ข่าว

สหรัฐชื่นชมไทยให้ความช่วยเหลือชาวเฮติ

สหรัฐชื่นชมไทยให้ความช่วยเหลือชาวเฮติ

21 ม.ค. 2553

องค์กรโลกเริ่มหารือถึงแผนการฟื้นฟูบ้านเมืองในเฮติ ขณะที่ชาวเฮติหลายพันคนพากันแย่งลงเรือเฟอร์รี่หนีพื้นที่แผ่นดินไหวกลุ่ม ธ.ก.ส.ปัตตานีตั้งกล่องรับบริจาคช่วยเหลือชาวเฮติ หวังผลบุญมีโอกาสตอบสนองให้ชายแดนใต้มีความสงบสุขด้วย

(21ม.ค.)  เมื่อเวลา 14.00 น. นายอิริค จี.จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย แถลงถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเฮติ ว่า ประเทศสหรัฐกับไทย ในฐานะประเทศพันธมิตร ได้มีการหารือกันแบบรายวันอยู่อย่างใกล้ชิด ในความร่วมมือการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยดังกล่าว ในฐานะที่เฮติเป็นประเทศพันธมิตร และประเทศเพื่อนบ้านของสหรัฐ ซึ่งสหรัฐฯ มีพันธกรณีในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางธรรมชาติครั้งนี้ เท่าที่จะทำได้ ซึ่งจะเห็นว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไทยกับสหรัฐ ได้ร่วมมือกันในการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งไซโคลนนาร์กีส และสึนามิที่เกิดขึ้นกับ 6 ประเทศในภูมิภาค เมื่อปี 2004 โดยนายอิริค ได้กล่าวว่า สหรัฐขอชื่นชมถึงความพยายามของประชาชนไทยในการรวบรวมเงินบริจาคเพื่อส่งไปช่วยเหลือชาวเฮติ  โดยจะเห็นได้ว่าทุกสื่อช่วยประชาสัมพันธ์ในการระดมเงินบริจาคดังกล่าว สหรัฐพร้อมจะพิจารณาประสานไปยังสหประชาชาติ และองค์การระหว่างประเทศ เพื่อนำความช่วยเหลือของรัฐบาลไทย และประชาชนไทยส่งไปถึงผู้ประสบภัยชาวเฮติให้เร็ว และทั่วถึง

 นายอิริค กล่าวว่า แผนการให้ความช่วยเหลือระยะสั้น เป็นการให้ความช่วยเหลือผู้รอดชีวิตเหตุการณ์ เป็นการแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และค้นหาเหยื่อผู้ประสบภัย ส่วนการดำเนินการระยะยาว เป็นการช่วยเหลือรัฐบาลเฮติ ฟื้นฟูประเทศ และระดมเสบียงอาหารให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังสร้างเครือข่าย ในการให้ความช่วยเหลือให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการดำเนินการในระยะยาว ที่จะช่วยบรรเท่าทุกข์ภัยพิบัติครั้งนี้ให้ผ่านพ้น

 นายอิริค กล่าวอีกว่า ส่วนความพยายามของรัฐบาลเฮติ ในการแจกจ่ายสิ่งของบรรทุกข์ให้กับผู้ประสบภัยเฮติ ภายใต้สถานการณ์ค่อนข้างมีอุปสรรคและความยุ่งยาก ซึ่งคณะทำงานสหรัฐฯ ต้องทำงานท่ามกลางระบบสาธารณูปโภค และถนนถูกทำลาย รวทถึงมีเรื่องระบบรักษาความมั่นคงของเฮติเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยทางสหรัฐฯ จะประสานกับรัฐบาลเฮติ สหประชาชาติ (ยูเอ็น) และประเทศพันธมิตรของสหรัฐ เพื่อเข้าไปร่วมกันทำงาน แจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม เวชภัณฑ์ และความช่วยเหลืออื่นๆ ที่ไหลไปยังผู้ประสบภัยเฮติอย่างรวดเร็ว รวมถึงเจ้าหน้าที่บรรเท่าทุกข์ที่ทำงานกันอย่างต่อเนื่อง โดยขอย้ำว่า ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นระดับปฏิบัติการสากลที่ทำงานร่วมกับประเทศพันธมิตร เอ็นจีโอ และองค์การต่างๆ อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือเฮติของสหรัฐฯ จะเข้าไปมีส่วนสำคัญในการบรรเทาทุกข์ ซึ่งแยกออกจากกองกำลังรักษาสันติภาพ โดยสหรัฐฯ จะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของยูเอ็น

