
เชียงใหม่โดนแล้ว เจอผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 1 ราย
เชียงใหม่โดนแล้ว เจอผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 1 ราย เป็นหญิงชาวระยองวัย 46 ปี พบมีประวัติสัมผัสกับผู้ติดเชื้อที่จังหวัดระยอง ก่อนจะเดินทางมาเชียงใหม่ เผยไทม์ไลน์นั่งเครื่องบินมาจากอู่ตะเภา ขณะมีผู้สัมผัสใกล้ชิดความเสี่ยงสูง 30 ราย
วันที่ 27 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดเชียงใหม่ตรวจพบ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวน1ราย เป็นชาวจังหวัดระยอง ที่เดินทางจากจังหวัดระยองมาบ้านพักที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
ซึ่งผลพบว่าติดเชื้อ จึงถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ เพื่อตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้ง และทำการสอบสวนโรคเพื่อหาไทม์ไลน์ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่มีการยืนยันข้อมูลรายละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่คาดว่าน่าจะรอการแถลงโดย ศบค.ในวันที่ 28 ธันวาคม 2563
ต่อมาเมื่อเวลา 20.30 น. ของวันที่ 27 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายแพทย์กิตติพันธุ์ ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากที่ทุกท่านได้ติดตามข่าวสารการระบาดของโควิด 19 ใน จ.สมุทรสาคร ในช่วงที่ผ่านมา และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังเข้มข้นนั้น พบว่าได้ตรวจผู้ที่มีประวัติเสี่ยง เดินทางมาจากจังหวัด สมุทรสาครในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (21-26 ธ.ค.) ไปแล้วกว่า 144 คน ผลตรวจหาเชื้อเป็นลบทั้งหมด แต่จากข้อมูลที่ ศบค. แถลงในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา พบว่ามีการระบาดเพิ่มเติม โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ระยอง ทำให้เราต้องเฝ้าระวังกลุ่มผู้ที่มีประวัติเสี่ยงเพิ่มเติมมากขึ้น
จนกระทั่งวันนี้ ทางสำนักงานสาธารณสุขเชียงใหม่ ได้รับรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยจาก จ.ระยอง ได้เดินทางมาใน จ.เชียงใหม่ และตรวจพบเชื้อ เป็นหญิงไทย อายุ 46 ปี ภูมิลำเนาอำเภอเมือง จังหวัดระยอง เดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 26 ธ.ค. 2563 มีอาการระคายคอ คอแห้ง อุณหภูมิ 37.4 องศา ไม่มีอาการไอ ไม่มีน้ำมูก การได้กลิ่นและรับรสปกติ ประกอบกับได้รับข่าวจากผู้ที่เคยใกล้ชิด พบผลการตรวจติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงได้เดินทางเข้าไปตรวจที่รพ.เอกชน ในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง และสัมผัสกับผู้ป่วยโควิด-19 ที่จังหวัดระยอง ผลตรวจยืนยันพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (วันที่ 27 ธ.ค. 2563) ขณะนี้รับรักษาตัวที่ห้องแยกความดันลบ โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 47 ของจังหวัดเชียงใหม่ แต่เป็นเพียงการนำเชื้อเข้ามาจากภายนอกจังหวัด ยังไม่พบการระบาดในจังหวัดเชียงใหม่แต่อย่างใด
ทางทีมสอบสวนโรคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่สอบสวนโรค พบไทม์ไลน์ของผู้ป่วย ดังนี้
วันที่ 24 ธ.ค. 2563 ได้เข้าใช้บริการในสถานที่ออกกำลังกายแห่งหนึ่ง ในจังหวัดระยอง และได้พูดคุยกับเทรนเนอร์ ซึ่งต่อมาเป็นผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ของจังหวัดระยอง
วันที่ 26 ธ.ค. 2563 เวลา 09.35 – 11.00 น. เดินทางจากอู่ตะเภา มาจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยสายการบิน Thai Airasia (FD101 ที่นั่ง 22C) พร้อมสามี ลูก 2 คน และพี่เลี้ยง 1 คน มารดาไปรับจากสนามบิน แวะเยี่ยมครอบครัวน้องสาวก่อนเข้าไปที่บ้านพักส่วนตัวย่านสถานีรถไฟ
