
"เทือกยาหอมเห็นใจพรรคร่วมฯไม่คิดระแวง
สุเทพ โปรยยาหอมเห็นหัวเห็นใจพรรคร่วมฯ ไม่คิดมากระแวง เติ้ง เดิมเกมจับมือภท.ประกาศเจตนารมณ์แก้รธน. เพราะเป็นเพื่อนไม่ใช่ศัตรู อ้อนรอผลสัมมนาปชป.วันที่ 25 ม.ค.แจ้งมติปชป.
(20ม.ค.) เวลา 08.20 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการที่พรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคภูมิใจไทยจะแสดงจุดยืนทางการเมืองในการแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกันได้แจ้งมาให้ทราบก่อนหรือไม่ ว่า เขาแจ้งตนมาตั้งแต่นานแล้ว เพราะเขาชัดเจนมานานแล้ว ซึ่งตนก็ได้ตอบไปว่าตนขอเวลาก่อนที่จะเปิดสมัยประชุมสภาฯนี้ตนจะทำให้ชัดเจน โดยตนตั้งใจแล้วว่าวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่ 22 -24 ม.ค.นี้พรรคประชาธิปัตย์จะไปประชุมสัมมนากันที่จ.กระบี่ จะพูดปัญหานี้ทุกถ้อยกระทงความ ให้สมาชิกพรรคแสดงความคิดเห็นกันเต็มที่ แล้วก็ลงมติกันก็จะมีข้อสรุปมาฝากพรรคร่วมรัฐบาลในวันจันทร์25 ม.ค. ไม่มีอะไรที่ต้องตกใจ
เมื่อถามว่า ไม่กังวลหรือที่แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคภูมิใจไทยนัดทานข้าวหารือร่วมกัน นายสุเทพ กล่าวว่า คนนัดทานข้าวกันเราอย่าไปคิดมากเลย ตนไม่ใช่คนคิดมากอยู่แล้ว คิดพอดีๆ เมื่อถามว่า พรรคเล็กๆ แสดงออกเช่นนี้เพื่อหยั่งเชิงให้พรรคประชาธิปัตย์รู้ว่าพรรคเล็กก็แข็งแรงพอและผนึกกันได้ พรรคประชาธิปัตย์ควรจะต้องมีการรอมชอมกันหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรารอมชอมกันอยู่แล้วและเราก็รู้ว่าพรรคเล็กเขาแข็งแรงอยู่แล้ว เพราะถ้าไม่แข็งแรงเขาก็ไม่มาสนับสนุนให้เราเป็นรัฐบาลกันได้เห็นชัดเจน เมื่อถามว่า แสดงว่าท่านไม่หวาดหวั่นต่อการรวมพลังของพรรคเล็ก นายสุเทพ กล่าวว่า “ไม่หวั่น เหมือนกับคบเพื่อนทำไมต้องไปหวั่นเพื่อนอยู่เรื่อย เพื่อนนะครับไม่ใช่ศัตรู เราต้องแยกมิตรแยกศัตรูให้ชัดเจน”
เมื่อถามว่า แต่การที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยลงมาดำนินการเรื่องนี้เอง แสดงว่าเขารอไม่ได้แล้วหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เปล่า ท่านแสดงจุดยืนมาชัดเจนตั้งแต่ต้นตั้งแต่เริ่มชวนกันมาเป็นรัฐบาลแล้วว่าท่านจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะขอแก้ในประเด็นนี้ ซึ่งท่านก็ยืนมาตลอด ส่วนที่จะมีประเด็นอื่นแถมมาอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพรรคเล็กๆ และเขาก็กังวลใจว่าถ้าขืนใช้เขตเลือกตั้งเขตใหญ่เขาจะเดือดร้อน เสียเปรียบ และจะอยู่ไม่ได้ ก็เข้าใจดีและตนได้นำประเด็นเหล่านี้ไปเล่าให้เพื่อนในพรรคประชาธิปัตย์ฟังแล้ว
เมื่อถามว่า ประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญที่พรรคร่วมรัฐบาลเห็นพ้องต้องกัน แต่ถ้าผลการประชุมสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ออกมาตรงข้ามการทำงานร่วมกันในอนาคตจะไปด้วยกันได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าจะเป็นปัญหา อย่าเพิ่งมองอะไรในแง่ร้าย เพราะจะประชุมสัมมมนากันสุดสัปดาห์ วันจันทร์ที่ 25 ม.ค.ก็ทราบมติแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ท่านจะโน้มน้าวแกนนำของพรรคที่ไม่เห็นด้วยไม่อยากให้แก้รัฐธรรมนูญ เช่น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า เลขาธิการพรรคก็ไม่ได้เก่งกาจ ไม่ใช่สาลิกาลิ้นทอง แต่ว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่ด้วยคนส่วนใหญ่ คนจำนวนมาก ตนเคยมีตัวอย่าง เมื่อคราวที่รตัดสินใจที่จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเราอภิปรายกันตั้งแต่เช้าจนถึง 3 ทุ่ม ทุกคนได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นหมดและได้ลงมติกัน วิธีการที่พรรคประชาธิปัตย์ทำต้องใช้เวลาและใช้เหตุผลของคนส่วนใหญ่ จะเป็นนายชวน หลีกภัย หรือนายบัญญัติ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตนหรือใครก็ตาม ไม่สามารถจะชี้นำสั่งคนในพรรคให้ซ้ายหันขวาหันได้ ต้องพูดกันด้วยเหตุผล ไม่เป็นปัญหาหรอก และยืนยันในพรรคไม่มีซ้ายทีขวาที แต่ไปกันเป็นกระบวน
เมื่อถามว่า ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่มีใครอยากจะเป็นฝ่ายค้าน จะมีทางออกที่ดีแบบพบกันครึ่งทางหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่จะต้องไปต่อรองกันอย่างนั้น มันก็มีความชัดเจนของมันอยู่แล้ว เมื่อถามว่า มองหรือไม่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลส่งสัญญาณว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นหัวพรรคร่วมเรื่องนี้อาจจะมีปัญหาเรื่องเสียงโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายสุเทพ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ผม เห็นทั้งหัว เห็นทั้งตัว เห็นทั้งใจ เห็นครบถ้วน เห็นจนผมจะแย่อยู่แล้ว อย่ากังวลเลย ผมเข้าใจดี ผมให้ความเคารพและให้ความเข้าใจ และมีความรักพรรค่วมรัฐบาลเสมอ”
เมื่อถามว่า ในส่วนของกลุ่มพันธมิตรฯเตรียมออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นธรรมดา เพราะเขาตั้งพรรคการเมืองแล้วก็ต้องมีบทบาทแสดงบทบาทของเขาไป เมื่อถามว่า ที่บอกว่าเห็นหัวพรรคร่วม จุดยืนของท่านเห็นด้วยที่จะแก้รัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเห็นใจและเข้าใจอยู่แล้ว และพยายามพูดให้เพื่อนในพรรคได้ฟังแล้ว แต่ที่ผ่านมาการประชุมพรรคมีเวลาน้อยเพียงช.ม.หรือ 2 ช.ม.บางทีคุยกันไม่หมดสิ้น เพราะมีเรื่องที่ละเอียดค่อนข้างมากสำหรับนักการเมืองที่ต้องวิเคราะห์กันให้ดี แต่ไม่มีอะไรที่เหลือบ่าฝ่าแรงที่พรรคประชาธิปัตย์จะรับไม่ได้ ทุกอย่างอยู่บนบ่าได้ทั้งนั้น



