
สต็อกเอทานอลล้นจี้รัฐเปิดช่องส่งออก
ผู้ผลิตเอทานอลโอดสต็อกล้น 50 ล้านลิตร จี้รัฐแก้ปัญหาเปิดช่องส่งออก พร้อมส่งเสริมให้มีการใช้แก๊สโซฮอล์มากขึ้น ห่วงราคาวัตถุดิบแพงต่อเนื่อง ด้าน กอน.จับตาลักลอบขนน้ำตาลขายเพื่อนบ้าน แต่ยังไม่รุนแรง
นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี นายกสมาคมผู้ผลิตเอทานอลไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณเอทานอลในสต็อกของผู้ผลิตมีรวมกันกว่า 50 ล้านลิตร เนื่องจากความต้องการใช้เอทานอลในประเทศมีปริมาณต่ำกว่าที่กระทรวงพลังงานประมาณการ ขณะที่รัฐบาลไม่ได้สนับสนุนการส่งออกอย่างจริงจัง ทำให้ไม่สามารถระบายสต็อกได้ ส่งผลให้สินค้าไทยเสียโอกาสในการส่งออก หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ในไตรมาส 3 อาจจะก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบอีก เพราะโรงงานไม่สามารถติดต่อซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าได้ แม้ราคาวัตถุดิบทั้งโมลาสและมันสำปะหลังจะมีราคาแพงขึ้นต่อเนื่อง หากมีเอทานอลอยู่ในสต็อกจำนวนมาก
"ตอนนี้โรงงานเอทานอลปิดๆ เปิดๆ เพราะสต็อกเหลือมาก แม้ตลาดโลกต้องการเอทานอลเพิ่มสูงขึ้น แต่เราก็ส่งออกไม่ได้รวดเร็ว เพราะติดกฎระเบียบของรัฐ จึงหวังว่ารัฐจะเร่งแก้ปัญหาให้ได้ หากส่งออกเพิ่มจะยิ่งเป็นผลดีต่อระบบทั้งหมด รวมถึงเกษตรกรด้วย” นายสิริวุทธิ์ กล่าว และว่า กระทรวงพลังงานควรจะเร่งส่งเสริมให้เกิดการใช้แก๊สโซฮอล์เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ผู้ค้าน้ำมันรายอื่นจำหน่าย อี 20 จากที่ในปัจจุบันมีเพียง ปตท.-บางจากฯ เป็นผู้จำหน่ายเท่านั้น
นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปราบปรามน้ำตาลสูญหายว่า ขณะนี้เริ่มมีการลักลอบขนน้ำตาลทรายที่มีไว้จำหน่ายในประเทศออกไปขายต่างประเทศ เนื่องจากราคาน้ำตาลทราบในประเทศเพื่อนบ้านไทย ยกเว้นมาเลเซีย แพงกว่าของไทย 3-4 บาทต่อกิโลกรัม แต่ถือว่าสถานการณ์ยังไม่รุนแรง โดยส่วนใหญ่ยังเป็นลักษณะกองทัพมด อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดได้มีการวางมาตรการป้องกันการลักลอบ 3 ข้อ ได้แก่ 1.มีการปรับให้น้ำตาลภายในประเทศเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ 2.ดูแลให้ราคาในประเทศที่ยี่ปั๊วและซาปั๊วทำธุรกิจจะต้องมีส่วนต่าง สามารถประกอบอาชีพได้ และได้รับความเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม นับวันส่วนต่างราคาที่ยี่ปั๊วและซาปั๊วลดลง เนื่องจากราคาขึ้นใกล้ระดับราคาควบคุม แต่สถานการณ์ยังสามารถรับได้ และหากมีความรุนแรงมากกว่านี้จะหารือเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป และ 3.สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมศุลกากรกำหนดให้น้ำตาลเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ การส่งออกทุกครั้งจะถูกตรวจอย่างเข้มข้นว่าถูกต้องตามเอกสารระบุไว้หรือไม่



