ข่าว

ชาวปทุมบ้านทรุดกว่า300รอเก้อสคบ.ไม่รับเรื่อง

ชาวปทุมบ้านทรุดกว่า300รอเก้อสคบ.ไม่รับเรื่อง

20 ม.ค. 2553

ผู้ที่ได้รับผบกระทบจากเหตุดินในหมู่บ้านจัดสรรทรุด รอสรุปข้แมูลให้กับตัวแทนของทางสคบ.เก้อ รอเจ้าหน้าที่แต่กลับไม่มาตามนัด ทั้งที่ รมต.สำนักนายกฯเป็นผู้มอบหมายให้มารับเรื่องร้องเรียนของผู้เสียหาย

ความคืบหน้าจากปัญหาที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านรินทร์ทอง ม.2 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เกิดการทรุดตัว และมีรอยร้าวรวมไปถึงถนนภายในโครงการ  ที่ทรุดต่ำจนเกิดปัญหาน้ำท่วม  และในการนำคณะเข้าตรวจพื้นที่ของนายสาธิตย์ วงศ์หนองเตย   รัฐมนตรีประจำสำนักนายก วานนี้ ( 19 ) พล.ต.ต. จตุรงค์ ภูมรินทร์ ผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้แนะนำให้ผู้อาศัยที่ได้รับความเดือดร้อน เร่งสรุปความเสียหายที่เกิดขึ้น เสนอเรื่องมาทางกองบังคับการฯ และทางสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อที่หน่วยงานภาครัฐจะได้ดำเนินการเอาผิดกับผู้ประกอบการต่อไป

น.อ.บุญส่ง จุ้ยกล่อม ตัวแทนผู้อยู่อาศัย ที่ได้รับมอบหมายจากนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ประสานกับนายนิโรธ เจริญประกอบ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค( สคบ. ) นัดแนะผู้เสียหาย ให้มาสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นกับที่อยู่อาศัยในวันนี้ ( 20 ม.ค. )  เปิดเผยว่า ทางกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบ รอคอยตัวแทนของทางสคบ.ที่จะมาลงพื้นที่เพื่อร่วมกันสำรวจความเสียหาย แต่ปราฏกว่าในเรื่องนี้กลับไม่มีความคืบหน้า  กล่าวคือไม่มีตัวแทนของทางสคบ.มาพบกับผู้เสียหายแต่อย่างใด  ทั้งที่ในขั้นตอนของการนัดหมายเรื่องดังกล่าว นายสาทิตย์  ก็ทราบเรื่อง ยอมรับว่าเสียความรู้สึกพอสมควรกับท่าทีของหน่วยงานรัฐ ที่ทำหน้าที่ในการดูแลผู้บริโภค อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้เสียหายเท่าที่ทำได้ ก็คือการเร่งสรุปความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อจัดทำเป็นข้อมูลรอที่จะเสนอต่อทางสคบ. หากมีการสอบถามมา

นายปรีชา บุตรศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ในส่วนของทางจังหวัดเพื่อที่จะเป็นการเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาที่อยู่อาศัย  ได้ตั้งคณะกรรมการในการตรวจสอบความเสียหายและการช่วยเหลือ ตามคำสั่งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ให้ สคบ.พิจารณากฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ให้ที่ดินจังหวัดปทุมธานี ร่วมกับวิศวกรรมสถานไปร่วมตรวจสอบใต้พื้นดินในการทรุดตัวครั้งนี้ เพื่อที่จะได้ยกพื้นถนนใหม่พร้อมทั้งหางบประมาณในการดำเนินงานครั้งนี้  และจะพยายามเร่งรัดให้ได้ข้อสรุปในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด

นายอำนาจ แดงกุล ปลัดเทศบาลเมืองลำสามแก้ว   อ.ลำลูกกา จ. ปทุมธานี   ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่  กล่วว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่กองช่างออกสำรวจความเสียหายในหมู่บ้านรินทร์ทองที่เกิดพื้นดินทรุดตัวลง ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย โดยข้อมูลที่ได้อย่างเป็นทางการในขณะนี้รวม 300  หลังคาเรือน  โดยสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น มีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป

