ข่าว

'สกุลธร' ยังไม่ถึงคิวหมายเรียก เหลือ 1 พยานคดีทุจริตสำนักงานทรัพย์สินฯ

'สกุลธร' ยังไม่ถึงคิวหมายเรียก เหลือ 1 พยานคดีทุจริตสำนักงานทรัพย์สินฯ

22 ธ.ค. 2563

คดีทุจริตสำนักงานทรัพย์สินฯ สำนวนสอง ยังไม่ถึงคิวเรียก "สกุลธร จึงรุ่งเรืิองกิจ" แจงรอความแน่นหนาของพยาน หลักฐาน หลัง "ประสิทธิ์ อภัยพลชาญ" อดีตผตห.คดีสำนวนแรกให้ปากคำในฐานะพยานแล้ว เหลือ "สุรกิจ ตั้งวิทูวณิช" ติดปัญหาสุขภาพ

จากกรณี ตำรวจกองปราบตรวจสอบ คดีทุจริตในสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เพิ่มเติมในสำนวนที่สอง ซึ่งอาจเกี่ยวพันกับนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด น้องชายของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เพราะเป็นผู้ให้เงินกับนายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินฯและ นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ พนักงานบริษัทเอกชน สองผู้ต้องหาในสำนวนคดีแรกที่ถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางตัดสินจำคุก ตามที่ได้เคยทีการนำเสนอไปแล้วนั้น 

ล่าสุด วันที่ 22 ธันวาคม 2563 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผู้บังคับการกองปราบปราบ(ผบก.ป.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานบุคคล และรวบรวมพยาน หลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีการเรียกสอบพยานบุคคลบางส่วนไปบ้างแล้ว และถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก ส่วนหลังจากนี้จะมีการออกหมายเรียกนายสกุลธร มาเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้ ต้องรอผลการสอบปากคำพยานบุคคลอื่นๆ รวมถึงพิจารณาจากพยานหลักฐานต่างๆ ให้คดีมีความชัดเจนมากกว่านี้ก่อน อย่างไรก็ตาม หากหลังจากนี้พบว่ามีพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงไปถึงก็จำเป็นจะต้องเชิญตัวมาเข้าพบตามขั้นตอนกฎหมาย 

รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนกรณีที่พนักงานสอบสวนกองปราบฯได้ทำการเชิญตัว นายประสิทธิ์และนายสุรกิจ สองผู้ต้องหาในสำนวนคดีแรก ที่พึ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำ มาเข้าพบเพื่อให้ปากคำในฐานะพยานก่อนหน้านี้นั้น เบื้องต้นนายประสิทธิ์ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งคำให้การที่ได้ ถือว่าค่อนข้างเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีพอสมควร

 

ส่วนนายสุรกิจ พยานอีกคนที่ถูกออกหมายเรียกพร้อมกับนั้น เบื้องต้นมีการติดต่อประสานกลับมายังทางพนักงานสอบสวนแล้ว พร้อมให้เหตุผลถึงกรณีที่ไม่สามารถมาเข้าพบพนักงานสอบสวนได้ตามกำหนดนั้น เนื่องจากติดปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งหลังจากหายดีแล้วจะติดต่อนัดหมายเข้าพบกับทางพนักงานสอบสวนอีกครั้งในภายหลัง