
ซาอุฯเฆี่ยนเด็ก13พกมือถือไปโรงเรียน
ริยาด-รุมประณามซาอุฯ สั่งเฆี่ยนเด็กหญิงวัย 13 ถึง 90 ครั้งเพราะพกมือถือไปโรงเรียน
หนังสือพิมพ์เดลีเมล์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (21 ม.ค.) ว่าเด็กหญิงชาวซาอุดีอาระเบีย วัยเพียง 13 ปี ถูกตัดสินให้รับโทษโบยถึง 90 ครั้งต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้น แถมยังต้องโทษจำคุกอีก 2 เดือน เพียงเพราะพกโทรศัพท์มือถือไปโรงเรียน ส่งผลให้เกิดเสียงประณามจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนทั่วโลก
รายงานข่าวอ้างข้อมูลจากหนังสือพิมพ์อัล วาตันของซาอุฯ ระบุว่า เด็กหญิงซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ ได้เข้าทำร้ายครูใหญ่ของโรงเรียนซึ่งเป็นผู้หญิง ภายหลังจากที่ถูกจับได้พร้อมโทรศัพท์มือถือรุ่นถ่ายรูปได้ ซึ่งเป็นของต้องห้ามในโรงเรียนสตรี โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองจูเบล ทางภาคตะวันตก
ภายใต้กฎหมายอิสลามของซาอุฯ โทษโบยจะถูกนำไปใช้กับผู้ที่ทำผิดศีลธรรม อาทิ เป็นชู้ อยู่ในที่ลับตากับเพศตรงข้ามที่ไม่ได้เป็นญาติหรือมีความเกี่ยวพันกัน โดยเมื่อสามปีก่อน เด็กนักเรียน 16 คน อายุระหว่าง 12-18 ปี เคยถูกตัดสินให้ได้รับโทษโบย 300-500 ครั้งมาแล้วโทษฐานแสดงกิริยาที่ก้าวร้าวต่อครู
ทั้งนี้ ซาอุฯ เป็นประเทศเคร่งศาสนาและมีข้อห้ามที่แตกต่างจากประเทศเสรีในโลกหลายอย่าง อาทิ ห้ามจัดคอนเสิร์ตหรือฉายหนัง ร้านอาหารจำนวนมากหรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้าบางแห่งจะให้บริการเฉพาะคนที่มาเป็นครอบครัวเท่านั้น ขณะที่จะมีตำรวจศาสนาออกลาดตระเวนอยู่บนท้องถนนเพื่อตรวจตราคนต่างเพศไม่ให้อยู่ด้วยกัน
ซาอุฯ ยังเป็นประเทศหนึ่งที่มีการใช้โทษโบย ตัดหัวและตรึงกางเขนคนในที่สาธารณะมากที่สุดในโลก โดยเมื่อปีที่แล้วมีการฆ่าคน 2 คนด้วยการจับตรึงไม้กางเขน โดยคดีหนึ่งเกิดขึ้นในเมืองหลวงระหว่างที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐกำลังเยือนซาอุฯ ส่วนในเดือนกันยายน วัยรุ่น 20 คนที่ปล้นร้านค้าและร้านอาหารถูกโบยคนละประมาณ 30 ทีในที่สาธารณะ



