ข่าว

อภิรักษ์แนะจังหวัดมีเฟซบุ๊คช่วยงานท่องเที่ยว

อภิรักษ์แนะจังหวัดมีเฟซบุ๊คช่วยงานท่องเที่ยว

19 ม.ค. 2553

“ อภิรักษ์ ” แนะให้ทุกจังหวัดมีเฟซบุ๊ค หวังนำช่วยงานท่องเที่ยวได้ ด้าน “ กรณ์ ” ย้ำเร่งจัดการหนี้นอกระบบให้ได้วันละ 150 ราย / วัน / จังหวัด ยอมรับรัฐบาลช่วยได้แค่ 70 % ของจำนวนลูกหนี้

 (19ม.ค.) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ได้มีการประชุมจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ โดยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี บรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง โอกาสและความท้าทายของประเทศไทยในอนาคต ตอนหนึ่งว่า ตนขอเสนอให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัด พัฒนาระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อให้บริการประชาชน และทุกจังหวัดควรจะมีเฟซบุ๊ค หรือทวิตเตอร์เป็นของตัวเอง เพื่อที่ทำให้ชาวต่างชาติสามารถเข้าชมข้อมูลของแต่ละจังหวัดไปอย่างสะดวกสบาย และสามารถดึงรายได้จากนักท่องเที่ยวได้โดยตรง เพราะขณะนี้จะเห็นว่าเฟซบุ๊ค หรือทวิสเตอร์ ถูกนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง นี่จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัด และจะให้ก.พ.ร. และกระทรวงมหาดไทย ช่วยดำเนินการในเรื่องนี้

 ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้มอบนโยบายว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เป็นนโยบายของรัฐ ตั้งแต่วันนี้ จะมีการเจรจาโอนหนี้นอกระบบไปยังธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ( ธกส.) โดยตรง ซึ่งเราได้แยกลูกหนี้ที่มีภาระหนี้ไม่เกิน 50,000 บาท ออกมาบริหารจัดการก่อน ทั้งนี้ เรามีลูกหนี้มาลงทะเบียนประมาณ 1 ล้านคน คิดว่า จะใช้เวลาไม่ให้เกิน 4 เดือน โดยดูแลให้ได้ 150 ราย ต่อ 1 วัน ต่อ 1 จังหวัด แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้ยังเป็นไปไมได้ ที่ประชาชนจะรับเงินกู้จากรัฐไปใช้หนี้ทั้งหมด ที่เราทำได้ คือสามารถรับโอนหนี้ให้ประชาชนได้จำนวนหนึ่ง ประมาณร้อยละ 70 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 30 จะต้องเป็นขั้นที่ 2 คือต้องหาช่องทางดูแลต่อไป ทั้งนี้ นโยบายนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ อาจมีอุปสรรค ก็ขอให้รายงานมาที่กระทรวงมหาดไทย

 ส่วนนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ในการบูรณการยุทธศาสตร์ การพัฒนากระทรวง และของจังหวัดเข้าด้วยกัน และการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ต่างๆ ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้ว่าฯ จะต้องแสดงบทบาทในหลายๆ ด้านพร้อมกัน คือ นอกจากการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงแล้ว จะต้องเป็นผู้ประสานความร่วมมือกับภาคีการพัฒนาต่างๆ ในจังหวัด ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เน้นการทำงานแบบแสวงหาพันธมิตรร่วมในการทำงาน ขอให้ผู้ว่าฯ กำกับดูแลการแปลงยุทธศาสตร์ ลงสู่การปฏิบัติอย่างใกล้ชิด เพื่อให้งบประมาณแผ่นดิน ทั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี และงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งที่จัดสรรลงไป สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น