ข่าว

ทบ.รับM79บึ้มจริงยันอนุพงษ์ไม่กังวล-ไม่เสียหน้า

ทบ.รับM79บึ้มจริงยันอนุพงษ์ไม่กังวล-ไม่เสียหน้า

21 ม.ค. 2553

โฆษกทบ.รับเอ็ม 79 บึ้ม ทบ.จริง ยัน “อนุพงษ์”ไม่กังวล-ไม่เสียหน้า ยังใช้ชีวิตปกติ ปัดเพิ่มกำลังรปภ.แจงระเบิดลงฝั่งห้องฟิตเนส ไม่ใช่ห้อง “อนุพงษ์” เผยยังไม่พุ่งเป้า “เสธ.แดง” มือบึ้ม แจงเหตุไม่แถลงก่อน หวั่นสังคมตกใจ ขณะที่โฆษกกห.ปัดบึ้มหน้ากระทรวง"ประวิต

 ที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 21ม.ค. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก แถลงถึงกรณีทีมีการนำเสนอข่าวว่า มีคนร้ายยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 เข้ามาที่บริเวณชั้น 6 ห้องทำงานของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกว่า จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกองทัพบก ได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามวงรอบ ซึ่งปรากฏพบร่องรอยบริเวณผนังของอาคารชั้น 6 มีร่องรอยเป็นรู และรอยปูนแตก แต่ไม่ได้สังหรณ์อะไร แต่ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ ของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศชี้แจงว่า มีการพูดคุยจากโปรแกรมสนทนาทางกล้องวิดีโอ หรือ แคมฟร็อก ในลักษณะว่า มีการยิงกระสุนปืนเอ็ม 79 มาที่กองบัญชาการกองทัพบก

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เมื่อข่าวทั้งสองฝ่ายตรงกัน ผู้บังคับบัญชาจึงได้มอบให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบบริเวณที่พบร่องรอยปรากฏว่า จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่สรรพวุธทหารบกรายงานว่า เป็นร่องรอยของการระเบิดของวัตถุระเบิดชนิดใดชนิดหนึ่งจริง แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นวัตถุระเบิดชนิดใด และไม่สามารถยืนยันเวลาได้ว่า เกิดเมื่อวันที่เท่าใด

 อย่างไรก็ตาม จากการสันนิษฐาน น่าจะเป็นช่วงเวลากลางคืน แต่เจ้าหน้าที่เวรยามไม่มีใครได้ยินเสียงระเบิด แต่จากการประมวลเหตุการณ์ทั้งหมด เชื่อว่า จุดเกิดเหตุคือ บริเวณผนังอาคารชั้น 6 ฝั่งด้านห้องออกกำลังกาย ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับห้องทำงานของผบ.ทบ. และห่างมากพอสมควร ดังนั้น น่าจะเป็นการพยายามสร้างสถานการณ์ ให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคมของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ไม่น่าจะเป็นการปองร้ายผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่กองทัพบกตามปกติถือเป็นมาตรการที่มีความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการด้านข่าวสาร หรือเจ้าหน้าที่เวรยามตลอดจนการใช้ทีวีวงจรปิด แต่ต้องยอมรับความจริงว่า ที่ตั้งของกองทัพบกโดยรอบจะมีที่พักของประชาชน และเส้นทางคมนาคมต่าง ๆ ค่อนข้างมาก ดังนั้น หากถามว่า การดูแลรอบๆกองทัพบกทำได้หรือไม่ ต้องยอมรับว่า ทำได้ แต่สถานการณ์บ้านเมืองในภาวะที่ใช้กฎหมายตามปกติคงทำไม่ได้ หากมีการตั้งจุดตรวจโดยรอบกองทัพบกจะทำให้เกิดความวุ่นวาย และประชาชนเดือดร้อน

