ข่าว

ส่งออกธ.ค.พุ่ง26%สูงสุดรอบปีสินค้าเกษตร-อาหารฟื้น-หนุนปี 52 ติดลบ 14.2%

ส่งออกธ.ค.พุ่ง26%สูงสุดรอบปีสินค้าเกษตร-อาหารฟื้น-หนุนปี 52 ติดลบ 14.2%

19 ม.ค. 2553

พาณิชย์ปลื้มยอดส่งออกเดือน ธ.ค. 52 พุ่ง เพิ่มขึ้น 26.1% สูงสุดในรอบ 1 ปี สินค้าเกษตรและอาหารดีขึ้นทุกตัว หักลบทั้งปีติดลบแค่ 14.2% พร้อมเดินหน้ารุกตลาดต่อเนื่อง ดันเป้าปี 53 เติบโตไม่ต่ำกว่า 14%

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนธันวาคม 2552 มีมูลค่า 14,629 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตจากเดือนธันวาคมปีก่อน 26.1% เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 1 ปี และในรูปเงินบาทมีมูลค่า 482,163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3% ส่งผลให้การส่งออกทั้งปี 2552 มีมูลค่า 152,502 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 14.2% จากปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะติดลบ 15% "การส่งออกที่ฟื้นตัวดีขึ้น เป็นผลจากความต้องการของโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยสินค้าเกษตรส่งออกเพิ่มขึ้นทุกรายการ คิดเป็นอัตราเติบโต 42% ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมส่งออกสูงขึ้น 18.6% เพิ่มขึ้นทั้งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้า ยานยนต์ วัสดุก่อสร้างและเม็ดพลาสติก" นางพรทิวากล่าว ส่วนการนำเข้าเดือนธันวาคม 2552 มีมูลค่า 14,424 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 28.2% ขณะที่ทั้งปีมีการนำเข้าเป็นมูลค่า 133,796 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 25.3% จากปีก่อน ส่งผลให้ปี 2552 ไทยเกินดุลการค้า 18,706 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อคิดในรูปเงินบาทมีมูลค่า 591,950 ล้านบาท รมว.พาณิชย์กล่าวถึงเป้าหมายการส่งออกในปี 2553 คาดว่าจะเติบโต 14% ด้วยมูลค่า 1.72 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นไตรมาส 1 จะเติบโต 14-18% ด้วยมูลค่า 3.9-4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ไตรมาส 2 เติบโต 19.23% มูลค่า 4.1-4.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ไตรมาส 3 เติบโต 11-15% มูลค่า 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และไตรมาส 4 เติบโต 5-8% มูลค่า 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนตลาดหลักคาดว่าจะขยายตัว 14% และตลาดใหม่ขยายตัว 13% “ทิศทางไตรมาส 1 มองว่าสินค้าเกษตรและอาหารยังมีแนวโน้มดี เนื่องจากมีความต้องการในตลาดหลัก ส่วนกลุ่มสิ่งทอ สินค้าเสื้อผ้า ดีต่อเนื่องจากคำสั่งซื้อชุดกีฬา ซึ่งเป็นผลจากฟุตบอลโลก และไทยได้รับความเชื่อถือจากผู้นำเข้าอยู่แล้ว นอกจากนี้ การส่งออกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นผลจากข้อตกลงการค้าเสรีที่ไทยทำกับประเทศต่างๆ” นางพรทิวากล่าว สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกของไทยนั้น ยังมองว่าเป็นเรื่องของสภาวะเศรษฐกิจของตลาดหลักส่งออกของไทย เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรป จะเป็นการเติบโตอย่างเปราะบาง ส่วนราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งไทยเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน จะส่งผลต่อต้นทุนและการแข่งขันที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะเดียวกันไทยประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เสื้อผ้า และอุตสาหกรรมจิวเวลรี่ ส่งผลให้ผู้ผลิตเริ่มออกไปลงทุนตั้งโรงงานในต่างประเทศมากขึ้น