ข่าว

"สัมพนี"แหล่งการค้านอกกรุงศรีฯ

"สัมพนี"แหล่งการค้านอกกรุงศรีฯ

21 ม.ค. 2553

ใน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นที่ทราบกันดีว่าเคยเป็นราชธานีที่ยิ่งใหญ่ของสยามมายาวนาน กลุ่มคนชุมชนต่างๆ ในพระนครศรีอยุธยา จึงมีทั้งกลุ่มคนที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ใหม่และชุมชนอีกมากมายที่ยังคงตั้งถิ่นฐานอาศัยสืบต่อกันมาชั่วลูกชั่วหลาน

 บ้านสำพะเนียง ต.สำพะเนียง ใน อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่นอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาไปทางทิศเหนือ มีประวัติกล่าวว่าบ้านสำพะเนียง เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ เดิมเรียกว่า “บ้านแพรกสำพะเนียง” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี เคยเป็นส่วนหนึ่งของ อ.มหาราช ต่อมาได้แบ่งบางส่วนยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอบ้านแพรก

 บ้านสำพะเนียง หรือ ตำบลสำพะเนียงนี้ สันนิษฐานว่าอาจหมายถึงบริเวณย่านสำพนี ที่กล่าวถึงในคำให้การของขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม เอกสารในสมัยอยุธยายุคปลาย เนื้อความตอนหนึ่งที่บรรยายถึงที่ค้าขายริมแม่น้ำสองฟากนอกกรุงศรีอยุธยา เป็นหมู่เป็นย่านเป็นตำบลจำนวนมาก ว่า

 “ย่านสำพนีตีสกัดน้ำมันงาน้ำมันลูกกะเบา น้ำมันสำโรงน้ำมันถั่วขาย ๑ บ้านหมู่หนึ่ง ทำฝาเรือนอยู่แลเรือนหอ ด้วยไม้ไผ่กรุกระแชงบ้าง กรุแผงกำบ้าง ทำไว้ขายแลรับจ้างบ้าง ๑ บ้านหมู่หนึ่งทำการหล่อเหลกเปนครกสากเหลกขายแลตั้งเตาตีมีดพร้าแลรูปพรรณต่างๆ รับจ้างแลทำไว้ขาย ๑ บ้านทั้งสามพวกนี้อยู่ย่านสัมพนี”

 ย่านสำพนี หรือสัมพนีดังกล่าวนี้ก็อยู่ริมแม่น้ำเช่นเดียวกับที่ตั้งของบ้านสำพะเนียงเดิมเช่นกัน โดยชื่อสำพะเนียงนี้อาจเพี้ยนมาจากสำพนีนั่นเอง

 บางท่านว่าชื่อ สำพนี อาจเกี่ยวข้องกับชื่อทางมุสลิม เช่นชื่อขนมสัมปันนี แต่ยังไม่ทราบที่มาความหมายเดิมว่ามาจากคำว่าอะไร และหมายถึงอะไร

 อย่างน้อยถ้าชื่อ สำพนี เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมทางมุสลิมด้วยแล้ว ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่านับแต่อดีตพระนครศรีอยุธยาเป็นศูนย์รวมการค้าและเป็นที่ตั้งหลักแหล่งของคนนานาชาติภาษาและศาสนาได้อยู่ร่วมกัน ดังที่มีหลักฐานเอกสารและโบราณวัตถุสถานเป็นพยานมานมนาน และยังทิ้งร่องรอยเป็นภาษา วัฒนธรรมต่างๆ ไว้ถึงทุกวันนี้