
รบ.สรุปยอดบริจาคช่วยเฮติวันแรกได้กว่า2ล้าน
บัวแก้วเผยยอดเงินบริจาคเงินช่วยเหลือเฮติพุ่ง 1.5 ล้านบาท ด้าน สอท.สหรัฐทั่วโลกนัดแถลงข่าวพร้อมกัน ระดมความช่วยผู้ประสบภัยในเฮติ เมืองพัทยาตั้งศูนย์ตำรวจรือเสาะเปิดกล่องรับบริจาคช่วยเหลือชาวเฮติ ขณะที่ยอดเงินบริจาคนานาชาติสูงถึงกว่า1,200 ล้านดลอลาร์
(20ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชาบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหวในประเทศเฮติ ผ่าน ทางธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยทำเนียบรัฐบาล ชื่อบัญชี "รวมน้ำใจชาวไทย ช่วยผู้ประสบภัยเอติ” และผ่านทางศูนย์รับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภับพิบัติแผ่นดินไหวในประเทศ เฮติ ในวันนี้ (20 ม.ค.) เป็นวันแรก สรุปรวมยอดเงินทั้งสิ้นจำนวน 2,326,880 บาท
บัวแก้วเผยยอดบริจาคช่วยเหลือเฮติพุ่ง1.5ล้าน
นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในเฮติล่าสุด ว่า ทางคณะผู้แทนถาวรไทย ประจำนครนิวยอร์ก ยังไม่สามารถติดต่อนางถนอมศรี วาตั้น นายธานินท์ และนางสาวสร้อยทอง จีนชูแก้ว ซึ่งเป็นคนไทยในเฮติได้ ซึ่งคณะผู้แทนถาวรไทยฯ จึงได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ที่กรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศของเม็กซิโก เพื่อกำหนดจุดนัดพบกับ 3 คนไทย โดยตรงเพื่อขึ้นเครื่องบินทหารของแม็กซิโก เดินทางออกมาจากเฮติ ทั้งนี้ คนไทยกลุ่มดังกล่าวอยู่ในแคมป์ของเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ หรือยูเอ็น อย่างปลอดภัยดี
นายธานี กล่าวอีกว่า ส่วนศูนย์รวบรวมเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเฮติ ที่กระทรวงการต่างประเทศจัดตั้งขึ้น โดยขณะนี้ได้รับเงินบริจาคสถานะล่าสุดวันที่ 20 มกราคม 2552 จำนวน 1,500,000 บาท อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้หารือกับผู้อำนวยการองค์การอาหารโลก หรือดับเบิ้ลยูเอฟพี สำนักงานที่กรุงเทพฯ เกี่ยวกับรายละเอียดการจัดส่งข้าวสาร จำนวน 2 หมื่นตัน เพื่อให้ดับเบิ้ลยูเอฟพีช่วยกระจายข้าวสารไปยังผู้สบภัยในเฮติอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ ได้ตรวจสอบความพร้อมและความเป็นไปได้ในระดมข้าวเพื่อจัดส่งไปถึงผู้ประสบภัยในเฮติให้เร็วที่สุด
มีรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (21 ม.ค.) สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ทั่วโลก ได้จัดแถลงข่าวพร้อมกัน เกี่ยวกับการระดมเงินบริจาค และสิ่งของให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเฮติ
เมืองพัทยาตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือชาวเฮติ
นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า จ่กเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับประทศเฮติ เพื่อความมีมนุษย์ธรรมและน้ำใจแก่เพื่อนร่วมโลกด้วยกัน ทางเมืองพัทยาจึงได้ร่วมกับสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยาได้เปิดศูนย์รับบริจาคเงิน เพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยดังกล่าว
โดยได้ตั้งศูนย์รับบริจาคที่บริเวณหน้าวัดชัยมงคล หน้าทางเข้าวอล์คกิ้งสตรีท และศูนย์ตำรวจท่องเที่ยว เป็นพื้นที่ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวสัญจรอย่างหนาแน่น โดยได้เปิดรับบริจาคเงินตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม -วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 รับบริจาคเงินสดและโอนผ่านบัญชี กองทุนชาวพัทยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวเฮติ เลขที่บัญชี 389-2-37799-4 ธนาคารกสิกรไทยได้ทุกสาขา บัญชีออมทรัพย์
ส่วนวันที่ 2 ก.พ.53 จะได้ทำการส่งมอบเงินที่ได้รับบริจาคทั้งหมดที่องค์การสหประชาชาติที่สำนักงาน กรุงเทพฯ ต่อไป นายรณกิจ กล่าว
ตำรวจรือเสาะเปิดกล่องรับบริจากปันความช่วยเหลือชาวเฮติ
สำหรับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกรณีการให้ช่วยเหลือประชาชนประเทศสาธารณรัฐเฮติ ซึ่งประสบเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 13 มกราคม 53 ที่ผ่าน ซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.0 ริกเตอร์ ทำให้ประชาชนเสียชีวิตและติดใต้ซากตึกและอาคารเป็นจำนวนมาก จนทำให้ประเทศต่างๆได้รวมแรงใจกันให้ความช่วยเหลือ ทั้งการจัดส่งหน่วยกู้ภัยและช่วยบริจาดเงิน อาหารรวมทั้งยารักษาโรค แต่ปัจจุบันพบว่าสิ่งของบริจากต่างๆนั้นยังไม่เพียงพอกับปริมาณความต้องการของประชาชน จนส่งผลทำให้ประชาชนได้มีการปล้นสะดม เพียงเพื่อได้สิ่งที่ต้องการใช้ในการประทังชีวิต