 “ส่วนข่าวว่า ผบ.ทบ.เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น ขอยืนยันว่า ไม่ได้มีการดำเนินการในลักษณะอย่างนั้น การรักษาความปลอดภัยในพื้นที่กองทัพบก และผู้บังคับบัญชาระดับสูงยังคงเหมือนเดิม และผบ.ทบ.ยังฝากมาถึงประชาชนทุกท่านว่า ปกติท่านไม่เคยมีปัญหากับใคร ท่านทำทุกอย่างไปตามหน้าที่ และภารกิจที่เกี่ยวข้อง และยังใช้ชีวิตประขำวันตามปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง"

 ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในกองทัพบกและผู้บังคับบัญชาระดับสูง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม และท่านเน้นย้ำว่า น่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์

 เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นหลังจากมีการสั่งพักราชการพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก พ.อ.สรเสริญ กล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงว่า หลายคนอาจมองอย่างนั้น แต่สำหรับกองทัพเมื่อทุกอย่างบยังไม่ชัดเจน เราจะไปเหมารวมคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และจะทำให้ผู้ที่ถูกเรากล่าวพาดพิงถึงได้รับความเสียหาย ผบ.ทบ.ย้ำว่า ต้องทำทุกอย่างตามขั้นตอน หน้าที่ ไม่ได้มีความรู้สึกส่วนตัวกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

 เมื่อถามว่า จากเหตุระเบิด กองทัพรู้สึกเสียหน้าหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เขาถามคำถามนี้กับผบ.ทบ.ท่านบอกว่า ท่านไม่รู้สึกเสียหน้าเพราะถือว่า มาตรการป้องกันที่ทำอยู่ถือว่า ดีที่สุด แต่ถือว่า หากใครทำเหตุการณ์อย่างนี้ต้องพิจารณาตนเองว่า ทำอะไรอยู่ และทำสังคมเกิดความวิตกกังวลหรือไม่ แต่กองทัพบกไม่มีความรู้สึกเสียหน้า เรายังคงยืนยันว่าต้องปฏิบัติภารกิจตามกฎระเบียบข้อบังคับเหมือนเดิม

 เมื่อถามว่า ผบ.ทบ.วิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า จากที่เขาคุยกับท่าน ท่านบอกว่า ท่านไม่เคยวิตกกังวลอะไรก็แล้วแต่ที่ทำตามระเบียบ

 เมื่อถามว่า เหตุใดจึงมีการปิดข่าว พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ท่านไม่ได้ปิดข่าว แต่ไม่มีใครถามท่าน เพราะปกติตามวิสัยของทหารอะไรก็แล้วแต่ที่ชี้แจงสังคมโดยที่สังคมยังไม่ได้ตั้งข้อสงสัย จะทำให้สังคมตื่นตระหนก ดังนั้นในความรับผิดชอบของคนที่เป็นทหาร อะไรที่เกิดขึ้นแล้วพิจารณาว่า จะทำให้สังคมตระหนกตกใจก็ไม่พูดเสียดีกว่า

 เมื่อถามว่า ขนาดผบ.ทบ.ยังโดนระเบิด แล้วความปลอดภัยประชาชนใครจะรับรองได้ พ.อ.สรรเสริญ กล่าว่า หลายคนตั้งข้อสงสัย แต่ต้องพิจารณาสถานการณ์บ้านเมืองว่า เหตุการณ์อย่างนี้ หรือความรู้สึกว่า ความขัดแย้งทางความคิดหรือไม่ ไม่ได้เกิดกับประชาชนทุกคน แต่เกิดกับประชาชนบางท่าน บางกลุ่มที่เข้าใจไปเอง ทั้งที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ และกองทัพบกยืนยันว่า เราทำทุกอย่างตามกฎระเบียบข้อบังคับ ไม่ได้มีความรู้สึกส่วนตัวกับใคร เชื่อว่า เหตุการณ์อย่างนี้ไม่เกิดกับทุกคน อย่าวิตกกังวล