 นายอิริค กล่าวต่อว่า สำหรับปฎิบัติการค้นหาและกู้ภัยเหยื่อผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเฮติ ซึ่งมีทีมค้นหาและช่วยเหลือ (Search and Rescue) ของสหรัฐเข้าไปร่วมด้วย โดยมีรายว่า ขณะนี้สามารถค้นหาเหยื่อจากเหตุการณ์ ได้ 122 คน โดยทีมของสหรัฐฯ ค้นพบเหยื่อได้ 42 คน โดยไม่เพียงค้นหาผู้รอดชีวิตชาวสหรัฐเท่านั้น ยังมุ่งค้นหาและช่วยเหลือชีวิตชาวเฮติต่อไป

องค์กรโลกเริ่มหารือถึงแผนการฟื้นฟูบ้านเมืองในเฮติ

โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP ได้เริ่มจ้างชาวเฮติราว 400 คนเพื่อช่วยเก็บกวาดเศษซากปรักหักพัง ซ่อมแซมถนนและระบบไฟฟ้า และช่วยจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์จากนานาชาติ หลังจากแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 12 มกราคมได้สร้างความเสียหายแก่บ้านเมืองอย่างหนัก และตั้งเป้าว่าในที่สุดจะจ้างแรงงานมากถึง 22,000 คน ซึ่งจะเป็นการเริ่มต้นของการฟื้นฟูบ้านเมืองเพื่อให้ผู้ประสบภัยได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ โดย UNDP ว่าจ้างเฉพาะคนที่สูญเสียญาติหรือเป็นหัวหน้าครอบครัว เพื่อให้เขาได้มีรายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว

ขณะที่โดมินิก สเตราส์-คาห์น กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF สนับสนุนให้นานาชาติร่วมกันจัดทำแผนฟื้นฟูเฮติ เหมือนแผนมาร์แชลที่ริเริ่มโดยสหรัฐในปี 2490 เพื่อฟื้นฟูชาติยุโรปหลังการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาบอกว่าแผนการช่วยเหลือเฮติต้องเป็นแผนขนาดใหญ่มาก เพราะประเทศนี้มีปัญหาสารพัดตั้งแต่ ขาดแคลนอาหาร วิกฤติราคาเชื้อเพลิง ความเสียหายจากภัยพิบัติทั้งเฮอร์ริเคนและแผ่นดินไหว  ขณะเดียวกัน นายเดนิส โอไบรอัน นักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในเฮติ กำลังประสานกับอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตันแห่งสหรัฐ เพื่อจัดทำแผนมาร์แชลสำหรับเฮติ และนานาชาติจะประชุมหารือเรื่องแนวทางการฟื้นฟูเฮติในวันจันทร์ รวมทั้งจะ
ประชุมระดมเงินบริจาคในเดือนมีนาคม

ชาวเฮติหลายพันแย่งลงเรือเฟอร์รี่หนีพื้นที่แผ่นดินไหว

สำนักข่าว CNN รายงานว่า ชาวเฮติหลายพันคน ที่ส่วนใหญ่เป็นพวกไร้ที่อยู่อาศัย ได้พากันหิ้วกระเป๋าเดินทาง , ถุงพลาสติก หรืออะไรก็ตามที่พวกเขายังเหลืออยู่ หลั่งไหลไปที่ท่าเรือ ด้วยความหวังว่า จะได้โดยสารเรือเฟอร์รี่ ที่มีชื่อว่า ทรัวส์ รีวิเยร์ ที่รัฐบาลเป็นผู้ออกค่าใช้ และมีจุดหมายไปยังท่าเรือ ปอรต์ เชอมี ที่อยู่ทางตะวันตกไกลของเฮติ เพื่อให้พ้นจากเมืองหลวงที่ล่มสลาย อย่างกรุงปอร์โตแปรงซ์ ซึ่งโรแชร์ รูซิเยร์ ผู้อำนวยการทั่วไปของมาริเนเท็ค ผู้ให้บริการเรือโดยสารเฟอร์รี่ ระบุว่า รัฐบาลให้น้ำมัน 1,500 แกลลอน

