
ทัพบกแจ้งความถูกM79ยิงเป็นหลักฐาน
เสธ.แดง เชื่อ เอ็ม 79 ถล่ม อนุพงษ์ มีรอบสอง จนกว่าจะลาออก ระบุฝีมือกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ไม่เอาชีวิต แต่ให้ตายทั้งเป็น ร้อง บิ๊กป๊อก-ประวิตร ไขก๊อก รับผิดชอบ ล่าสุดทัพบกส่งพ.อ.แจ้งความไว้เป็นหลักฐานคดียิงเอ็ม79
พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีคนร้ายยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 เข้ามายังกองบัญชาการกองทัพบก หลังจากที่มีคำสั่งพักราชการว่า ตนไม่เกี่ยวกับเหตุยิงระเบิดที่เกิดขึ้น เพราะวันเกิดเหตุที่ข่าวระบุว่า เป็นวันที่ 14 ม.ค.53 นั้น ตนเดินทางไปต่างจังหวัด เพื่อไปปราศรัยขึ้นเวทีของกลุ่มเสื้อแดง ดังนั้นไม่ควรนำตนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการยิงครั้งนี้ ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่า ใครเป็นผู้ก่อเหตุ แต่อาจจะเป็นกลุ่มนักรบศรีวิชัย ที่ต้องการมาล้างแค้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกก็ได้ เพราะเมื่อครั้งที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ถูกลอบสังหารนั้น ลูกชายของนายสนธิเชื่อว่า เป็นฝีมือของกลุ่ม 3 ป. จนทำให้ช่วงนั้นตนต้องออกมาปกป้อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม หรืออาจจะเป็นกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่ไม่พอใจการกระทำของ พล.อ.อนุพงษ์ ก็ได้
“การที่กองทัพบกถูกคนร้ายยิงด้วยลูกระเบิดเอ็ม 79 นั้น ถือว่า เป็นความอับอายที่สุดของกองทัพบก เพราะตั้งแต่มีการตั้งกองทัพบกมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งมาถึง 122 ปี ไม่เคยถูกใครยิงมาก่อน การโดนยิงครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรณ รมว.กลาโหม และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยการลาออกจากตำแหน่ง และขณะนี้กองทัพบกไม่ใช่ของประชาชนอีกต่อไปแล้ว เพราะขณะนี้มีประชาชนที่ไม่พอใจ พล.อ.อนุพงษ์ จนถึงเอาพวงหรีดไปวางหน้ากองทัพบก ซึ่งในประวัติศาสตร์กองทัพบกไม่เคยมีมาก่อน ” พล.ต.ขัตติยะ กล่าว
เมื่อถามว่า จะมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นอีกหรือไม่ พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ตนไม่รู้ แต่ตนเชื่อว่า มีแน่นอน เพราะเมื่อมีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สอง และในฐานะที่ตนเป็นเพื่อนรักของ พล.อ.อนุพงษ์ แม้ตนจะถูกพักราชการโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ตนก็ยังไม่ลืมความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แม้ พล.อ.อนุพงษ์ จะลืมไปแล้วก็ตาม ตนขอเตือนว่า ขอให้นำภรรยาและลูกย้ายออกมาจากบ้านพักใน ซ.พุทธมณฑล 68 มาพักอยู่ที่บ้านพักภายใน กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) เสียก่อน เพราะตนเกรงว่า จะไม่ได้รับความปลอดภัย
“การที่ พล.อ.อนุพงษ์ ใช้กำลังสารวัตรทหารบก (สห.) 30 กว่าคน ไปช่วยรักษาความปลอดภัยบ้านตัวเองที่ย่านพุทธมณฑลนั้น ถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการนำกำลังพลที่ไว้ใช้สำหรับงานหลวงไปใช้งานส่วนตัว ตอนนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ต้องลาออกจากตำแหน่งสถานเดียว เพราะผมเชื่อว่า ทางกองกำลังไม่ทราบฝ่ายอาจจะมีการยิงถล่มจนกว่า พล.อ.อนุพงษ์ จะลาออกจากตำแหน่ง หากไม่ลาออกก็จะทำให้ พล.อ.อนุพงษ์ ก็จะยิงต่อไปเรื่อยๆ อยู่ได้ ก็เหมือนตายทั้งเป็น ดังนั้นขอเตือน และแนะนำว่า ให้รีบนำตาข่ายมาห่อตัวตึกกองบัญชาการกองทัพบกไว้ เพื่อป้องกันลูกระเบิดเอ็ม 79 ที่จะถูกยิงเข้ามา ” พล.ต.