ข่าว

บัวแก้วเผยหน่วยงานได้4แนวทางช่วยเฮติแล้ว

บัวแก้วเผยหน่วยงานได้4แนวทางช่วยเฮติแล้ว

19 ม.ค. 2553

แม่คนไทย 3 คน รอดจากแผ่นดินไหวเฮติ เผยบนกรมหลวงชุมพร ขอให้ลูกปลอดภัย วอนราชาการช่วยแจ้งข่าวให้ทราบด้วย

 เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 19 มค.53 ที่บ้านเลขที่ 352 หมุ่ที่ 5 ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร นางเชาวณี โสภณ อายุ 68 ปี อาชีพ แม่ค้ากล้วยย่าง ในตลาดสดสวี ซึ่งเป็นแม่ของคนไทย 3 ใน 4 คนที่รอดชีวิต จากเหตุการณ์ แผ่นดินในประเทศเฮติ เปิดเผย ผู้สื่อข่าว ว่า ทราบข่าวเหตุการณ์ตั้งแต่วันแรกที่เกิด ด้วยการติดตามข่าวจากสื่อต่างๆ รู้สึกเป็นห่วงลูกทั้ง 3 คนมาก จึงได้บนบานศาลกล่าว กับ “เสด็จเตี่ย”กรมหลวงชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์ และ หล่วงพ่อทองที่เคารพนับถือ ให้ ลูกทั้ง 3 ปลอดภัยด้วย จนเมื่อวานนี้ ลูกชายที่รับราชการ ที่กรมราชฑัณฑ์ ใน กทม โทรมาบอกว่า ลูกทั้ง 3 คนที่อยู่ที่ ประเทศเฮติ ปลอดภัยสบายดีทุกคน ก็ รู้สึกดีใจ อีกทั้ง ทราบว่า ร้านอาหารที่ ไปเปิดขายอาหารไทย ได้รับความเสียหายเล็กน้อยไม่ได้พังเสียหาย และคาดว่าจะเปิดขายในวันที่ 19 มค.53

 นางเชาวณี  กล่าวอีกว่า ลูกทั้ง 3 คน ชื่อนายธานินทร์ จีนชูแก้ว 35 ปี นางสร้อยทอง จีนชูแก้ว 30 ปี นางถนอมศรี จีนชูแก้ว อายุ 38 ปี ซึ่งนางถนอมศรี ได้สามีเป็นชาวอเมริกา ย้ายไปอยู่ ประเทศเฮติมานาน ร่วม 1 ปี เมื่อเดือนที่ผ่านมา มารับน้องอีก 2คน ไปอยู่ ด้วย โดยทิ้งหลาน2 คนให้นางเชาวณี เลี้ยงที่ อ.สวี จ.ชุมพร อยากให้ทางราชการประสานส่งข่าว ให้ ทราบเป็นระยะถึงความเป็นอยู่ของคนไทยที่ ประเทศเฮติด้วย ส่วนตนเองมีลูก 7 คน แต่สามีพ่อของลูกเสียชีวิตไปเมื่อ 30 ปี ที่แล้ว

  หลังจากนั้นได้หยิบภาพของลูกทั้ง 3 คนที่ถ่ายมาให้ดู พร้อมกับยกมือท่วมหัวที่ กรมหลวงชุมพรฯและพ่อหลวงทองคุ้มครองจนพ้นอันตราย

บัวแก้วเผยหน่วยงานได้4แนวทางช่วยเฮติแล้ว

 ที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการจัดประชุมหน่วยงานต่างๆ เพื่อหารือถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือคนไทยในเฮติ และการให้ความช่วยเหลือเฮติจากกรณีประสบภัยแผ่นดินไหว โดยมีนายธีรกุล นิยม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานการประชุม และนายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายจากครม.เป็นผู้ประสานงานกับคณะทำงานเข้าร่วมหารือด้วย