 เมื่อถามว่า เหตุการณ์จะทำให้กำลังพลขาดความเชื่อมั่นในตัวผู้นำหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า การเชื่อมั่นในตัวผู้นำทางทหาร เรามีระบบ และทุกคนสามารถชี้แจงได้ว่า ท่านทำตามระเบียบข้อบังคับอะไร และจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา กำลังพลยังเชื่อมั่นในตัวผู้บังคับบัญชา แต่คงไม่ถึงกับเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เพราะที่ผ่านมาในสมัยที่มีการปฏิรูปเคยเกิดระเบิดตู้โทรศัพท์ทางด้านหน้ากองทัพบก ซึ่งประเด็นอยู่ที่เราพยายามชี้แจงว่า สิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามขั้นตอนทุกเรื่อง และมาตรการทุกอย่างถือเป็นมาตรการที่มีความเหมาะสม

 เมื่อถามว่า พล.อ.อนุพงษ์ เคยปรารภหรือไม่ว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของพล.ต.ขัตติยะนั้น พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ท่านไม่เคยพูดอย่างนั้น

 เมื่อถามว่า มีคนตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นการกระทำของพล.ต.ขัตติยะหลังถูกสั่งพักราชการ ดังนั้น การพิจารณาลงโทษในครั้งต่อไปจะเป็นอย่างไร พ.อ.สรเสริญ กล่าวว่า เขาได้ถามคำถามนี้กับผบ.ทบ.แล้ว และท่านบอกว่า ไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบข้อบังคับได้ อะไรที่ต้องดำเนินการกับกำลังคนใดคนหนึ่ง และเป็นไปตามระเบียบก็ต้องดำเนินการ เพราะมิเช่นนั้นคนที่ทำหน้าที่ในเรื่องศาล ทนาย หรือเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ถ้ากระทำการไปตามข้อกฎหมายข้อบังคับกับผู้ที่กระทำผิดทุกคนก็ต้องวิตกกังวลด้วย

 เมื่อถามว่า แสดงว่า การสั่งพักราชการพล.ต.ขัตติยะ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เท่าที่ได้ดูเนื้อหาสาระของเรื่อง ของอย่างมีระเบียบอ้างอิงที่ชัดเจน การพักราชการไม่ใช่การลงโทษ เพราะท่านมีคดีความมาก ดังนั้นโอกาสที่ท่านจะทำงานรับราชการค่อนข้างลำบาก ประกอบกับเคยมีคณะกรมการสอบสวนท่าน และท่านรับกับคณะกรรมการว่า จะไม่ให้ข่าวในลักษณะที่ทำให้กองทัพเสียหาย ไม่กระทบต่อความรู้สึกวิตกกังวลของประชาชนและกองทัพ เมื่อท่านให้ข่าวอีก แสดงว่า ท่านขัดคำสั่งจึงจำเป็นต้องพักราชการตามระเบียบ

 เมื่อถามว่า ในส่วนของคดีทางกองทัพจะให้ตำรวจเข้ามาสอบสวนหรือไม่ พ.อ.สรเสริญ กล่าวว่า น่าจะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ตนไม่ได้ถามกับท่านว่า จะแจ้งความหรือไม่ ซึ่งทุกเรื่องที่ก่อให้สังคมเกิดความวิตกกังวลต้องเป็นไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรายังไม่ได้ส่งเรื่องให้กับตำรวจ

 เมื่อถามว่า จะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้เข้าไปดูในที่เกิดเหตุหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการสอบถามผู้เกี่ยวข้อง แต่วันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา นายสมชาย เพศประเสริฐ ประธานคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งหนังสือติดต่อมา ซึ่งขณะนี้ได้ส่งไปยังฝ่ายเสนาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาและนำเรียน ผู้เกี่ยวข้องว่า จะเข้ามาตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุได้หรือไม่อย่างไร

