ข่าว

ตั้งกรรมการสอบผอ.สถานพินิจนครศรีธรรมราช

ตั้งกรรมการสอบผอ.สถานพินิจนครศรีธรรมราช

20 ม.ค. 2553

ตั้งกรรมการสอบผอ.สถานพินิจนครศรีธรรมราช จ่ายยาซีม่าโลชั่นให้เด็กทารักษากลากเกลื้อน แต่เด็กนำไปใช้ทาอวัยวะเพศบาดเจ็บ

(20ม.ค.) ที่กระทรวงยุติธรรม นายธวัชชัย ไทยเขียว อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน แถลงข่าวชี้แจงกรณีผู้ปกครองของ ด.ช.บอย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ก่อคดีวิ่งราวทรัพย์ถูกส่งตัวเข้าสถานพินิจฯนครศรีธรรมราช ร้องเรียนว่า ด.ช.บอย ถูกเจ้าหน้าที่บังคับให้เพื่อนจับแก้ผ้าแล้วใช้ซีม่าโลชั่นทาอวัยวะเพศ จนได้รับบาดเจ็บ ว่า จากการตรวจสุขภาพเด็กและเยาวชนของสถานพินิจทั่วประเทศ พบว่า เด็กจะป่วยด้วยโรค หิด กลาก เกลื้อนและระบบทางเดินหายใจ และทางเดินอาหาร ซึ่งสถานพินิจฯนครศรีธรรมราชก็มีเยาวชนป่วยด้วยโรคดังกล่าว ทำให้นายปรีดีอนันต์ ติยานนท์ ผอ.สถานพินิจฯ นำยาซีม่าโลชั่นเข้าไปทาให้เด็กด้วยตนเอง และบางครั้งได้มอบหมายให้เด็กๆทาให้เพื่อน ซึ่งกรณีดังกล่าวแม้ว่าจะเกิดจากความหวังดีของ ผอ.สถานพินิจฯแต่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบที่ห้ามไม่ให้นำยาทุกชนิดเข้าไปภายในสถานพินิจฯ และห้ามไม่ให้นำยาให้เด็กไปใช้ด้วยตัวเอง โดยการสั่งจ่ายยาจะต้องทาหรือรับประทานต่อหน้าพยาบาลให้ห้องอนามัยเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนนำยาไปดัดแปลงใช้ทดแทนสารเสพติด ดังนั้น ตนจึง มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ว่ากรณีเด็ก 23 คน แหกเรือนนอนหลบหนีว่าเกี่ยวข้องกับการจับด.ช.บอย ทาซีม่าโลชั่นหรือไม่ และให้ตรวจสอบสาเหตุถึงการหลบหนีของเยาวชนด้วย

 “ ยาทุกประเภทไม่สามารถนำเข้าไปได้ หากจะใช้ต้องไปขอจากพยาบาล และใช้ต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่เรื่องนี้เป็นความหวังดีของ ผ.อ.สถานพินิจฯ ที่นำยาเข้าไปด้วยแล้วให้เด็กช่วยทายาให้เพื่อน โดยระหว่างเกิดเหตุนายปรีดีอนันต์ไม่ได้อยู่ด้วย ข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับรายงาน คือ เด็กเป็นโรคผิวหนังอยู่แล้วเมื่อเพื่อนทายาให้ เด็กอยากหายเร็วจึงใช้ไม้ขูดที่อวัยวะเพศของตนเอง จึงทำให้มีอาการปวดแสบปวดร้อน ปัญหาเกิดขึ้นจากความประมาทของ ผอ.สถานพินิจฯ จึงต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน ” นายธวัชชัย กล่าว

 นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีข้อร้องเรียนว่ามีการลงโทษเยาวชนที่หลบหนี โดยใช้สายยางฉีดน้ำเฆี่ยนตีนั้น ตนได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงด้วย โดยมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ตรวจสอบและขอให้รายงานผลภายใน 10 วัน แม้ว่ากฎหมายจะอนุญาตให้เฆี่ยนตีเด็กที่ละเมิดกฎหมายและประพฤติชั่วได้ แต่กฎกระทรวงได้ยกเลิกโทษเฆี่ยนตีไปแล้ว ให้คงเหลือเพียงภาคทัณฑ์หรือส่งตัวไปควบคุมในเรือนจำ ดังนั้นหากพบว่าเจ้าหน้าที่กระทำรุนแรงต่อเยาวชน จะมีความผิดและถูกไล่ออกจากราชการ

 อธิบดีกรมพินิจฯ กล่าวอีกว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา สถานพินิจฯของทุกจังหวัดได้รับการติดต่อจากผู้ปกครองที่ต้องการนำเยาวชนมาฝากไว้ในสถานพินิจฯเป็นจำนวนมาก แต่สถานพินิจฯไม่สามารถรับตัวไว้ได้ เพราะเด็กไม่ได้กระทำความผิด ผู้ปกครองจึงให้ตำรวจไปแจ้งข้อกล่าวหากับบุตรหลานของตนเอง เพื่อให้เด็กถูกส่งเข้าสถานพินิจฯ ดังนั้นกลางเดือนพค.-มิ.ย.นี้ กรมพินิจฯจะจัดค่ายครอบครัวเยาวชน เพื่อรับตัวเยาวชนที่ยากแก่การดูแล เข้ามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในบ้านกาญจนาภิเษก