 ภายหลังการประชุม นายวีระชัย เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปการช่วยเหลือเฮติ 4 แนวทาง คือ 1. เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยเฮติ จากเดิม 2 หมื่นเหรียญสหรัฐนั้น ครม.ได้อนุมัติเพิ่มเป็น 1 แสนเหรียญสหรัฐ 2.มอบข้าวจำนวน 2 หมื่นตัน โดยจะทยอยส่งในล็อตแรกประมาณ 2 - 3 พันตัน ในช่วงปลายเดือนม.ค.-ต้น ก.พ.นี้ 3.ไทยโดยกระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในการส่งทีมแพทย์ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อไปรักษาเยียวยาผู้ประสบภัย 4. ตั้งศูนย์รับบริจาคเงินจากเอกชนและประชาชนทั่วไป ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้ชื่อบัญชี “ทำเนียบรัฐบาล” ธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล และตั้งโต๊ะรับบริจาคที่หน้าทำเนียบรัฐบาล

 ส่วนที่มีการระบุว่าการขนส่งข้าวจำนวนมากอาจจะไม่คุ้มค่า เพราะมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งมาก นายวีระชัย กล่าวว่า การขนส่งข้าวไม่สามารถจัดส่งได้ในครั้งเดียว ในต้นสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง โดยจะมีการหารือในรายละเอียดในการขนส่งอีกครั้ง รวมถึงการแยกบรรจุข้าวเพื่อสามารถแจกจ่ายได้ทันที

 ด้านธีรกุล กล่าวถึงความคืบหน้าการรับบริจาคเงินผ่าน “ศูนย์รวบรวมเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเฮติ” ที่กระทรวงการต่างประเทศได้เปิดให้บริการกับประชาชนทั่วไปที่ประสงค์จะบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเฮติ ที่เพิ่งเปิดดำเนินการในวันแรก ขณะนี้มียอดบริจาคแล้ว 2 แสนบาท ซึ่งการบริจาคครั้งนี้ขอย้ำว่า ขอให้บริจาคเป็นเงินสดเท่านั้น เพื่อง่ายต่อการนำเงินไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว สะดวก ทั้งนี้เงินบริจาคจำนวน 1 แสนบาทนั้น จะมีการทำพิธีมอบอย่างเป็นทางการขึ้น ที่กระทรวงการต่างประเทศ เม็กซิโก โดยมีเอกอัครราชทูตไทยประจำเม็กซิโก และมีเอกอัครราชทูตเฮติประจำเม็กซิโกมารับมอบ ซึ่งเงินบริจาคที่รวบรวมจากเอกชนไทยนั้น จะส่งมอบให้กับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเม็กซิโก จัดซื้อของใช้จำเป็น เวชภัณฑ์ ตามที่แจ้งความจำนงไว้ โดยขอความร่วมมือจากรัฐบาลเม็กซิโกจัดส่งสิ่งของทั้งหมดไปช่วยเหลือ

 นายธีรกุล กล่าวต่อว่า ส่วนการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบอื่น เช่น การส่งทีมแพทย์ โดยกระทรวงสาธารณสุขยืนยันความพร้อมและศักยภาพ ซึ่งจะพิจารณาตามความเหมาะสม อย่างไรก็ดี การให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ ไทยต้องประเมินเรื่องความปลอดภัยและความสะดวก จึงเห็นว่าจะส่งไปภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศ อาทิ สหประชาชาติ สำหรับข้าวจำนวน 2 แสนตัน มีค่าใช้จ่ายมาก ที่ประชุมจึงพยายามจะลดค่าใช้จ่าย โดยจะประสานผ่านทางองค์การอาหารโลก หรือ WFP ช่วยขนส่ง

 ด้าน น.ส.วิมล คิดชอบ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการเปิดศูนย์รวบรวมเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเฮติ ที่กระทรวงการต่างประเทศได้เปิดให้บริการกับประชาชนทั่วไปที่ประสงค์จะบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเฮติ ว่า ผู้ที่ประสงค์จะบริจาคเงิน สามารถโอนเงินเข้าบัญชี ชื่อ “กระทรวงการต่างประเทศ” ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสามยอด ประเภทบัญชี กระแสรายวัน เลขที่ 002-6-18233-5 หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักนโยบายและแผน กระทรวงการต่างประเทศ โทรศัพท์ 0-2620-6460-2 ระหว่างเวลา 8.30 -16.30 น. ในวันและเวลาราชการ