
ผู้ส่งออก22รายร่วมแข่งซื้อข้าวรัฐชงครม.26ม.ค.นี้
ผู้ส่งออกข้าว 22 ราย แห่เสนอประมูลข้าวสต็อกรัฐ 3.7 แสนตัน "วิจักร" ตั้งโต๊ะเจรจาวันนี้ (22 ม.ค.) ลั่นได้ราคาไม่ดีพร้อมล้มประมูล คาดเสนอ ครม.พิจารณาอังคารหน้า
นายวิจักร วิเศษน้อย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการเปิดซองเสนอราคาซื้อข้าวสารตามโครงการรับจำนำของรัฐบาล เพื่อการส่งออก ปริมาณรวม 3.75 แสนตัน ว่า ผู้ส่งออกสนใจเข้าร่วมประมูลครั้งนี้ 25 ราย แต่ยื่นซองเสนอราคาเพียง 22 ราย โดยคณะทำงานที่มีตนเป็นประธานจะเรียกมาต่อรองราคาในวันที่ 22 มกราคม และคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในวันที่ 25 มกราคม ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาวันที่ 26 มกราคมนี้
"มั่นใจว่าข้าวที่เปิดประมูลจะขายได้ทั้งหมด เพราะมีผู้ส่งออกสนใจเสนอซื้อเข้ามามากกว่าข้าวที่เปิดประมูล อย่างไรก็ตามหากเจรจาต่อรองแล้วไม่ได้ราคาตามเกณฑ์ ก็พร้อมจะยกเลิกการเปิดประมูลในส่วนที่เจรจาต่อรองไม่ได้" นายวิจักรกล่าวและว่า ขณะนี้แนวโน้มราคาข้าวในตลาดโลกอยู่ในช่วงขาขึ้น ความต้องการซื้อข้าวยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นข้าวขาว 5% ที่เปิดประมูลราคาเฉลี่ยที่ ตันละ 580-590 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินบาท 18,800 บาทต่อตัน
นายนิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า การระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ในช่วงนี้ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อชาวนา แต่ควรขายในราคาตลาด ขณะที่ผู้ส่งออกมีข้าวในสต็อกไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันช่วงนี้เป็นช่วงที่ตลาดมีความต้องการข้าว อาจมีกลุ่มโรงสีที่อาจจะขาดทุนกำไรบ้างจากการสต็อกไว้มากในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2552
"การขายข้าวของรัฐควรเร่งดำเนินการก่อนเดือนมีนาคม และเดือนเมษายน 2553 เพราะหลังจากนั้นข้าวนาปรังในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างจะออกสู่ตลาดประมาณ 1 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งอาจจะทำให้กระทบกับราคาที่เกษตรกรขายได้ และหากล่าช้าออกไปจนคู่แข่งอย่างเวียดนาม ซึ่งจะเริ่มเก็บเกี่ยวนาปรังเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ จะทำให้ราคาตกได้" นายนิพนธ์กล่าว