ขัตติยะ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น.พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ท.สันฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิ์วิชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล(ผบ.ส.) ได้เดินทางเข้ามาที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อร่วมประชุมหารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. และพล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก เพื่อประเมินสถานการณ์ประเมินสถานการณ์ร่วมกัน ภายหลังกองบัญชาการกองทัพบกถูกคนร้ายยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 เข้าใส่ที่ห้องทำงานของ พล.อ.อนุพงษ์
"สุริยะใส"จี้บิ๊กป๊อกแจงด้วยตัวเอง
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ (กมม.) กล่าวว่า นอกจากเป็นการท้าทายกองทัพแล้ว ยังเป็นภาพสะท้อนถึงความล้มเหลวของกองทัพไทยในยามวิกฤติของบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง กองทัพนอกจากจะไม่มีผลงานในการคลี่คลายความขัดแย้งแล้ว ดูแลตัวเองก็ยังเป็นเรื่องที่ลำบาก ปรากฎการณ์ยิงระเบิดใส่กองทัพบกครั้งนี้ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ยิงโดนห้อง ผบ.ทบ.หรือไม่
แต่ประเด็นสำคัญคือกองทัพปล่อยให้มีการเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่างไร เจตนาของคนร้ายคงต้องการท้าทายอำนาจนำในกองทัพโดยเฉพาะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะ ผบ.ทบ. และนี่เป็นการส่งสัญญาณรบโดยตรงจากขบวนการไม่เอารัฐบาล ถึงผบ.ทบ. และฝ่ายความมั่นคงว่ากลุ่มอำนาจเถื่อนกลุ่มนี้พร้อมเปิดศึกหรือก่อความรุนแรงได้ตลอดเวลา และหยามฝ่ายความมั่นคงซ้ำซาก ซึ่งคนร้ายที่ลงมือต้องมีอำนาจพิเศษหนุนหลัง ปฏิบัติการครั้งนี้ เสธ.แดงอาจเป็นแค่ตัวลวงให้สังคมหลงประเด็น
"ผบ.ทบ.ควรออกมาชี้แจงด้วยตัวเองไม่ใช่แค่ให้โฆษกกองทัพบกออกมาชี้แจง เพราะส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชน โดยเฉพาะสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ที่นับวันกำลังเข้าสู่ความเสี่ยงมากขึ้น กองทัพบกต้องเร่งสะสางและหาตัวคนร้าย หรือระบุกลุ่มคนร้ายออกมาให้ได้โดยเร็ว หากปล่อยเรื่องเงียบหายไปเหมือนที่ผ่านมาความเสื่อมต่อกองทัพจะเป็นชนวนหนึ่งที่ทำให้ประชาชนต้องหาหนทางป้องกันตัวเอง "นายสุริยะใส กล่าว
ทัพบกส่งพ.อ.แจ้งความไว้เป็นหลักฐานคดียิงเอ็ม79
พ.ต.อ.รังสสรรค์ ประดิษฐผล ผกก.สน.นางเลิ้ง เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้ทางกองทัพบกได้ส่งนายทหารยศ พ.อ. มาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน โดยมี พ.ต.ท.ภูเบศ เส้นขาว รองผกก.สน.นางเลิ้งเป็นผู้รับแจ้ง กรณีที่พบรอยกระเทาะซึ่งคาดว่าเป็นระเบิดเอ็ม 79 ที่คนนร้ายลอบยิงเข้าไปในกองทัพบกเมื่อกลางดึกวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา
พ.ต.อ.รังสรรค์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเข้าแจ้งความดังกล่าวทางทหารแจ้งว่าต้องการลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน โดยไม่มีการสอบลายละเอียดใดๆ ซึ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรอการประสานจากฝ่ายทหาร เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นเขตของทหาร และฝ่ายทหารจะดำเนินการหาหลักฐานเองหรือไม่อย่างไรนั้นก็ไม่ทราบ โดยฝ่ายทหารยังย้ำว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก เป็นเพียงรอยกระเทาะบนฝ้าเพดาน ไม่มีผู้ใดได้รับาดเจ็บ จึงไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น หรือข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย



