ข่าว

ไทยติดอันดับ3อาเซียนดินแดนเสรีภาพทางศก.

ไทยติดอันดับ3อาเซียนดินแดนเสรีภาพทางศก.

20 ม.ค. 2553

"อภิสิทธิ์"ยันเศรษฐกิจฟื้น อ้างเหตุเก็บภาษีเกินเป้า ยันดูแลเงินบาทไม่ให้ผันผวน

 (20ม.ค.) เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจว่า มีตัวเลขที่คิดว่าน่าจะยืนยันการฟื้นตัวเศรษฐกิจได้ดี ในการจัดเก็บรายได้ ซึ่งถ้าอัตราการจัดเก็บเหมือนกับ 3 เดือนแรก การจัดเก็บรายได้อาจจะเกินเป้าเกือบถึง 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการยืนยันว่า การฟื้นตัวค่อนข้างจะแข็งแรงขึ้น เพราะภาษีเกือบทุกตัวมีการจัดเก็บได้เกินเป้าทั้งสิ้น ส่วนค่าเงินบาทวันนี้ได้ดูอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริง คือ ไม่ได้ดูเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทกับดอลลาร์ แต่ว่าดูอัตราแลกเปลี่ยนที่ถ่วงน้ำหนักกับการค้าของเรา แล้วคำนวณในเรื่งของเงินเฟ้อไปด้วยก็จะพบว่าจริงๆแ ล้ว ประเทศไทยไม่ได้สูญเสียความสามารถในทางการแข่งขันในการส่งออกเพราะตัวเลข ล่าสุดก็เติบโตไปในทางที่ดี

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า แต่แน่นอนที่กระทบคือผู้ส่งออกที่เวลาได้เงินเข้ามาพอมาเป็นเงินบาทก็จะน้อยลง แต่ในทางกลับกันก็ทำสินค้าที่นำเข้า เช่นน้ำมันมีราคาถูกลง เราได้ดูตัวเลขเปรียบเทียบอัตราเคลื่อนไหวแลกเปลี่ยนกับเงินดอลลาร์ โดยได้เทียบเคียงกับประเทศต่างๆก็จะพบว่าเราอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้ออกนอกลู่นอกทาง และทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็บริหารได้แง่ความผันพวน ซึ่งถ้าวัดในเรื่องของ อัตราความผันพวน ก็อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้

 เมื่อถามว่าค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบในเรื่องเศรษฐกิจ ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราเห็นว่าถ้าปัญหาในขณะนี้คือค่าดอลล่าร์อ่อนตัวลงกับสกุลเงินต่างๆ มันก็มีผลกระทบบ้างแต่สิ่งที่เป็นนโยบายคือ เราจะดูแลไม่ให้มีความผันพวนมากจนเกินไป และก็ได้ตรวจสอบแล้วว่า ในเชิงความสามารถในการแข่งขันที่เทียบเคียงกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เราไมได้สูญเสียตรงนั้น

 ไทยติดอันดับ3อาเซียนดินแดนเสรีภาพทางเศรษฐกิจ

 สถาบันเฮอร์ริเทจ ฟาวน์เดชั่น เปิดเผยรายงานประจำปีตัวเลขดัชนีเสรีภาพทางเศรษฐิกิจโลกปี 2010 ปรากฏว่า ฮ่องกงซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีน ยังคงรั้งตำแหน่งดินแดนที่มีเสรีภาพทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลกเป็นสมัยที่ 16 ขณะที่สิงคโปร์รั้งตำแหน่งอันดับ 2 ส่วนสหรัฐฯหลุดจากตำแหน่งใน 7 อันดับแรก หลังจากประเทศประสบวิกฤตเศรษฐกิจ จนทำให้รัฐบาลต้องเข้าไปแทรกแซงควบคุมในหลายด้าน

 ส่วนประเทศไทยปีนี้ อยู่ในตำแหน่ง 66 ของโลก อันดับ 3 ของอาเซียน และคะแนนโดยภาพรวมอยู่สูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว 1.1 จุด