ข่าว

"ทักษิณ"พร้อมรบ!

"ทักษิณ"พร้อมรบ!

20 ม.ค. 2553

ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการนับถอยหลังเข้าสู่จุดเดือดการเมืองที่นักโทษหลบหนีการจำคุก "ทักษิณ ชินวัตร” หวังปิดเกมในสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายต้อง "ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย" หลังต่อสู้กันมายาวนานนับจากที่ "รัฐบาลทักษิณ” ถูกรัฐประหารปี 2549

 หลังจาก "ทักษิณ-เพื่อไทย-เสื้อแดง” เดินหมากการเมืองด้วยการส่งตัวขุนตัวเบี้ย อย่าง "กลุ่มทหารเฒ่าหน่วยฮาร์ดคอร์-กลุ่มเสื้อแดง” นำโดย ”บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นอกราชการ

 ส่งสัญญาณยื่นเงื่อนไขไปยัง "ฝ่ายอำมาตย์” ให้รู้ว่า หากไม่ยอมรับตามเงื่อนไขที่เสนอมา โดยมี "การทวงคืนทรัพย์สินกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท” เป็นเดิมพัน

 เพราะในเมื่อไม่มีสัญญาณตอบรับ จากฝ่ายตรงข้ามก็เป็นธรรมดาที่ "ทักษิณ" จะเลือกเดินเกมแรง ตามคำขู่ที่ว่าต้องเจอกับ "สงครามการเมือง” อย่างเลี่ยงไม่ได้

 ที่กลุ่มเสื้อแดงนำโดย “3 เกลอ วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ” ออกมาประกาศชุมนุมใหญ่ในกทม.แบบไม่มาอีกเป็นครั้งที่ 2 ก่อนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะนัดฟังคำพิพากษา

 โดยที่คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาจะลงมติเช้า และแถลงในช่วงบ่ายของวันเดียวเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ป่วนรวมถึงกรณีที่อาจมีข้อมูลรั่ว

 หลังจากก่อนหน้านี้กลุ่มเสื้อแดงกางปฏิทินการเมืองที่วางไว้นับจากเปิดศักราชใหม่ ไล่ตั้งแต่ 11 มกราคม กลุ่มเสื้อแดง นำโดย สุพร อัตถาวงศ์ อดีตส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย จะประเดิมด้วยการพาคนนับหมื่นไปที่เขาใหญ่ เพื่อเรียกร้องการบุกรุกที่เขายายเที่ยง พุ่งเป้าโจมตี “พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์" องคมนตรี

 ยังไม่นับที่แกนนำเสื้อแดงทั้งชุดจะเดินทางไปสำนักราชเลขาธิการเพื่อสอบถามความคืบหน้าเรื่องฎีกาพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ รวมถึงยื่นเรื่องฟ้องดีเอสไอ เอาผิดกับรมว.ยุติธรรมที่คนเสื้อแดงมองว่ารัฐบาลจงใจดึงเรื่องไว้ในช่วงวันที่ 19-20 มกราคม

 และการเตรียมบุกไปสนามกอล์ฟเขาสอยดาว จ.จันทบุรี ในวันที่ 23-24 มกราคม กรณีมีกลุ่มทุนใกล้ชิด พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ไปรุกที่ป่าสงวน

 ล้วนเป็นการพุ่งไปที่เป้าใหญ่ “ระบอบอำมาตยาธิปไตย” ปลุกกระแสสองมาตราฐาน สร้างเงื่อนไขให้กลุ่มเสื้อแดงปูทางตลอดเดือนมกราคม ก่อนชุมนุมใหญ่ในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้

 ขณะที่เกมในสภาก็วางคิว "เปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอภิสิทธิ์” ตั้งธง "ตีจุดอ่อนรัฐบาล-ฝ่ายอำมาตย์" ประเด็น “ทุจริต คอรัปชั่น-บริหารประเทศล้มเหลว-2 มาตรฐาน" คู่ขนานไปกับการเคลื่อนไหวนอกสภาของคนเสื้อแดง

 ขณะที่ ”นายใหญ่” เดินเกมสร้างเครดิตนอกประเทศ ทั้งการอ้างว่าได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลซาอุฯ ให้เป็นที่ปรึกษาผังเมือง รวมทั้งการเตรียมกลับมายืมมือ ”ฮุน เซนเพื่อนรัก” ใช้เขมรมาเป็นฐานบัญชาการรบในช่วงคนเสื้อแดงชุมนุมใหญ่

 โหมโรงให้เกิด "จุดเดือด" ตามคำบัญชา "นายใหญ่"

 โดยมี ”สัญญาณความรุนแรง” เกิดขึ้น ”จากการที่ “อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง“ แกนนำนปช.ออกมาเปิดเผยว่า นอกจะมีฐานมวลชนคนเสื้อแดงกว่า 1 ล้านคนที่จะเข้ามาร่วมชุมนุมใหญ่ปลายเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ยังได้ร่วมกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ทำบัญชีกองกำลังแดงจากหลายฝ่ายโดยมีกลุ่มทหารพราน ตำรวจในและนอกเครื่องแบบที่อ้างว่ามีจำนวนกว่า 3 หมื่นแล้ว

  รวมทั้ง "อดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” หรือ "อดีตคอมมิวนิสต์” ที่หลงเหลือตามตะเข็บชายแดนภาคอีสานและภาคใต้

 ซึ่งล่าสุดกลุ่มทหารตำรวจและอดีตคอมนิวนิตส์ แปลงสภาพเป็นกองกำลังแฝงเข้ามากระจายกำลังอยู่ทั่วกทม.และปริมณฑลเรียบร้อยแล้ว เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยพิฆาตเข้ามาเผด็จศึกทันทีที่ได้รับสัญญาณ

 ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานข่าวว่า “ทักษิณ” ให้แกนนำสายตรงชินวัตร 111-37 พปช. สายเหยี่ยวอย่าง “ยงยุทธ ติยะไพรัช-จักรภพ เพ็ญแข" รวมทั้ง ”อดีตแกนนำคนเดือนตุลา” อย่าง “นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช สุธรรม แสงประทุม จำลอง ครุฑขุนทด ทำหน้าที่เป็นขุนพลพี่เลี้ยง จัดกองกำลัง วางแผนการรบของกองทัพแดง

 ตามรายงานคือ “ทักษิณ” ตั้งเป้าการรบใน "สงครามครั้งสุดท้าย” ด้วยการย้ำแกนนำที่ทำหน้าที่เป็นแม่ทัพ-นายกอง ให้วางยุทธศาสตร์อย่างรัดกุมไม่ให้เกิดความผิดพลาดเหมือนที่เคยเกิดขึ้นจากเมื่อเหตุการณ์ “เมษา 52” อีก

 ขณะเดียวกันแม้จะไม่รู้ว่าแรงกดดันจากการชุมนุมของ ”กลุ่มแดงเดือด” จะสะเทือนต่อคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทหรือไม่ แต่แผนสองคือการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงครั้งนี้ จะยืดเยื้อลากยาวเพื่อ "เผด็จศึก” เป้าหลักคือ “ฝ่ายอำมาตย์" และเป้ารอง “รัฐบาลประชาธิปัตย์” ให้ได้

 บนสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยง ที่จะเกิดความรุนแรง ถึงขั้นนองเลือด และอยู่บนเดิมพันที่นักโทษหลบหนีการจำคุก "ทักษิณ” ก็เหลือทางเลือกไม่กี่ทาง !!!


 ณยา ใจกาวัง