ขณะเดียวกัน ยังมีเรือขนาดเล็กที่เนืองแน่นไปด้วยผู้โดยสารที่ไปกันทั้งครอบครัว และแล่นในระดับที่ปริ่มน้ำ และครอบครัวชาวเฮติใช้เป็นพาหนะในการไปขึ้นเรือเฟอร์รี่ ขณะที่ผู้ให้บริการเรือเฟอร์รี่ ระบุว่า ไม่สามารถนำเรือเข้าเทียบท่าได้ เพราะเกรงว่าคนจะแย่งกันลงเรือ เนื่องจากจำเป็นต้องเติมน้ำมัน และไม่สามารถเติมน้ำมันในขณะที่มีผู้โดยสารได้ เพราะจะอันตรายเกินไป

เรือของหน่วยยามฝั่ง ได้พยายามเข้าใกล้เรือเฟอร์รี่ เพื่อช่วยจำกัดผู้โดยสารจากเรือเล็ก แต่ก็ไม่สามารถรับมือกับคลื่นของฝูงชนที่ไม่ฟังเสียงได้ เจ้าของเรือเฟอร์รี่ กล่าวว่า ได้รับอนุญาตให้รับผู้โดยสารได้เพียง 600 คน แต่ล่าสุด กลับต้องรับผู้โดยสารสูงกว่า 3 พันคน เพราะพวกเขาทำทุกวิถีทางที่จะได้ลงเรือ ทำให้สถานการณ์ตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง

ความหวังและความสูญเสียยังคงมีอยู่ในเฮติ

ขณะที่เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลี่  เมล รายงานว่า ได้เกิดภาพเหตุการณ์ที่น่าประทับใจและน่าสลดใจขึ้นที่เฮติ เมื่อเด็กชายวัย 7 ปี ชื่อ กีกี้ ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากซากบ้านของเขาเอง หลังจากติดอยู่นานเกือบ 8 วัน กำลังอ้าแขนและยิ้มด้วยดวงตาเป็นประกาย ตอนที่ถูกส่งตัวเข้าหาอ้อมกอดของมารดา กับภาพของเด็กหญิงที่รอดชีวิตจากแผ่นดินไหวอย่าง ฟาเบียง เจสมาร์ วัย 15 ปี ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต ในสภาพนอนคว่ำหน้าอยู่กับรูปภาพที่ไม่ใช่ของมีราคา ซึ่งตำรวจกล่าวหาว่าเธอขโมยมา

ทั้งนี้ เด็กชายกิกิ ผู้รอดชีวิต อยู่กับพี่สาวภายในบ้านในกรุงปอร์โตแปรงซ์ ตอนที่เกิดแผ่นดินไหว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และดูเหมือนโอกาสที่พวกเขาจะรอดชีวิตแทบจะไม่เหลือ หลังจากเวลาผ่านไป 3 วัน โดยปราศจากน้ำและอาหาร แต่เมื่อหน่วยกู้ภัยของสหรัฐ ได้ช่วยกันยกซากคอนกรีตออกมาก็ต้องพบปาฏิหาริย์ เมื่อเด็กชายและพี่สาวยังรอดชีวิต และถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสนามของอิสราเอล และได้อยู่พร้อมหน้าครอบครัว

ส่วนฟาเบียง ได้รอดชีวิตจากแผ่นดินไหว แต่บ้านของเธอพังถล่มลงมาหมด ตอนที่เธอถูกยิง พ่อ น้องสาวและน้องชายของเธอ ได้แต่มองโดยไม่สามารถช่วยอะไรได้ พวกเขาได้ช่วยกันเก็บศพของเธอใส่เกวียน ส่วนแม่ของเธอได้แต่ร้องไห้ และแทบจะยืนไม่อยู่จนต้องอาศัย
ญาติ ๆ ช่วยกันพยุง ซึ่งไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ตำรวจเจตนายิงเข้าใส่พวกที่เขาคิดเป็นพวกปล้นสะดมภ์ หรือต้องการยิงขึ้นฟ้าเพื่อขู่

ความวิตกเรื่องการปล้นสะดมภ์ในเฮติ ได้บรรเทาลง เมื่อทหารสหรัฐ ได้เข้าไปช่วยอารักขาการขนส่งน้ำและอาหาร และชาวเฮติหลายพันคน ก็ได้ไปอาศัยอยู่ตามสถานที่พักพิงนอกกรุงปอร์โตแปรงซ์

