
ชาวเขายายเที่ยงผวาหลังป่าไม้สั่งสุรยุทธ์คืนที่ดิน
ชาวเขายายเที่ยง 250 ครอบครัวผวาหลัง กรมป่าไม้สั่ง "สุรยุทธ์" คืนพื้นที่บ้านเขายายเที่ยง ใน 30 วัน จี้กรมป่าไม้ ชี้แจงถึงถึงชะตากรรมชาวบ้านว่า จะมีสิทธิอยู่ต่อไปหรือไม่ ต่อรองหากต้องย้ายออกต้องจัดสรรที่ทำกินคนละ 14 ไร่ 2 ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เท่านั้น
ภายหลังจากที่ นายสมชัย เพียรสถาพร อธิบดีกรมป่าไม้ ได้ลงนามในคำสั่งให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ออกจากพื้นที่เขายายเที่ยงภายใน 30 วัน เพื่อขอคืนพื้นที่ ตามคำสั่งของอัยการที่ระบุว่า ไม่สามารถครอบครองที่ดินต่อไปได้ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบกฎหมายของกรมป่าไม้ เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้สร้างความกังกลใจให้กับกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับบ้านพักของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ทั้งบ้านเขายายเที่ยงเหนือ หมู่ 6 และบ้านเขายายเที่ยงใต้ หมู่ที่ 10 ว่าอาจจะต้องออกจากพื้นที่เช่นเดียวกันพลเอกสุรยุทธ์ฯ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการชี้แจงที่เป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐถึงชาวบ้านเพื่อให้หายกังวลใจ
นายอุทัย สังข์จันทึก กำนันตำบลคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ หมู่ 6 และหมู่ที่ 10 กำลังมีความกังวลและมึนงง กับสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างมาก และยังไม่รู้ชะตากรรมของตนเองว่าจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ไป ภายหลังจากที่ พลเอกสุรยุทธ์ฯ ถูกตัดสินให้คืนที่ดินเขายายเที่ยง และต้องออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน ซึ่งชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้าน ซึ่งมีอยู่มากกว่า 250 ครัวเรือน เริ่มไม่แน่ใจกับสถานการณ์ว่าจะต้องออกจากพื้นที่เช่นเดียวกับพลเอกสุรยุทธ์ หรือไม่ รวมถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาชี้แจงหรือตัดสินว่าชาวบ้านจะต้องย้ายออกจากพื้นที่หรือไม่ ดังนั้นชาวบ้านจึงอย่างให้รัฐบาลหรือกรมป่าไม้ ออกมาชี้แจงและทำความเข้าใจในส่วนนี้ให้ชัดเจน
ซึ่งทั้งนี้หากมีการออกมาชี้แจงหรือตัดสินว่า ชาวบ้านเป็นกลุ่มบุคคลที่บุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ทางกลุ่มชาวบ้านก็พร้อมจะปฏิบัติตามหากมีคำตัดสินดังนั้น แต่การตัดสินจะต้องมีความชัดเจน ถึงหลักเกณฑ์การกำหนดพื้นที่และเอกสารรับรองตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นชาวบ้านก็พร้อมที่จะออกจากพื้นที่ แต่มีข้อแม้ว่าทางรัฐบาลและทางกรมป่าไม้จะต้องทำการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ชาวบ้านที่ต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด
เนื่องจากชาวบ้านกลุ่มนี้ได้รับสิทธิการครอบครองมาอย่างถูกต้องโดยได้รับการจัดสรรโดยตรงจากทางกรมป่าไม้ และอยู่ในพื้นที่มาเป็นระยะเวลาช้านานแล้ว ดังนั้นหากจำเป็นต้องออกจากพื้นที่ทางรัฐบาลและกรมป่าไม้ก็จะต้องหาที่อยู่และที่ทำกินให้กับกลุ่มชาวบ้านใหม่ ตามนโยบายจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกินครอบครัวละ 14 ไร่ 2 งาน และพื้นที่จะต้องอยู่ในจังหวัดนครราชสีมาเท่านั้น ซึ่งหากรัฐบาล และทางกรมป่าไม้ไม่สามารถปฏิบัติได้ตามที่เรียกร้องชาวบ้านจะไม่ยอมออกจากพื้นที่อย่างแน่นอน
นายอุทัย กล่าวว่า ภายหลังจากที่ชาวบ้านรู้ว่าพลเอกสุรยุทธ์ จะต้องคืนที่ดินให้กับทางกรมป่าไม้ ส่วนใหญ่จะรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเชื่อมมั่นว่าพลเอกสุรยุทธ์ ไม่มีเจตนาที่จะกระทำความผิด เพราะเท่าที่รู้จักกับ พลเอกสุรยุทธ์ มา ท่านเป็นบุคคลที่น่าเคารพนับถือ ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน และเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นเป้าที่ทำให้เกิดความวุ่นวายและอาจสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง ก็ไม่พยายามที่จะตอบโต้และยินดีที่จะให้กระทำการได้ทุกอย่างหากถูกตัดสินว่าผิด จนต้องถูกยึดที่ดินไป
เนื่องจากเกรงว่าหากต่อความยาวสาวความยืดชาวบ้านก็จะได้รับความเดือดร้อน ซึ่งคุณธรรมที่แสดงออกถึงความเสียสละของท่านข้อนี้ยิ่งสร้างความนับถือให้เกิดแก่ชาวบ้านเพิ่มมากขึ้น



