
สรรพสามิตมั่นใจเก็บภาษีทะลุเป้าย้ำปีนี้ไม่มีแผนขึ้นภาษีเหล้า-เบียร์
สรรพสามิตย้ำปี 53 ไม่มีนโยบายขึ้นภาษี มั่นใจรายได้ทะลุเป้า หลังจากขึ้นภาษีเหล้า-เบียร์ สุรา และน้ำมันปีก่อน พร้อมรื้อร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ หลังพบมีปัญหาต่อผู้ประกอบการ
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 2553 กรมมีนโยบายชัดเจนที่จะไม่ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตทุกประเภทใน 20 รายการสินค้า เพราะเพิ่งปรับขึ้นภาษีในเดือนพฤษภาคม 2552 ใน 4 รายการคือ สุรา เบียร์ บุหรี่ และน้ำมัน ทำให้การจัดเก็บรายได้ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณสูงกว่าเป้าหมายกว่าหมื่นล้านบาท โดยเป็นผลจากการปรับอัตราภาษีและกิจกรรมการทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว จึงมั่นใจว่าจะจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายที่ 3.6 แสนล้านบาท อย่างแน่นอน
ผลกระทบจากการเปิดเสรีตามกรอบข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) นั้น จากที่ประเมินจะมีผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมน้อยมาก ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท เนื่องจากสินค้าที่อยู่ในกรอบอาฟตาคือ รถยนต์นำเข้าแต่ละปีมีเพียง 1 หมื่นกว่าคัน ขณะที่เบียร์ สุรา จะผลิตในประเทศเป็นส่วนใหญ่
อย่างไรก็ตาม จากการหรือกับผู้ประกอบการในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา หลังจากเข้ารับตำแหน่งพบว่า ร่างการแก้ไขกฎหมายของกรมสรรพสามิตทั้ง 4 ฉบับ มีปัญหาทั้งหมด ทั้งร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ร่าง พ.ร.บ.พิกัดอัตราสรรพสามิต ร่าง พ.ร.บ.ยาสูบและร่าง พ.ร.บ.สุรา จึงมอบหมายให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปปรับปรุงและนำเสนอกลับมาภายในเดือนนี้ พร้อมสรุปเป็นประเด็นๆ ว่ามีอะไรบ้างที่ควรปรับปรุง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ เพราะหากยังไม่มีความชัดเจนด้านกฎหมายจะมีความเสี่ยง ผู้ประกอบการเองก็ไม่กล้าที่จะตัดสินใจลงทุนอะไรเพิ่มเติม
“หลักการของภาษีสรรพาสามิตไม่ได้เก็บจากราคาขาย แต่จัดเก็บบนพื้นฐานผู้ผลิต เป็นราคาต้นทุนและเก็บภาษีจากยอดต้นทุนดังกล่าว ซึ่งบางครั้งก็ยุ่งยาก ซับซ้อน บางครั้งจึงมีความไม่เข้าใจกัน อย่างกรณีของสุรา กรมมีแนวคิดที่จะจัดเก็บภาษีจากระดับแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะต้องการสนับสนุนให้คนดื่มเหล้าที่มีแอลกอฮอล์ต่ำ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องหาจุดสมดุล เพื่อไม่ให้กระทบต่อสุราชุมชน” นายอารีพงศ์กล่าว