ชุมชนบ้านน้ำเค็มบริจาคเงินช่วยชาวเฮติด้วย

 นายไมตรี จงไกรจักร ผู้ประสานงานชุมชนบ้านน้ำเค็ม หมู่ที่ 2 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เปิดเผยว่า  ตามที่ประเทศเฮติประสบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ผ่านมา และต้องการความช่วยเหลือจากนานาประเทศ ชาวบ้านน้ำเค็มรู้สึกเห็นใจผู้ประสบภัยชาวเฮติ ซึ่งคงมีสภาพไม่ต่างกับชาวบ้านน้ำเค็มคราวที่ต้องประสบกับภัยจาก สึนามิ เมื่อปลายปี 2547 ชาวบ้านน้ำเค็มจึงได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือชาวเฮติในครั้งนี้

 ได้เริ่มมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2553 ไปจนถึงวันที่ 25 มกราคม 2553 ที่บริเวณอนุสรณ์สถานบ้านน้ำเค็ม ขณะนี้ได้ยอดกว่า 2 หมื่นบาทแล้ว จากนั้นก็จะไปสบทบกับของไทยทีวีสีช่อง 3 เพื่อส่งต่อไปยังชาวเฮติต่อไป ซึ่งในการเชิญชวนบริจาคครั้งนี้มีชาวน้ำเค็ม กว่า 90 %ให้ความสนใจโดยการใช้รถซาเล้งติดเครื่องขยายเสียงขนาดเล็กวิ่งไปตามตรอกซอยในหมู่บ้านออกเชิญชวนให้ชาวบ้านร่วมกันบริจาคในครั้งนี้อย่างคึกคัก

 ธ.ก.ส.ปัตตานีรับบริจาคช่วยหวังผลบุญส่งแดนใต้สงบ

 ที่อาคารสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส.) จังหวัดปัตตานี นายพิเชฏฐ์ ชุมพงศ์ ผอ.สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส.) จังหวัดปัตตานี เปิดกิจกรรมเนื่องในโอกาสที่ธนาคาร ได้ก่อตั้งมาเป็นปีที่ 43 และย่างก้าวเข้าสู่ การดำเนินงานปีที่ 44 และจัดตลาดนัดเกษตร เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรลูกค้า มาจำหน่ายสินค้าในราคาถูก โดยมีกลุ่มเกษตรกรจังหวัดปัตตานี กลุ่มลูกค้า ประชาชนทั่วไป และพนักงานธกส. ทุกอำเภอจังหวัดปัตตานี เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

 โดยภายในงานมีกิจกรรม การรับบริจาคโลหิตจากโรงพยาบาลจังหวัดปัตตานี การอบรมทางการเกษตร การจับรางวัลให้แก่ลูกค้าผู้ฝากเงินประเภทออมทรัพย์ทวีโชค  นอกจากนั้น ภายในงาน นายพิเชฏฐ์ ชุมพงศ์ ผอ.สำนักงานธ.ก.ส.ปัตตานี ได้มีการกล่าวถึงความเดือดร้อนของชาวเฮติ ถึงแม้นว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาด้านสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ แต่ความเดือดร้อนของชาวเฮติมีความเดือดร้อนมากกว่าเราหลายเท่า ประมาณ1-2 ล้านคนและความสูญเสียต่อชีวิตนับแสนคน รวมทั้งที่อยู่อาศัยและอื่นๆอีกมากมาย ในฐานะที่ได้เห็นความเดือดร้อน เราชาว ธ.ก.ส.

 จึงสมควรอย่างยิ่งที่ต้องมีส่วนร่วม โดยตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วยเหลือชาวเฮติ ซึ่งเงินที่รับบริจาค จะนำไปสมทบ ที่สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เพื่อรวบรวมส่งไปช่วยเหลือประชาชนใน เฮติที่ประสบภัย แผ่นดินไหว เพื่อให้ชาวเฮติได้รับความช่วยเหลือและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอีกด้วย ขณะเดียวกันบุญกุศลที่เรามอบให้ก็น่าจะตอบสนองความสงบสุขให้เกิดขึ้นในภูมิภาคเราด้วยเช่นกัน