
พัทยาอินเตอร์เนชั่นแนลฯจัดแข่งนกพิราบนานาชาติ ถ้วยพระราชทานรัชกาลที่ 10
พัทยา อินเตอร์เนชั่นแนล พีเจ้น เรซ เปิดตัวการแข่งขัน"นกพิราบแข่งนานาชาติพัทยา" ครั้งที่ 5 ถ้วยพระราชทาน - เงินรางวัลรวม 35.3 ล้านบาท แข่งกันตั้งแต่ 21 ธ.ค. - 9 ม.ค. 64 โดยรูปแบบการชิงชัย แบ่งเป็น 3 ประเภท
ที่ชั้น 5 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพฯ สิริเดช โรจนารุณกรรมการบริษัท พัทยา อินเตอร์เนชั่นแนล พีเจ้น เรซ จำกัด พร้อมด้วย บรรลือ กุลละวณิชย์ รองนายกเมืองพัทยา และ สุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมนกพิราบแข่งนานาชาติ ร่วมแถลงข่าวจัดการแข่งขัน"นกพิราบแข่งนานาชาติพัทยา" ครั้งที่ 5 (The 5th Pattaya International Pigeon Race) ถ้วยรางวัลพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พร้อมเงินรางวัลรวม 35.3 ล้านบาท การแข่งขันจะมีขึ้น ระหว่าง 21 ธ.ค.- 9 ม.ค.64
สำหรับการแข่งขันนกพิราบแข่งนานาชาติพัทยา ครั้งที่ 5 แบ่งการชิงชัยเป็น 3 ประเภทได้แก่ ระยะทาง 530 กิโลเมตร ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เริ่มต้นที่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี, ระยะทาง 430 กิโลเมตร ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เริ่มต้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ, ระยะทาง 330 กิโลเมตร ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เริ่มต้นที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยทั้ง 3 ระยะทาง จะถึงจุดสิ้นสุด ณ สำนักงานใหญ่บริษัท พัทยา อินเตอร์เนชั่นแนล พีเจ้น เรซจำกัด อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และการแข่งขันนกยอดเยี่ยม ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ระยะทางสะสมตั้งแต่ 330 - 530 กิโลเมตร
สิริเดช โรจนารุณ กรรมการบริษัท พัทยา อินเตอร์เนชั่นแนล พีเจ้น เรซ จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า การแข่งขันนกพิราบแข่งนานาชาติ ตลอด 4 ครั้งที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง มีผู้สนใจและได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยปีนี้มีนกพิราบเข้าแข่งขันมากถึง 7,401 ตัว จาก 39 ประเทศทั่วโลก นำโดย คูเวต ไทยและจีน เป็นต้น ซึ่งการจัดการแข่งขันในปีนี้ ได้คำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขอนามัย อาทิ การตรวจสุขภาพนกพิราบโดยสัตวแพทย์ ที่ได้รับการรับรองของประเทศนั้นๆ ก่อนนำส่งทางเครื่องบินมาประเทศไทย ต่อด้วยเข้ากรงกักกันที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ เป็นเวลา 21 วัน ซึ่งตลอดระยะเวลาการเลี้ยงและฝึกซ้อมนกพิราบแข่ง จะมีสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์เข้าตรวจสุขภาพนกพิราบแข่งตามโปรแกรม ที่สำคัญได้ใช้อุปกรณ์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการอ่านห่วงขาอิเล็กทรอนิกส์ที่ติดไว้กับนกพิราบทุกตัวในการตัดสิน ผู้ส่งนกพิราบแข่งจึงสามารถตรวจสอบผลการแข่งขันได้เรียลไทม์ผ่านทางเว็บไซต์ รวมทั้งติดตามการถ่ายทอดสดการปล่อยนกและภาพนกบินกลับกรงได้อีกด้วย มั่นใจได้ว่าการแข่งขันครั้งนี้จะไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 อย่างแน่นอน
บรรลือ กุลละวณิชย์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ที่ผ่านมาการแข่งขันนกพิราบแข่งนานาชาติ ได้ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วทุกทวีปให้เข้ามาท่องเที่ยวที่เมืองพัทยาและประเทศไทยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สิ่งเหล่านี้นำมาสู่การจับจ่ายใช้สอย สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและผู้คนในท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจและก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศ ที่สำคัญยังช่วยปลุกกระแสการเลี้ยงนกพิราบในประเทศไทย ในปีนี้แม้จะมีสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ก็ยังได้รับการตอบรับจากนานาชาติรวมถึงผู้เลี้ยงนกพิราบในประเทศไทยอย่างล้นหลาม



