ข่าว

โลกกว้างแต่ทางตัน

โลกกว้างแต่ทางตัน

22 ม.ค. 2553

ดูไปแล้วทักษิณ ชินวัตร เหมือนกับคนพเนจร ที่ไม่มีที่พักพิง และดูเหมือนว่าไม่สามารรถจะตัดสินใจได้ครับว่า จะขับเคลื่อนวิธีการต่อสู้ของตนอย่างไร เมื่อวานนี้บินจากปาปัวนิวกินีถึงกรุงพนมเปญ บอกว่า เพียงแต่แวะค้างเติมน้ำมัน 1 คืน ปฏิเสธข่าวที่ว่ามาพนมเปญครั้งนี้

ยิ่งใกล้วันที่ 26 กุมภาพันธ์ วันที่ศาลกำหนดจะตัดสินคดียึดทรัพย์หรือไม่ยึดทรัพย์คุณทักษิณ 7.6 หมื่นล้าน ก็ดูเหมือนว่าอดีตนายกรัฐมนตรีคนนี้จะมีอาการลุกลี้ลุกลนมากขึ้นทุกที

ไปปาปัวนิวกินี ไม่ทราบว่ามีจุดหมายปลายทางอย่างไร เพราะว่าที่ผ่านมานั้นถ้าจำได้ คุณทักษิณเคยบอกว่าจะไปลงทุนเหมืองทองต่างๆ และทำธุรกิจอีกมากมายหลายประเทศ ล้วนแต่ใหญ่ๆ ทั้งสิ้น ในแอฟริกาบ้าง ตะวันออกกลางบ้าง

แต่สังเกตไหมครับว่า ช่วงหลังๆ คุณทักษิณจะไม่พูดถึงการลงทุนเหล่านั้น แต่กลับมามีกิจกรรมบริเวณใกล้ๆ กับประเทศไทย แปลว่าลืมเรื่องที่เคยพูดจาเล่าขานเอาไว้ว่ากำลังทำเงินทำทองมหาศาล

แต่ขณะนี้ที่พยายามทำอยู่นั้น ถ้าหากฟังทั้งรายการที่พูดผ่านวิทยุ และทวิตเตอร์ ก็จะเห็นชัดเจนครับว่า คุณทักษิณกำลังมีความสับสนพอสมควรว่า ตนเองจะทำอย่างไร ถ้าหากศาลตัดสินยึดทรัพย์ ไม่ว่าจะยึดทั้งหมดหรือบางส่วน โอกาสที่จะกลับมาประเทศไทยอย่างที่พูดครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะว่ายังติดคดี ต้องกลับมาจำคุก 2 ปี คือคดีที่ดินรัชดาฯ นอกจากนั้นก็ยังมีคดีอื่นที่รออยู่มากมายหลายเรื่อง มิใช่ว่าคดีไหนจะชนะหนึ่งคดีแล้ว จะสามารถพ้นผิดคดีอื่นๆ ได้ด้วย

สิ่งที่คุณทักษิณทำได้ขณะนี้ก็คือการปลุกขวัญกำลังใจของผู้สนับสนุนเท่านั้น และพยายามจะบอกว่าจะกลับมาประเทศไทยในเร็วๆ นี้
แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไร ก็ยังมองไม่ออกว่าคุณทักษิณจะสามารถกลับมาประเทศไทยได้ ในฐานะที่คุณทักษิณเป็นคนพ้นผิดได้อย่างไร
ใครที่ยังคิดว่าคุณทักษิณสามารถกลับมาได้ โดยไม่ต้องติดคุก โดยไม่ต้องรับผิดนั้น แปลว่าไม่มีความเคารพในความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรมของประเทศ หรือคิดว่าบ้านเมืองนี้ไร้ขื่อไร้แป

ทั้งสิ้นทั้งปวง แม้จะมองภาพที่ดีที่สุดสำหรับคุณทักษิณ ก็ยังต้องเห็นภาพที่คุณทักษิณ จะต้องกลับมารับโทษ ไม่มีทางอื่น และไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ครับว่า สิ่งที่คุณทักษิณพยายามอ้างว่า จะกลับประเทศไทยในเร็วๆ นี้นั้น จะทำได้ด้วยวิธีใด ภายใต้กติกาใด และภายใต้ความเห็นชอบของใคร

สุทธิชัย หยุ่น