ล่าสุด พ.ต.อ. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้มีการจัดทำโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติชาวเฮติขึ้น ด้วยการเปิดกล่องรับบริจาดที่บริเวณใต้อาคาร สภ.รือเสาะ และได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาติดต่อราชการ รวมทั้งประชาชนที่ทราบข่าวได้ทยอยเดินทางมาร่วมบริจาดเงินสดเป็นจำนวนมาก ซึ่งการเปิดกล่องรับบริจาดเงินในครั้งนี้ได้ดำเนินการมาเป็นเวลา 2 วันแล้ว และพบว่ามียอดเงินที่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันบริจาดเป็นเงินทั้งสิ้นเกือบ 10,000 บาท
นอกจากนี้ พ.ต.อ. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.รือเสาะ ยังได้เตรียมร่วมกับนาย จำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ เพื่อขยายโครงการดังกล่าวสู่พื้นที่ 9 ตำบลในพื้นที่ อ.รือเสาะ หลังได้รับการประสานจากผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ให้ขยายโครงการดังกล่าวไปเปิดกล่องรับบริจาก ณ ที่ทำการ อบต.แต่ละแห่ง เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางมาบริจาดได้ที่ สภ.รือเสาะ ได้มีส่วนร่วมในการบริจาดเงินเพื่อช่วยเหลือชาวเฮติได้ ณ ที่ทำการ อบต.แต่ละแห่ง ตามคำร้องขอของผู้นำ ที่อยากมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
พ.ต.อ. ปิยะวัฒน์ เปิดเผยถึงโครงการดังกล่าวว่า พวกเราได้รับการเยียวยาพอสมควรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ แต่เมื่อพบเห็นภาพอันสะเทือนใจที่เกิดขึ้นที่สาธารณรัฐเฮติ ผ่านทางโทรทัศน์รู้สึกเศร้าใจ ข้าวไม่มี น้ำไม่มี แถมคนต้องแย่งชิงอาหารกัน และจากการเดินทางไปสัมผัสและพบปะกับผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ต่างเห็นพ้องที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
จึงได้ตัดสินใจดำเนินการโครงการดังกล่าวขึ้น ซึ่งชาวบ้านรือเสาะทั้งไทยพุทธและมุสลิมมีจิตริเริ่มที่จะช่วยกันบริจาดนั้น ซึ่งส่วนหนึ่งเพื่อผลบุญจะส่งผลทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ เพราะปัจจุบันชาวบ้านไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เพื่อให้ความสงบสุขกลับคืนมาเหมือนในอดีต อนึ่งสำหรับโครงการดังกล่าวนี้ เป็นเพียงแห่งเดียวในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
ยอดเงินบริจาคนานาชาติสูงถึงกว่า1,200ล้านดลอลาร์
ความช่วยเหลือจากนานาชาติยังคงทยอยหลังไหล่เข้าสู่เฮติ หลังจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารได้สร้างความหายนะครั้งเลวร้ายที่อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 2 แสนคน และสหประชาชาติ คาดว่า เงินบริจาคจากหลายประเทศจนถึงเมื่อวานมีตัวเลขสูงถึงกว่า 1,200
ล้านดอลลาร์ เช่น ชาติสมาชิกสหภาพยุโรปให้ 616 ล้านดอลลาร์, แคนาดา 131 ล้านดอลลาร์ และสหรัฐ 114 ล้านดอลลาร์
ขณะที่ชาวต่างชาติทยอยอพยพออกจากเฮติ โดยมีรายงานว่า ชาวอเมริกันหลายสิบคนขึ้นเครื่องบินของกองทัพอากาศสหรัฐออกจากสนามบินในกรุงปอร์โตแปรงซ์เพื่อกลับไปยังสหรัฐแล้วเมื่อวาน หลังแผ่นดินไหวทำให้กรุงปอร์โตแปรงซ์และเมืองใกล้เคียงเหลือแต่ซากปรักหักพัง และมีผู้ประสบภัยจำนวนมากรอคอยความช่วยเหลือ
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุว่า มีชาวอเมริกันอาศัยในเฮติราว 45,000 คน ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งถือสัญชาติทั้งอเมริกันและเฮติ และกระทรวงกำลังติดตามชาวอเมริกันเกือบ 9,000 คนที่ได้รับการติดต่อสอบถามถึงความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้เพิ่งติดตามได้แค่เกือบ 3,500 คน ส่วนที่เหลือยังไม่ทราบชะตากรรม
นอกจากนี้ชาวฝรั่งเศสหลายสิบคนได้รับการอพยพออกจากกรุงปอร์โตแปรงซ์แล้วเช่นกัน ขณะที่มีชาวฝรั่งเศสเสียชีวิตในแผ่นดินไหว 12 คน แต่รัฐบาลคาดว่าอาจมากถึง 20-30 คน ส่วนชาวต่างชาติที่เสียชีวิตมากที่สุดในเฮติ คือ ชาวสหรัฐ 28 คน โดมินิกัน 24 คน บราซิล 19 คน แคนาดา 13 คน จีน 8 คน