- เวลา 17.00 น. เข้าไปตรวจที่ รพ.เอกชน เนื่องจากทราบประวัติว่าเทรนเนอร์ตรวจพบเชื้อ ก่อนจะรับเข้ารักษาเป็นผู้ป่วยใน เพื่อรอฟังผล
วันที่ 27 ธ.ค. 2563 เวลา 12.00 น. ผลตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต่อมาเวลา 14.00 น. ส่งต่อผู้ป่วยเพื่อรับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์
ผลการติดตามผู้สัมผัส ทั้งหมด จำนวน 127 ราย ได้แก่ ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง 30 ราย(ผู้สัมผัสในครอบครัว 4 ราย , ผู้สัมผัสในยานพาหนะ 26 ราย) ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ จำนวน 97 ราย (ผู้สัมผัสในยานพาหนะ 86 ราย , บุคลากรทางการแพทย์ 11 ราย) ซึ่งได้ติดตามตัวและนัดเก็บสิ่งส่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 (4-5 วันหลังที่สัมผัส) และได้กักกันตัวเพื่อสังเกตอาการสำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง จนครบ 14 วัน
ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีวางมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค โดยให้มีผลกระทบกับการดำเนินชีวิต และเศรษฐกิจของชาวเชียงใหม่ให้น้อยที่สุด เป้าหมายในการควบคุมโรค จึงไม่ใช่การปิดกั้นผู้เดินทางมาใน จ.เชียงใหม่ เพื่อให้ตัวเลขผู้ป่วยเป็นศูนย์ หากเป็นการตรวจพบผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อที่เข้ามาในจังหวัดอย่างรวดเร็ว และป้องกันไม่ได้เกิดการระบาดในวงกว้าง การตรวจพบผู้ป่วยรายนี้ แสดงให้เห็นถึงมาตรการเฝ้าระวังที่ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้วางไว้ ด้วยความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้ผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อสามารถเข้ารับการดูแลได้อย่างเหมาะสมทันเวลา
นายแพทย์กิตติพันธุ์ ยังคงเน้นย้ำว่า ผู้เดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ สามารถเดินทางมาทางเข้ามาได้ โดยการดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคตามที่ทางจังหวัดได้วางไว้ เป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อ หรือเดินทางไปยังพื้นที่ระบาด โดยปกติต้องกักตัวอยู่แล้ว แต่หากมาทราบภายหลัง ก็สามารถเข้าตรวจได้ในทุกสถานพยาบาล 2.ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ จ.ที่มีการระบาด แต่ไม่ได้สัมผัสผู้ติดเชื้อ หรือเดินทางไปยังสถานที่ที่มีการระบาด ท่านสามารถรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อได้โดยสมัครใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และ 3.สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่นๆ ให้ท่านปฏิบัติตามมาตรการที่ทางจังหวัดได้กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกข้อมูลในระบบ CM-Chana เมื่อท่านเดินทางเข้าจังหวัด ปิดหน้ากาก 100% เช็คอินไทยชนะตามจุดต่างๆ
“สุดท้ายนี้ ขอให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ทุกท่าน ช่วยกันดำเนินมาตรการป้องกันโรคตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดได้มีการประกาศ และติดตามข่าวสารจากศูนย์ข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากมีข้อมูลการดำเนินการ แนวทาง คำแนะนำ หรือข้อสั่งการเพิ่มเติม จะมีชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนอย่างทันเวลา เพื่อให้ทุกท่านรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และช่วยกันสร้างความเข้าใจในสังคม ลดความตระหนก ดำเนินชีวิตอย่างมีสติและปลอดภัยทุกท่าน” นายแพทย์กิตติพันธุ์ ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่



