค้านในช่วงของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เนื่องจากเห็นว่าการเลือกตั้งระบบเขตใหญ่น่าจะเป็นระบบที่เหมาะกับสังคมไทย การทำงานร่วมกับเพื่อนก็อยากให้เพื่อนสบายใจ แต่ถ้าทำให้เพื่อนสบายใจแล้วเราตอบประชาชนไม่ได้เราก็คงลำบากใจ
อย่างไรก็ตาม "บัญญัติ" เห็นว่า เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญพรรคร่วมคงไม่ได้หวังจากพรรคประชาธิปัตย์เท่าไรนัก เห็นได้จากการที่พรรคร่วมออกมาประกาศคนที่อยู่ในพรรคร่วมเป็นคนเก่าแก่ทางการเมืองน่าจะรู้จักว่าพรรคประชาธิปัตย์โอกาสที่จะเปลี่ยนจุดยืนยากมาก แม้ว่าที่ประชุมสภาจะลงคะแนนเสียงแตกต่างกันก็ยังสามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งขณะนี้หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า การบริหารงานของรัฐบาลทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นรัฐบาลน่าจะบริหารงานต่อไป
"จุดนี้จึงเป็นจุดที่น่าจะเตือนสติพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคว่า ไม่ควรเอาความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับบริหารงานของรัฐบาลมาเป็นอุปสรรคในการบริหารประเทศต่อไป แต่ยอมรับว่าคงมีผลกระทบบ้าง แต่ไม่เป็นประเด็น ไม่ถึงกับทำให้รัฐบาลล้ม" กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ส่วนที่มีพรรคร่วมรัฐบาลมองว่าพรรคประชาธิปัตย์เอาแต่ได้ เพราะช่วงที่เชิญมาร่วมรัฐบาลบอกว่าจะสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ "บัญญัติ" กล่าวว่า ที่ผ่านมานายกฯ ก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ มีการตั้งกรรมการสมานฉันท์ เพราะคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้น แต่จะให้แก้อะไรก็ได้คงเป็นไปไม่ได้ ทุกคนรู้จักประชาธิปัตย์ดี และคิดว่าเรื่องนี้คงไม่ทำให้รัฐบาลพังในขณะที่รัฐบาลกำลังมีผลงานในทางที่ดี และทุกวันนี้คนสนใจการเมืองมากขึ้น รู้ว่าอันไหนเป็นประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์พรรค หรือประโยชน์ส่วนตัว
นอกจากนี้ "บัญญัติ" ได้อธิบายถึงข้อดีข้อเสียของระบบการเลือกตั้งว่า ระบบเขตเล็กสอดคล้องกับสังคมไทยในสถานการณ์ที่บ้านเมืองต้องการความสมานฉันท์ เพราะจะไม่ทำให้เกิดการประจันหน้ากัน จากประสบการณ์ที่เคยลงเลือกตั้ง ส.ส.เขตใหญ่มา 8 ครั้ง พบว่าการเลือกตั้งเขตใหญ่ผู้สนับสนุนของแต่ละพรรคสามารถมานั่งกินกาแฟคุยกันได้ เพราะการต่อสู้ไม่รุนแรง ขณะที่เขตใหญ่โอกาสที่จะได้ ส.ส.ที่มีความรู้สามารถเข้ามานั่งในสภามีมาก และเขตเล็กจะเป็นระบบที่แพ้ไม่ได้ จึงใช้เงินมาก ทำให้ประชาธิปไตยราคาแพง ผลก็คือต้องอาศัยนายทุน เมื่อเป็นอย่างนั้นพรรคก็ไม่กล้าทำนโยบายที่ขัดกับผลประโยชน์ของกลุ่มทุน สุดท้ายประชาชนเสียประโยชน์
"บัญญัติ" กล่าวว่า หากอนาคตเพื่อนไม่คบ เพื่อนก็ต้องรู้ว่าเรามีจุดยืนอย่างไร จะไปคิดไกลถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับมันไม่ถูกต้อง เพราะสังคมทุกวันนี้เป็นสังคมที่ต้องการคำตอบ ทุกเรื่องจะต้องมีคำตอบที่มีเหตุผล และไม่คิดว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรค จะไปรับปากกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าพรรคจะสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะธรรมชาติคนของพรรค จะรู้ว่าการไปเจรจาความใดๆ ต้องหารือพรรคก่อน ซึ่งคงเข้าใจดีว่าพรรคไม่สามารถเปลี่ยนจุดยืนได้
อย่างไรก็ตาม หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องระบบเขตเลือกตั้งสามารถผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร "บัญญัติ" ในฐานะกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคพร้อมทำตามกติกาเสียงส่วนใหญ่ และเห็นว่าควรปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นไปตามกลไกของสภา ที่ผ่านมาผู้ใหญ่ของพรรคร่วมก็พูดมาตลอดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันของรัฐบาล
ปิยะนารถ ศรีวะโล, สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์