โฆษกกห.ปัดบึ้มหน้ากระทรวง"ประวิตร"สั่งเช็คข่าวกันป่วน

 พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงถึงกรณีที่มีการเสนอข่าวว่า คนร้ายยิงลูกระเบิดชนิดเอ็ม 79 ไปตกบริเวณสนามหน้ากระทรวงกลาโหม เมื่อคืนวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมาว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ทั้งด้านหน้าและด้านข้างของกระทรวงกลาโหม พร้อมทั้งสอบถามเวรยามที่อยู่ด้านข้างของกรมพระธรรมนูญและศาลหลักเมือง โดยเฉพาะบริเวณริมคลองหลอดและผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด โดยเฉพาะเรื่องของเสียงระเบิดที่เกิดขึ้น ได้รับการยืนยันว่า ไม่มีอะไร รวมถึงการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ในพื้นที่ของกระทรวงกลาโหม ตามจุดล่อแหลมก็ไม่พบเหตุการณ์อะไร จึงขอยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว

 “พื้นที่ด้านหน้าของกระทรวงกลาโหมเป็นพื้นที่เปิด มีเวรยามของสำนักพระราชวังที่เข้าเวรยามและทหารยามของกระทรวงกลาโหม รวมถึงผู้ที่สัญจรผ่านไปมา จึงคิดว่าอาจจะมีความเข้าใจกันคลาดเคลื่อนต่อประเด็นดังกล่าว"

 สำหรับมาตรการการรักษาความปลอดภัยยังคงปฎิบัติเหมือนเดิม โดยเราได้มีการจัดเวรยามในช่วงเช้าและช่วงบ่ายมีเจ้าหน้าที่โดยรอบประมาณ4-5จุดและมีเจ้าหน้าที่ สห.อยู่ด้านใน และในช่วงตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไปจนถึงเช้า เราจะเพิ่มเรื่องการเดินลาดตระเวนโดยรอบกระทรวงกลาโหม

 เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้พูดถึงเหตุการณ์นี้อย่างไร พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า ท่านได้สั่งการให้ไปตรวจพื้นที่อีกครั้งว่า จากที่มีสื่อนำเสนอข่าวมีความเท็จจริงเพียงใด ซึ่งเราก็ได้เข้าไปตรวจสอบทุกพื้นที่ และกราบเรียนท่านไปแล้วว่า เหตุการณ์ปกติไม่มีอะไร

 ทั้งนี้ ไม่ได้มีการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้กับพล.อ.ประวิตร แต่อย่างใด เพราะมาตรการของเราเข้มงวดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น่าเกี่ยวข้องกับการสั่งพักราชการ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เพราะจากการตรวจสอบในข้อเท็จจริงไม่ได้เกิดเหตุการณ์ น่าจะเป็นการสร้างกระแสข่าวจากคนที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ

 ส่วนขั้นตอนการตรวจสอบการสั่งพักราชการ ของพล.ต.ขัตติยะ ยืนยันว่า เป็นธรรมและรอบคอบ เป็นไปตามที่กองทัพบกได้ส่งหนังสือขึ้นมา

 “อยากฝากถึงประชาชน พบสิ่งผิดปกติ หรือดูแล้วว่าจะเกิดความวุ่นวายก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย และทางเจ้าหน้าที่ก็มีความพร้อมที่จะเข้าไปดูแลและแก้ไข"

 ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร กำชับให้ดูแลในพื้นที่ต่าง ๆ ที่รับผิดชอบอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของการข่าว อยากให้แต่ละส่วนมีการแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูล และต้องการให้มีการป้องกัน มากกว่าที่จะมีการแก้ไข ซึ่งที่ผ่านมาท่านเคยสั่งการไปยังหน่วยงานต่าง ๆ แล้วว่า เรื่องของอาวุธสงคราม ขอให้มีการตรวจสอบและมีการเข้มงวด

 ส่วนเรื่องเหตุระเบิดที่กองทัพบก ต้องให้กองทัพบกตรวจสอบอีกครั้งว่า เป็นการกระทำของคนกลุ่มไหน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ตำรวจต้องเข้ามาดูในเรื่องของหลักฐานในพื้นที่ วัตถุระเบิด วัตถุกระสุน