ข่าว

"บางริ้น"ใช้11ล.ไทยเข้มแข็งพัฒนา
4โครงการใหญ่-ยกชั้นเมืองเที่ยวสุขภาพ

"บางริ้น"ใช้11ล.ไทยเข้มแข็งพัฒนา 4โครงการใหญ่-ยกชั้นเมืองเที่ยวสุขภาพ

21 ม.ค. 2553

ระนอง - ทต.บางริ้นระนอง เตรียมผันงบไทยเข้มแข็ง 11 ล้านลุย 4 โครงการใหญ่ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว แก้น้ำท่วม จัดซื้อรถขยะ และปรับทัศนียภาพรับการก้าวขึ้นชั้นเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

  นายชวลิต เทพประดิษฐ์ นายกเทศมนตรีตำบลบางริ้น จ.ระนอง เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ว่าขณะนี้เทศบาลได้รับการอนุมัติงบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็งจำนวน 11 ล้านบาท ซึ่งเทศบาลเตรียมนำเงินไปพัฒนา 4 โครงการสำคัญ เริ่มจากพัฒนาพื้นที่คลองบางริ้นให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นลำคลองที่เชื่อมออกสู่ทะเลอันดามัน ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่าหากปรับทัศนียภาพสองข้างคลองได้ จะทำให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและต่อไปอาจทำเป็นตลาดน้ำพร้อมการสร้างท่าเรือเพื่อใช้เป็นจุดเดินทางไปยังเกาะ อาทิ เกาะช้าง เกาะพยาม รวมถึงหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา

 โครงการที่สองคือแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้พบว่าทางระบายน้ำ คู คลองสาธารณะหลายพื้นที่ตื้นเขิน ทั้งยังถูกบุกรุก เทศบาลจึงเตรียมเข้าไปขุดลอก คู คลองต่างๆ รวมถึงสร้างคูระบายน้ำเพิ่มเติมเพื่อให้น้ำระบายออกสู่ชุมชนอย่างรวดเร็ว ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง โครงการที่สามคือจัดซื้อรถขยะเพิ่ม 1 คัน เพื่อรองรับวิกฤติปัญหาขยะที่มีปริมาณมาก จากปัจจุบันที่เทศบาลมีรถเก็บขยะ 4 คัน แต่พบว่ายังไม่เพียงพอกับปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้น จนต้องเพิ่มรอบในการจัดเก็บถึงวันละ 2 รอบ พร้อมกันนี้กำลังมองหาพื้นที่ในการฝังกลบ และคัดแยกแห่งใหม่

 นอกจากนี้ทางเทศบาลได้เริ่มโครงการถนนปลอดถังขยะนำร่องแห่งแรกของจ.ระนอง บริเวณถนนรัตนโกสินทร์ โดยจะมีการทดลองโครงการ 3 เดิน ก่อนที่จะประเมินผล ซึ่งการที่ลดถังขยะออกจากถนนจะทำให้ทัศนียภาพของถนนและชุมชนมีความสวยงามมากขึ้น สอดคล้องกับโครงการที่สี่คือการปรับทัศนียภาพของถนน ลำคลอง ให้สวยงาม รองรับการเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพตามยุทธศาสตร์การพัฒนาของจังหวัด ซึ่งขณะนี้เทศบาลได้เข้าไปขุดลอกคลองบริเวณหัวสะพานซอย 2 และซอย 7 แหล่งสะสมขยะปริมาณมากต้นเหตุของน้ำเน่าเสีย การเกิดโรคระบาดต่างๆ จัดทำฝายน้ำล้นในลำคลองเพื่อกั้นขยะที่จะไหลลงสู่ทะเล พร้อมจัดหาเรือเก็บขยะไว้คอยจัดเก็บขยะตามลำคลองต่างๆ

 นายชวลิต กล่าวต่อว่า การที่ จ.ระนองกำหนดยุทธศาสตร์การก้าวขึ้นชั้นสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะภาคประชาชนที่จะต้องช่วยพัฒนาตั้งแต่ระดับพื้นฐาน โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด สู่ระดับการพัฒนาด้านสถานที่พัก แหล่งท่องเที่ยว สาธารณูปโภค ดังนั้น นอกจากการดำเนินงานในส่วนของเทศบาลแล้ว ในส่วนของประชาชนเทศบาลจึงมีการรณรงค์ปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนในชุมชนมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม รักษาความสะอาด และต้อนรับผู้มาเยือน