ข่าว

ภูเก็ตไข่มุกคว้าออกแบบเครื่องประดับ1ใน3ระดับชาติ

ภูเก็ตไข่มุกคว้าออกแบบเครื่องประดับ1ใน3ระดับชาติ

19 ม.ค. 2553

“บริษัท ภูเก็ตไข่มุก จำกัด” รุกพัฒนาอีกก้าว คว้ารางวัลผลงานออกแบบเครื่องประดับ 1 ใน 3 ระดับชาติ พร้อมรุกตลาดใหม่ รักษาตลาดเก่า เชื่อหากไม่มีปัญหาการเมืองตลาดยังเดินได้

 นายอมร อินทรเจริญ ประธานกรรมการ บริษัท ภูเก็ตไข่มุก จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายมุกครบวงจรรายแรกในประเทศไทย กล่าวว่า จากการที่ทางบริษัทฯ ได้ส่งผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องประดับมุกเข้าร่วมประกวดในโครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด Thai Explosion -Passion of Thai Design ซึ่งจัดโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ The Gem Jewelry Institute of Thailand :GIT (Public Organization) เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

 จากผลงานที่นักออกแบบส่งเข้าประกวด 2 ประเภท คือ นักเรียน นิสิตนักศึกษา กับประชาชนทั่วไป รวม 282 ชิ้นงาน ปรากฏว่าผลงานที่ออกแบบโดยนักออกแบบของบริษัทฯ คือ คุณไพโรจน์ ศรีธันวา ได้รับการคัดเลือกให้ติด 1 ใน 3 ของประเทศ ซึ่งนักออกแบบในประเภทประชาชนทั่วไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นนักออกแบบที่มาจากบริษัทซึ่งมีชื่อเสียงชั้นนำในอันดับต้นๆ ของประเทศ เช่น บริษัท บิวตี้เจมส์ จำกัด บริษัทแพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด เป็นต้น

 “เครื่องประดับที่ออกแบบนั้นถือเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ใช้วัตถุดิบ โดยเน้นองค์ประกอบหลักของชิ้นงานเป็นไข่มุก Mabe ผลผลิตในปี 52 จากฟาร์มของบริษัทฯซึ่งมีจำนวนประมาณ 2,000 เม็ด และคัดเลือกให้เหลือเพียง 8 เม็ด ทั้งนี้นักออกแบบได้แรงบันดาลใจจากใบของบัวที่คนไทยใช้สำหรับห่อของในสมัยโบราณและใช้ในการประกอบพิธีต่างๆ ด้วยการใช้สีทองเพื่อแสดงออกถึงความเป็นไทยให้เห็นอย่างชัดเจน ทั้งนี้เพื่อพัฒนาเครื่องประดับไข่มุกของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลต่อไป”

 นายอมร กล่าวอีกว่า การส่งผลงานเข้าร่วมประกวดนั้นเป็นการพัฒนาไปอีกหนึ่งก้าวที่จะทำให้คนทั่วไปได้รู้จักผลิตภัณฑ์เครื่องประดับจากไข่มุกของบริษัทฯ และจังหวัดภูเก็ตมากขึ้น เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ ได้มีการพัฒนาตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มต้นเพาะและขยายพันธุ์มุกให้ได้ตามความต้องการ จนสามารถมีผลผลิตและจัดทำเป็นเครื่องประดับออกมาจำหน่ายได้อย่างครบวงจร ซึ่งนอกจากมีฟาร์มเพาะเลี้ยง โรงงานผลิตแล้วก็ยังมีโชว์รูมแสดงผลิตภัณฑ์เครื่องประดับมุกโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเลือกซื้อหาเป็นเจ้าของได้ตามความต้องการ

 “ผลประกอบการในปีที่ผ่านมานั้น มีอัตราการเติบโตในลักษณะทรงตัว เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงเป็นปีที่บริษัทฯ มีการปรับองค์กรเพื่อให้สามารถรับกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ เพื่อให้สามารถที่จะเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นอาหรับ อินเดีย และโซนเอเชีย ส่วนของยุโรปนั้นมีบ้างแต่ไม่มากนัก ส่วนแนวโน้มในปี 53 หากการเมืองนิ่งก็คงไม่มีปัญหา ธุรกิจต่างๆ ก็สามารถที่เดินหน้าต่อไปได้” นายอมร ระบุ

 ส่วนเรื่องของแผนงานในปี 2553 นั้น นายอมร กล่าวว่า นอกจากเรื่องของคุณภาพและการบริการที่สร้างความประทับให้กับลูกค้าแล้ว ยังคงเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการจัดการกับวัตถุดิบที่มีอยู่ เพื่อให้ได้รูปแบบตรงกับความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งที่เป็นลูกค้าใหม่ และการรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีจำนวนลูกค้าที่มาซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ แล้วยังคงกลับเข้ามาหาซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการบริการหลังการขาย โดยบริษัทฯจะมีระบบติดตามลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกและรับทราบปัญหาความต้องการเพื่อจะได้นำข้อมูลมาใช้ในการทำตลาดตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด รวมถึงการนำเทคนิคพิเศษใหม่ๆ จากการศึกษาโลหะวิทยา มาใช้สำหรับการเชื่อมติดตัวเรือนกับไข่มุกให้มีความแข็งแรงคงทนมากยิ่งขึ้น