
ทูตกลุ่มละตินอเมริกาซึ้งน้ำใจไทยช่วย"เฮติ"
ทูตกลุ่มประเทศละตินอเมริกาซาบซึ้งน้ำใจรัฐบาลและคนไทยช่วยเหยื่อแผ่นดินไหวเฮติ "วีระชัย" เผยไทยพร้อมร่วมมือส่งแพทย์ช่วยเหลือภายใต้กรอบสหประชาชาติ เผยยอดบริจาคธารน้ำใจหลั่งไหลช่วยเหลือวันที่สองรวมกว่า 12 ล้านบาท
เมื่อเวลา 15.45 น.วันที่ 21 ม.ค. ที่ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาล เอกอัคคราชทูตเปรู ประจำประเทศไทย ได้นำคณะเอกอัคราชทูตกลุ่มประเทศละตินอเมริกา ประกอบด้วย อาร์เจนติน่า บราซิล คิวบา ชิลี และแม็กซิโก เข้าพบหารือร่วมกับนายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
จากนั้นนายวีระชัย เปิดเผยว่า คณะทูตฯกลุ่มละตินนอเมริกา ได้แสดงความขอบคุณที่รัฐบาลไทยและพี่น้องประชาชนคนไทยพยายามให้การช่วยเหลือ แก่ชาวเฮติ นอกจากนี้ยังได้หารือถึงช่องทางในการที่จะร่วมมือให้ความช่วยเหลือแก่เฮติ ว่าจะสามารถดำเนินการผ่านช่องทางใดได้บ้าง เนื่องจากทราบดีว่า ขณะนี้มีปัญหาเรื่องระบบขนส่ง ซึ่งมีระยะทางค่อนข้างห่างไกล ทั้งนี้ในเรื่องของการจัดส่งจะจัดส่งทีมแพทย์ไปให้การช่วยเหลือในเฮติ ซึ่งไทยยืนยันว่าเราพร้อมที่จะจัดส่งไป และได้หารือกันว่าประเทศไทยจะพยายามดำเนินการอยู่ภายใต้กรอบการช่วยเหลือของ องค์การสหประชาชาติ
อย่างไรก็ตามทางแม็กซิโกแจ้งว่าพร้อมที่จะร่วมมือกับทางการไทย เนื่องจากมีทีมแพทย์ของแม็กซิโกประจำอยู่บนเรือตามแนวชายฝั่ง โดยมีเจ้าหน้าที่และพยาบาลประมาณ 400 คน ซึ่งการจะเดินทางเข้าไปให้การช่วยเหลือในเฮติขณะนี้ต้องคำนึงถึงสภาพปัญหา ในเรื่องความปลอดภัย และผู้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือต้องดูแลสามารถให้อยู่ได้ด้วยตนเอง
นอกจากนี้เอกอัคคราชทูตชิลียังให้คำแนะนำด้วยว่า ประเทศไทยมีประสบการณ์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยสินามิ ซึ่งจะต้องมีการวางแผนจังหวะเวลาของการช่วยเหลือ ทั้งสำหรับระยะสั้นและในระยะยาว ที่สำคัญยังต้องมีการประสานงาน บูรณาการช่วยเหลือกันให้ดี ส่วนเรื่องที่รัฐบาลไทยจะจัดส่งข้าวไปช่วยเหลือเฮตินั้นทางเอกอัคคราชทูตแสดง ความชื่นชมว่าถูกต้องเพราะชาวเฮติบริโภคข้าวเป็นอาหารหลักโดยผสมกับถั่ว ทั้งนี้ในวันเดียวกันตนยังได้ร่วมบริจาคให้กับชาวเฮติเพิ่มเติมอีก 50,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ช่วงเย็นวันเดียวกัน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้สรุปยอดรับเงินบริจาคช่วยเหลือ ผ่านศูนย์รวมน้ำใจชาวไทยช่วยผู้ประสบภัยเฮติ โดยผ่านทางศูนย์รับบริจาค จำนวน 382,239 บาท รับผ่านรองนายกรัฐมนตตรี / รัฐมนตรี จำนวน 6,818,931 บาท และ โอนผ่านธนาคารกรุงไทย จำนวน 5,313,244.23 บาท รวมเงินทั้งสิ้น 12,514,414.23 บาท



