ข่าว

ปธ.วิปฝ่ายค้าน"ค้าน"สุจิต"นั่งเก้าอี้ปธ.ปฎิรูปการเมือง

ปธ.วิปฝ่ายค้าน"ค้าน"สุจิต"นั่งเก้าอี้ปธ.ปฎิรูปการเมือง

09 มี.ค. 2552

"ปธ.วิปฝ่ายค้าน"ค้าน"สุจิต"นั่งเก้าอี้ปธ.ปฎิรูปการเมือง ชี้มีอดีตเคยเกี่ยวพันกับคมช. ด้าน"โฆษกพท."ระบุปฎิรูปการเมืองเป็นเพียงแค่เกมเยื้อเวลาที่อยู่ในอำนาจให้นานออกไป “ปณิธาน”เผย“นายกฯ"เยือนแดนผู้ดี เตรียมเยือนมหาลัยฯเก่า พร้อมกล่าวสนุทรพจน์

(9มี.ค.) นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่สถาบันพระปกเกล้ารับเป็นเจ้าภาพในการปฏิรูปการเมือง ว่า ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ยังมีปัญหาในแง่ตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็นประธาน คือ นายสุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง เป็นประธาน ซึ่งตรงนี้เรารับไม่ได้ เนื่องจากเข้าใจกันดีกว่าบุคคลดังกล่าวมีความเชื่อมโยงมาจากยุคคมช. ซึ่งจะทำให้การทำงานไม่มีความเป็นกลาง โดยความจริงแล้วตนได้เคยเสนอไปแล้วว่าแนวทางการเลือกตัวบุคคลนั้น ควรจะได้มีการหารือร่วมกันของทุกฝ่ายก่อน ควรให้มีตัวเลือกที่หลากหลาย ไม่ใช่ไปเสนอแล้วก็เลือกกันเอง แบบนี้เรารับไม่ได้
  "ในการแก้ปัญหาสถาบันฯ และนายกฯต้องคำนึงถึงเรื่องตัวบุคคลเป็นสำคัญ ถ้าเปิดตัวนายสุจิตขึ้นมาอย่างนี้โดยไม่คุยกันก่อน ก็แสดงให้เห็นรัฐบาลไม่จริงใจในการแก้ปัญหา ” นายวิทยา กล่าว
 นายวิทยา กล่าวอีกว่า ส่วนที่กำหนดมาว่าจะใช้เวลา 8 เดือน ในการดำเนินการศึกษานั้น ตนคิดว่านานเกินไป เนื่องจากปัญหาต่างๆ มันมีมานานแล้ว และทุกคนก็รู้ดีว่าปัญหาคืออะไรอย่างไร ซึ่งถ้าต้องการให้มีการแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีก็ไม่ควรใช้เวลาเกิน 3 เดือน
 ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับกรณีที่สถาบันพระปกเกล้ารับเป็นเจ้าภาพในการปฏิรูปการเมืองนั้น ตนคิดว่าเป็นความต้องการซื้อเวลาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา เพราะทราบกันดีว่าช่วงที่มีการยึดอำนาจนั้น หลายคนในสถาบันพระปกเกล้าก็มีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่มาจากการยึดอำนาจ
 “เรื่องนี้เป็นความต้องการซื้อเวลาของนายกฯ เพื่อต้องการอยู่ในอำนาจคือเป็นรัฐบาลให้นานที่สุด เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเวลาในการปฏิรูปนานเท่าไหร่ หรือจะเท่ากับเวลาที่นายอภิสิทธิ์เคยบอกไว้ คือ อาจใช้เวลาประมาณ 3 ปี อย่างนี้ชัดเจนว่าเป็นการซื้อเวลาต่ออายุรัฐบาล ” โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว

อ.นิด้าชี้พระปกเกล้าปฏิรูปการเมืองไร้ผล
ผศ.ดร. พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองคณบดีคณะพัฒนาสังคมฯสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กล่าวถึงกรณีนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สถาบันพระปกเกล้าฯ เป็นตัวกลางในการดำเนินการปฏิรูปการเมืองว่า เห็นด้วยกับการปฏิรูปการเมือง แต่การที่ให้สถาบันพระปกเกล้าฯดำเนินการนั้น จะได้แค่เพียงแนวทางหรือได้เพียงข้อเสนอแนะในเชิงวิชาการเท่านั้น จะไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควรหากไม่มีการดำเนินการปฎิบัติในเชิงปฏิรูปวัฒนธรรมการเมืองควบคู่ไปด้วย ส่วนการจะก่อให้เกิดการปฏิรูปจริงๆนั้นขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองทั้งหลาย แต่คิดว่าในเวลานี้นักการเมืองหลายท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายของพรรคเพื่อไทยที่ไม่ยอมแน่นอน เนื่องจากอาจจะเข้าใจว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะดำเนินการภายใต้การมอบหมายของรัฐบาลซึ่งเป็นพรรคตรงข้าม

“ ปณิธาน”เผย“อภิสิทธิ์"เยือนแดนผู้ดีเตรียมเยือนมหาลัยฯเก่า

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 17.30 น. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าในการเดินทางไปเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13 - 15 มี.ค. 2552 นี้นั้น นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เพื่อเยี่ยมเยียนในฐานะเคยศึกษาพร้อมกล่าวสุนทรพจน์ ซึ่งจะมีนักวิชาการของอังกฤษเข้ารับฟังเป็นจำนวนมาก

“มานิต” ไม่หนักใจเรืองไกรยื่นป.ป.ช.สอบทรัพย์สิน
นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ได้ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายมานิต ที่อาจจะมีการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน เนื่องจากพบว่า มีทรัพย์สินหายไปเป็นเงิน 123,186,621.16 บาท ภายในเวลาเพียง 11 เดือน ว่า ยืนยันว่าได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ไม่มีการปกปิดข้อมูลแน่นอน ตนดำเนินการตามขั้นตอน ทุกอย่างมีเอกสารหลักฐานสามารถตรวจสอบและชี้แจงได้ครบถ้วน เบื้องต้นจำนวนเงินดังกล่าวเป็นส่วนที่เป็นของลูก ไม่ใช่ของตน แต่ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อนว่านายเรืองไกร ร้องเรียนประเด็นใดบ้าง
 “ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะไม่ได้โกงใคร ทุกอย่างทำด้วยความบริสุทธิ์  ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันระบุการทำกิจกรรมต่างๆไว้จำนวนมาก ซึ่งคงไม่มีใครสามารถปกปิดบัญชีทรัพย์สินได้ เพราะถึงแม้ไม่ได้รับการตรวจสอบทรัพย์สินในการเข้าเป็นรัฐมนตรี ก็ต้องถูกตรวจสอบตอนพ้นจากตำแหน่งส.ส.” นายมานิต กล่าว