ข่าว

กกท.เต็ง8กีฬา
คว้าทองเอเชี่ยนเกมส์

กกท.เต็ง8กีฬา คว้าทองเอเชี่ยนเกมส์

22 ม.ค. 2553

ประธานเตรียมนักกีฬาไทย "บิ๊กหนุ่ม" นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ยอมรับทัพนักกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 “กวางโจวเกมส์” คงทำไม่ได้ 19 เหรียญทอง ตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้

แต่ฝากความหวังไว้ที่ 8 กีฬา ได้แก่ ตะกร้อ, กรีฑา, มวยสากลสมัครเล่น, บิลเลียด, เรือใบ, เทนนิส, ยกน้ำหนัก, และยิงปืน เพื่อคว้าเหรียญทอง รั้งอันดับ 4 ของเอเชียให้ได้


 "บิ๊กหนุ่ม" กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะประธานเตรียมนักกีฬาทีมชาติไทย เปิดเผยถึงการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน จะเป็นเจ้าภาพ วันที่ 12-27 พฤศจิกายน 2553 ว่า ตามเป้าหมายแผนยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศนั้น ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 19 เหรียญทอง และต้องเป็นอันดับ 4 รองจาก จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งต้องยอมรับว่า จากผลงานในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 เมื่อปีที่แล้วถือเป็นงานที่หนักมาก สำหรับทัพนักกีฬาไทย อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ดังกล่าวต้องตั้งเป้าให้สูงกว่าเดิม เพื่อท้าทายให้เกิดการพัฒนา


 ทั้งนี้ ในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 “โดฮาเกมส์” ที่ประเทศกาตาร์ เมื่อ 4 ปีก่อน นักกีฬาไทยทำได้ 13 เหรียญทอง จากกีฬา 9 ชนิด ได้แก่ ตะกร้อ 4 ทอง, กรีฑา 2 ทอง, มวยสากลสมัครเล่น, บิลเลียด, เรือใบ, เทนนิส, ยกน้ำหนัก เพาะกาย และยิงปืน กีฬาละ 1 ทอง ได้อันดับ 5 รอง จาก จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และคาซัคสถาน โดยใน “กวางโจวเกมส์” ไม่มีเพาะกายแข่งขัน เพราะนำไปบรรจุไว้ในกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ซึ่ง “บิ๊กหนุ่ม” กล่าวว่า กีฬาทั้ง 8 ชนิด จึงเป็นความหวังของไทยที่จะรักษาเหรียญทองไว้ให้ได้ และนอกจาก 8 กีฬาดังกล่าว ยังมีอีก 2-3 กีฬา ที่มีโอกาสคว้าเหรียญทองได้ อาทิ ยูโด, มวยปล้ำ, แบดมินตัน เป็นต้น


 “กีฬาซึ่งไทยเคยได้เหรียญทองผู้รับผิดชอบทั้งหมดจะต้องรักษามาตรฐานผลงานตัวเองไว้ให้ได้ เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ ส่วนการเตรียมนักกีฬาขณะนี้ กกท.กำลังรวบรวมแผนงานของสมาคมกีฬาทั้งหมดเพื่อพิจารณาให้เก็บตัวฝึกซ้อมตั้งแต้เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป” ผู้ว่าการ กกท.กล่าว