ข่าว

ชทพ.-ภท.ออกแถลงการณ์ร่วมเดินหน้าแก้รธน.2ประเด็น

ชทพ.-ภท.ออกแถลงการณ์ร่วมเดินหน้าแก้รธน.2ประเด็น

20 ม.ค. 2553

ชทพ.-ภท. ออกแถลงการณ์ร่วม เดินหน้าแก้รธน. 2 ประเด็น ยื่นแค่ฉบับเดียว อ้างลงชื่อเกิน 95 เสียงแล้ว เชิญส.ว.-ฝ่ายค้าน ร่วมแก้เพื่อประเทศชาติ ประชาชน ปัดตอบ "เทพเทือก" ดอดสังเกตุการณ์ "ชุมพล" ขำ ๆ บอกหิวข้าว ส่วน "ปู่จิ้น" ฮา ตัดบท ปิดประชุม

 เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 20 ม.ค.แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และแกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯและประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นายวราวุธ ศิลปะอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทย นายเนวิน ชิดชอบ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสรอรรถ กลิ่นประทุม แกนนำพรรคภูมิใจไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร รมช.คมนาคม ได้ร่วมกันหารือถึงการร่วมมือกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายบรรหารจะเดินทางมา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และนายเนวินได้ออกมารอรับที่หน้าโรงแรมสยามซีตี้ ปรากฏว่า มีรถนำขบวนทั้งทหารและตำรวจเข้ามา ทำให้ทุกคนต่าง ๆ ก็ทำหน้างงและสงสัยว่า เป็นรถของใคร ซึ่งปรากฏว่า เป็นรถของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

 ทั้งนี้ เมื่อนายสุเทพ ลงมาพบกับนายสมศักดิ์ และนายเนวินก็ได้กล่าวทักว่า “มาทำอะไรกัน แอบมากินข้าวกันใช่ไหม ไม่เห็นชวนและบอกผมเลย งั้นเราแยกทางกัน”

 นายสุเทพ เปิดเผยว่า เป็นเหตุบังเอิญ เขามาส่วนตัว พาลูกสาวและส.ส.พรรคประชาธิปัตย์มาทานอาหารกัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากที่นายสุเทพเดินเข้าโรงแรมแล้ว นายเนวิน กล่าวว่า “ผมก็งง นายบรรหาร ถึงมีทั้งทหารและตำรวจนำขบวน ขณะที่นายสมศักดิ์ก็เปรยว่า “มันช่างเป็นความบังเอิญที่จงใจ”

 นายบรรหาร เปิดเผยว่า ไม่มีความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย จะขอหารือเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้รับการติดต่อ

 จากนั้น เวลา 12.00 น. ภายหลังการหารือนานประมาณ 40 นาที จึงเปิดเวทีแถลงข่าว โดยมีนายชุมพล นายชวรัตน์ ร่วมกับรัฐมนตรีของทั้ง 2 พรรคเป็นคนนั่งโต๊ะแถลง ส่วนด้านหน้าเวทีมีบรรดาแกนนำของทั้งสองพรรคนั่งร่วมฟังการแถลงข่าว

 นายชุมพล แถลงว่า จากการหารือระหว่างพรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคภูมิใจไทย ได้มีการออกแถลงการณ์ร่วมกัน เนื้อหา 2 เรื่องใหญ่คือ ความร่วมมือของ 2 พรรคที่จะดำเนินการต่อไปทั้งปัจจุบันและอนาคต และยืนยันจุดยืนว่า จะทำกิจกรรมร่วมกัน โดยไม่มีการแยกซึ่งกัน โดยเฉพาะในอนาคต ไม่ว่า จะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ตาม 2 พรรคจะร่วมมือกัน ประสานร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันต่อไป

 นายชุมพล กล่าวว่า ประเด็นใหญ่ที่หารือคือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีจุดยืนเหมือนกันมาตลอด จึงย้ำว่า ยังคงยืนอยู่และดำเนินการต่อไปจนถึงที่สุด ตามที่ประกาศแก้ไข 2 ประเด็น คือ แก้ไขมาตรา 190 และมาตราที่เกี่ยวข้องการเขตเลือกตั้งให้เป็นเขตเดียวเบอร์เดียว

 อย่างไรก็ตาม เรามีความเป็นห่วงเรื่องที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่เปิดโอกาสให้ส.ส.ดูแลประชาชน ทั้งที่เป็นคนที่ได้รับเลือกจากประชาชน ดังนั้น จะเป็นเหตุผลที่ชัดเจนในรายละเอียดของการแก้ไขเขตละคนนั้น เพื่อให้ส.ส.ไปดูแลประชาชนได้ ดังนั้น จึงจะแก้ไขมาตรา 93-94 ซึ่งเป็นมาตราหลักของเรื่องนี้ แล้วจึงแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้องอีก 4 มาตรา (95,98,103,109) ในภายหลัง เพราะเป็นเรื่องบัญชีรายชื่อ การเลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อ

 นายชุมพล กล่าวว่า การเสนอแก้ไขในครั้งนี้จะรวบ 2 ประเด็นในฉบับเดียว ประกอบหลักการและเหตุผลไปโดยละเอียด เนื่องจากเห็นว่า 2 ประเด็นนี้คืออนาคตของประเทศไทย และสมาชิกทั้ง 2 พรรคร่วมกันลงชื่อเกิน 95 เสียงเรียบร้อยแล้ว และยังจะประสานพรรคอื่นๆอีกเพื่อให้ร่วมมือกัน ซึ่งขอเชิญพรรคการเมืองอื่นๆไม่เว้นแต่ ส.ว. และฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยก็ขอเชิญให้มาร่วมกันด้วย

