
ทลายแอพเงินกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยร้อยละ 2,067 ต่อปี
ตำรวจบุกทลายแอพเงินกู้นอกระบบ "RICH MONEY" เก็บดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 2,067 ต่อปี ใช้วิธีติดตั้ง App หากไม่ส่งเงินตามกำหนด ถูกทวงหนี้สารพัด ด่าทอ คุกคาม ส่งข้อความถึงบุคคลที่3 ให้อับอาย ขณะที่นายทุนชาวจีนเข้ามอบตัวแล้ว ตร.ตรวจเส้นทางการเงิน
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 21 ธ.ค. พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผบ.ตร.ในฐานะผอ.ศปน.ตร. (ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปน.ตร. ) พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ก.ตร. พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5บก.ปอศ. ร่วมกันแถลงข่าวผลการทลายแก๊งเงินกู้นอกระบบชื่อ “RICH MONEY”
พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์แบบพกพา พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง จำนวน 63 เครื่อง,โทรศัพท์เคลื่อนที่ พร้อมซิมการ์ด จำนวน 76 เครื่อง,อุปกรณ์แปลงค่าไอพีแอดเดรส ,เครื่องปฏิบัติการส่งข้อความอัตโนมัติ ไม่ทราบยี่ห้อ พร้อมซิมการ์ดในเครื่อง บรรจุ 8 ซิม จำนวน 1 เครื่อง,ตรายางบริษัท จำนวน 2 อัน,เอกสารเกี่ยวกับการว่าจ้างพนักงาน จำนวน 58 แฟ้ม,เอกสารคู่มือเกี่ยวกับการทวงหนี้ จำนวน 62 แผ่น,สมุดบัญชีเงินฝาก จำนวน 1 เล่ม ,เอกสารหนังสือรับรอง บริษัท ที่พึ่ง จำกัด จำนวน 1 ชุดและสมุดบันทึกการทำงานของพนักงาน จำนวน 2 เล่ม รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท
โดยเรื่องนี้ทางศปน.ตร. ได้รับร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ว่าได้มีการกู้ยืมเงินผ่านแอพพลิเคชั่นริชมั่นนี่ ซึ่งมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยพบมีการให้สินเชื่อบุคคล ตั้งแต่ 2,000 – 50,000 บาท ระยะเวลาชำระหนี้ภายใน 7 วัน โดยหากกู้เงิน 2,000 บาท จะได้เงินจริงเพียง 1,220 บาท หักเป็นค่าบริการ 780 บาท หรือ ร้อยละ 39 ต่อ 7 วัน เฉลี่ย ร้อยละ 2,067 ต่อปี
โดยใช้วิธีการให้ผู้กู้ติดตั้ง Application ลงในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเมื่อกู้ผ่านแล้วจะถูกหักค่าบริการออกจากเงินกู้ แต่ลูกหนี้ยังต้องชำระเงินเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระตามกำหนดเวลา จะมีการทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่ ด่าทอ คุกคาม และมีการส่งข้อความ SMS เกี่ยวกับการเป็นหนี้ให้แก่บุคคลที่สาม ทำให้ผู้กู้ได้รับความอับอาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง
จากการสืบทราบว่าขบวนการดังกล่าวใช้อาคารเอสวีทาวเวอร์ ห้องแถวเลขที่ F1 ชั้น 1 ถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร เป็นที่ตั้ง จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. พร้อมหมายค้นของศาลเข้าปฏิบัติการตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว
จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวมีพนักงานคนไทยนั่งทำงานอยู่รวมทั้งสิ้น 59 คน โดยมีนายภูวนาท สงวนนามสกุล อายุ 42 ปี ทำหน้าที่ฝ่ายบุคคล,น.ส.พวงพรรณ สงวนนามสกุล อายุ 33 ปี ทำหน้าที่ธุรการ และประสานงานกับเจ้าของกิจการชาวจีน,นายทรงกรต สงวนนามสกุล อายุ 23 ปี ทำหน้าที่ดูแลพนักงานทวงถามหนี้ แก้ไขปัญหาในการทำงาน และน.ส.ธิติมา สงวนนามสกุล อายุ 31 ปี ทำหน้าที่ดูแลพนักงานทวงถามหนี้ พร้อมทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนพบว่าบริษัทดังกล่าวมีนายทุนเป็นชาวจีน จึงรวบรวมหลักฐานออกหมายจับนายเซี่ย จั้ว เสียง (XIE ZUO XIANG) นายหลัว เหมิง เหมิง (LUO MENG MENG) นายลี่ เค่อ หยู (LI KE YU) สัญชาติจีน และนางโซเพียค เวิน (SOPHEAK VOEURN) สัญชาติกัมพูชา
ซึ่งภายหลังนายเซี่ย จั้ว เสียง และนายหลัว เหมิง เหมิงได้ติดต่อขอมอบตัว แจ้งข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด”
รองผบ.ตร.กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปจะตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากพบการกระทำความผิดอื่น หรือมี
ผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม จะได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มและดำเนินคดีในทุกฐานความผิด ขอให้ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ หรือได้รับความเสียหายจากการกู้ยืมเงินผ่าน Application ดังกล่าว เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีและให้ข้อมูลเพิ่มเติม
“คดีนี้เห็นว่า ปัจจุบันกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบเป็นกลุ่มทุนต่างชาติ ซึ่งได้เข้ามาหาประโยชน์เอารัดเอาเปรียบประชาชนที่กำลังเดือดร้อน มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการกระทำความผิด ไปจากเดิมเป็นอย่างมาก โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนเป็นจำนวนมากได้โดยง่าย และยังจัดตั้งบริษัทอื่นบังหน้าเพื่อทำหน้าที่ทวงถามหนี้ทวงหนี้แทน เพื่อปกปิดอำพรางความผิด จากการสืบสวนพบว่ามีแอปพลิเคชั่นเงินกู้นอกระบบที่อยู่ในเครือข่ายอีกจำนวนมาก เช่น RICH MONEY , BIG MONEY , 365 LOAN , SUPER LOAN , CASH HOME , CASH ME , TRACK MONEY QUICK รวมอยู่ด้วย"พล.ต.อ.ปิยะระบุ