ขณะเดียวกันยังพบว่าถนนในซอยที่หก อยู่ในสภาพที่ต่ำกว่าถนนซอยอื่นๆ และและซอยสี่   มีบางช่วงต้องยกสูง ม และยังต้องซ่อมถนนที่ได้ยกไปแล้วแต่เกิดการยุบตัวไปเป็นแอ่งๆอีกหลายจุด ซึ่งจะต้องให้ทาง สคบ.ที่จะส่งทีมงานสมาคมวิศวกรรมสถาน ออกมาสำรวจและเจาะดินไปตรวจสอบความหนาแน่นของดินตามจุดที่ได้ทรุดตัวลง

นอกจากนี้ยังต้องสำรวจอาคารบ้านเรือนประชาชน ที่มีรอยแตกร้าวซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าที่ซอย 5 มีอยู่ 2 หลังตัวบ้านมีรอยแตกร้าวจะมีอันตรายต่อผู้พักอาศัยในภายหน้าได้ ซึ่งอาจจะต้องห้ามใช้อาคารก่อนชั่วคราวจนกว่าทางวิศวกรรมสถาน จะทดสอบความแข็งแรงแล้วเสร็จ ส่วนในการสำรวจและสร้างรากฐานในการก่อสร้างถนนใหม่จะต้องใช้งบประมาณในการยกพื้นถนนกว่า
100 ล้านบาท

นายภาณุวัฒน์  สินธวัชต์ กรรมการผู้จัดการบริษัท  ไลฟ์ อิมเมจ จำกัด  บริษัทที่รับออกแบบงานด้านสถาปนาทิก ที่อยู่อาศัย และโครงการขนาดใหญ่   กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า  ปัญหาที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านรินทร์ทอง  มาจากสภาพพื้นที่ตั้งของโครงการเป็นบ่อดินเดิม ทำให้เกิดการยุบตัวเร็วกว่าธรรมชาติทั่วไป   โดยปกติที่ดินทุกที่จะทรุดตัวลงทุกปีตามธรรมชาติอยู่แล้วแต่ถ้าเป็นบ่อดินเดิม ที่นำดินหรือทรายมาถมที่ที่เป็นบ่อนั้นจะทรุดตัวลงเร็วกว่าเดิมมาก  ต้องทำการบดอัดให้ได้มาตรฐาน    

ส่วนเรื่องของเสาเข็มนั้นตามธรรมชาติของเสาเข็มหากจะรับแรงรับน้ำหนักได้ดี  เวลาตอกปลายเข็มจะต้องยันกับชั้นดินแข็งเท่านั้น ซึ่งจะมีรายการที่เรียกว่า BLOW COUNT ( จำนวนครั้งที่ตอกได้ใน 1 หน่วยนาที )จะแสดงให้ดูว่าเข็มหยั่งในชั้นที่ปลอดภัย   การที่ดินที่ยุบตัวรุนแรงกว่าการยุบทั่วไป ประเด็นที่น่าห่วงทรุดจนเห็นหัวเสาเข็ม  สำหรับลักษณะน้ำที่จะท่วมเข้าใต้ถุนนั้นอยู่ที่ระบบระบายน้ำ ระดับของบ่อพักรอบบ้านต้องเตี้ยกว่าระดับดินใต้ถุนบ้านจะทำให้น้ำระบายออกได้ดีกว่า 

ทั้งนี้การเลือกซื้อบ้านทั่วๆไป  เพื่อความสบายใจของผู้บริโภคสิ่งที่ควรคำนึงคือ 1.  ดูหลังปกแผ่นพับโฆษณาว่ามีชื่อบริษัท ที่อยู่ กรรมการผู้จัดการครบถ้วนหรือไม่   ทุนจดทะเบียน ภาระผูกพันต่างๆ ขนาดที่ดิน ท่านสามารถเช็คได้จากกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับเรื่องบริษัทบ้านและที่ดินนั้นๆ  ดูชื่อเสียงประกอบกันว่าบริษัทมีความรับผิดชอบดีหรือไม่  เรื่องนี้นับว่ามีความสำคัญมากประเด็นรองลงมาคือ ราคาพอประมาณไม่สูงหรือต่ำไป 

 "จริยธรรมคนขาย เจ้าของหรือผู้จัดการ  เรื่องนี้ต้องดูให้ดีสำคัญที่สุด เพราะวินัยการรับผิดชอบการสร้างต้องมาด้วยกัน"  นายภาณุวัฒน์  กล่าว