 ด้านนายชวรัตน์ กล่าวว่า 2 พรรคเราได้ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงเจตนารมณ์เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐธรรมนูญสามารถนำไปบังคับใช้ก่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน เป็นการประกาศว่า 2 พรรคการเมืองจะรณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ตรงตามความต้องการของประชาชน อย่างน้อย 2 ประเด็นที่เป็นปัญหาการทำงานและปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน โดยแก้มาตรา 94 (4) , (5) เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ทำให้เขตเลือกตั้ง หรือเขตพื้นที่ ที่ส.ส.ปฏิบัติงานนั้น มีขนาดเล็กลงเป็นเขตเดียวคนเดียว ซึ่งจะทำให้ประชาชนเข้าถึงส.ส.ได้มากกว่า และส.ส.มีโอกาสทำงานรับใช้ทำงานให้ประชาชนได้ทั่วถึงกว่า และเป็นการสร้างความเท่าเทียม เสมอภาคในการเลือกตั้งของประชาชน เพราะ 1 เสียงเลือกส.ส.ได้ 1 คน

 นายชวรัตน์ กล่าวว่า อีกประเด็นที่ควรแก้คือ มาตรา 190 เพื่อปรับปรุงข้อกำหนด รัฐบาลทำสัญญานานาชาติ หรือองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการทำงานของรัฐบาลอย่างมาก โดยเฉพาะเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง รัฐบาลต้องมีความคล่องตัวพอสมควรในการทำงานเพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพแข่งขันในเวทีโลก อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเด็นนี้ ถูกรวมอยู่ในคณะกรรมการสมานฉันท์มาแล้ว ดังนั้น เชื่อว่า จะได้รับวามเห็นชอบจากทุกฝ่ายด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย จะถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ขั้นตอนการแก้รัฐธรรมนูญมีหลายขั้นตอน โดยวันนี้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะเสนอญัตติเข้าสู่สภา และถือเป็นการกระทำของสมาชิกรัฐสภา ไม่ใช่รัฐบาล และไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีเองก็ประกาศชัดว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของรัฐสภา ซึ่งได้ทำความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้วว่า ต่อไปนี้ถ้าสภาทำอะไรก็เป็นเรื่องของรัฐสภาไป ไม่มีรัฐบาล ไม่มีฝ่ายค้าน ดังนั้น ใครเห็นด้วยจะร่วมลงชื่อก็มาได้เลย ส่วนการลงมติก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 สำหรับการกำหนดวันยื่นเมื่อไหร่นั้น คงต้องขอเวลาอีกนิด เนื่องจากวันนี้ เราคุยกับพรรคภูมิใจไทย พรุ่งนี้(21 ม.ค.) คุยกับพรรคเพื่อแผ่นดิน และวันที่ 25 ม.ค. คุยกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และยังประสานกับพรรคอื่น ๆ อีกเรื่อย ๆ

 เมื่อถามว่า มีเสียงวิจารณ์ว่า การยื่นแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ อาจจะสร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง นายชุมพล กล่าวว่า คนที่จะสร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ไม่เชื่อไปถามพวกนอกสภาดู เพราะเชื่อว่า การแก้ 2 ประเด็นนี้ โดยเฉพาะมาตรา 190 เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อพรรคการเมืองใด ทุกฝ่ายเห็นร่วมกัน จึงไม่กังวลเรื่องในสภา หรือนอกสภา

 เมื่อถามว่า จะหารือกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ถ้าเห็นร่วมกันก็มาลงชื่อร่วมกันได้ เพราะนี่คือขั้นเสนอญัตติเท่านั้น ดังนั้น ขอเชิญทุกพรรคมารับรองได้เลย หรือถ้าคนในพรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วย ที่จะเสนอญัตติก็มาลงชื่อด้วยก็ได้ ส่วนจะเอาหรือไม่ค่อยคุยกันตอนลงมติก็ได้

 "ผมขอประกาศเชิญพรรคเพื่อไทย ให้มาร่วมลงชื่อเพื่อเสนอญัตติเข้าสภา ซึ่งวันนี้ ในเมื่อมีบรรดาแกนนำของทั้ง 2 พรรคมาปรากฏตัวอย่างนี้ถือว่าเอาจริงแล้ว และหลังจากจบขั้นตอนเอาจริงเรียบร้อย ก็หาฤกษ์ส่งเข้าสภาทันที อย่างไรก็ตามส.ว.มีหลายคนที่อยากมาร่วมด้วย โดยจะไปร่วมในขั้นตอนการลงมติ"

 เมื่อถามว่า คิดว่าเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาสามารถแก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า บอกแล้วว่ามันคนละขั้นตอน อย่าก้าวไปเร็ว ยังไม่ถึงโลกพระจันทร์ ตอนนี้เอาแค่จรวดกำลังวิ่งขึ้นก่อน ส่วนจะไปถึงไม่ถึงนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มารับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรมเดียวกันนี้ ถือว่า เป็นการมาสังเกตการณ์หรือไม่ นายชุมพลเลี่ยงไปตอบว่า “โอ้ย หิวข้าวแล้ว ๆ”

 ด้านนายชวรัตน์ กล่าวเสริมว่า “โรงแรมนี้ ถือว่า เป็นสถานที่สาธารณะที่ใครก็มาได้ ขอปิดประชุม” ซึ่งเรียกเสียงฮาได้ในช่วงท้าย ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกับไปร่วมกันรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน