
มติเพื่อไทยเชือดอภิสิทธิ์-กษิตอภิปราย2วัน
มติพรรคเพื่อไทย เชือด อภิสิทธิ์ - กษิต คาดใช้เวลาอภิปรายไม่เกิน 2 วัน ยัน แคนดิเดท นายกฯต้องคนในพรรค ส.ส.พท.ยกแม้วโปรดิวเซอร์ศึกซักฟอกเหตุกระเป๋าหนัก อภิสิทธิ์ไม่กังวลหาก"บรรหาร"เดินสายล็อบบี้เเก้รธน.
เมื่อเวลา 15.55 น. วันที่ 19 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมมีมติที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ พร้อมมีมติให้ยื่นถอดถอนด้วย
ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆนั้น คณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน จะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 20 ม.ค. เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย และนำผลเข้าที่ประชุมพรรคชุดใหญ่ในการประชุมพรรควันอังคารหน้า 26 มค. สำหรับแคนดิเดทคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ยืนยันว่าจะเป็นคนของพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังมีมติให้ใช้ผู้ทำหน้าที่อภิปรายให้น้อยที่สุด โดยไม่น่าจะเกิน 15 คน และใช้เวลาการอภิปรายไม่เกิน 2 วัน เนื่องจากจะเป็นการอภิปรายที่มีเนื้อหาสั้น กระชับ เปรียบเป็นมวยที่ชกระยะเวลาสั้นแต่น็อคภายใน 3 ยก
“เฉลิม”ลั่นซักฟอก“มาร์ค-กษิต”รวบรัดแค่วันครึ่ง
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจ กล่าวถึงความชัดเจนในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า วันที่ 20 ม.ค. เวลา 10.00 น. ตนจะเรียกประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลฯทั้งคณะ เบื้องต้นได้กำหนดไว้คร่าวๆว่าจะอภิปรายนายอภิสิทธิ์และนายกษิตอย่างแน่นอน รวมทั้งจะยื่นถอดถอนด้วย ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆจะให้ส.ส.พิจารณา แต่จะขอให้น้อยคนที่สุด
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สำหรับผู้ทำหน้าที่อภิปรายที่วางไว้ไม่เกิน 12-15 คน ใช้เวลาการอภิปราย 1 วันครึ่ง และสรุปปิดท้าย 2 ชั่วโมงโดยตนจะขอเป็นผู้สรุปในช่วงบ่ายของการอภิปรายวันที่ 2 ส่วนวันยื่นญัตตินั้นจะขอดูฤกษ์ผานาทีก่อน ว่าวันไหนเป็นวันดาวดับของนายอภิสิทธิ์ จึงจะไปยื่น แต่ยืนยันว่าช่วงเวลาที่ยื่นนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นคนละเรื่อง คนเที่ยวเอามาพูดทำให้พ.ต.ท.ทักษิณเสียหาย ส่วนตัวมั่นใจว่าการอภิปรายครั้งนี้ประชาชนจะไม่ผิดหวังแน่นอน
อาสายกร่างด้วยตัวเองปัด“ทักษิณ”สั่งการเบื้องหลัง
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนจะขออนุญาตพรรคเป็นผู้ยกร่างญัตติด้วยตัวเอง จากนั้นจะนำมาให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาตรวจทาน ส่วนจะใส่ชื่อใครเป็นแคนดิเดทนายกฯนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เป็นเพียงรูปแบบเท่านั้น เพราะโหวตให้ตายร้อยชาติก็ไม่มีทางที่พรรคร่วมรัฐบาลจะแตกกัน ขึ้นอยู่กับพรรคว่าจะเลือกใครตนไม่ขัดข้องทั้งนั้น
เมื่อถามว่ารายชื่อผู้อภิปรายของพรรคจะต้องนำไปให้พ.ต.ท.ทักษิณพิจารณาก่อนหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่ต้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เกี่ยวข้อง อดีตนายกฯไม่เคยบอกว่าจะต้องอภิปรายเมื่อไหร่อย่างไร การที่ส.ส.บางคนอกมาระบุว่าจะต้องไปพบพ.ต.ท.ทักษิณให้ข้อมูลนั้นเป็นสิทธิส่วนบุคคลของส.ส.
ส.ส.พท.ยกแม้วโปรดิวเซอร์ศึกซักฟอกเหตุกระเป๋าหนัก
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจกล่าวว่า หลังจากที่ตนได้โทรศัพท์พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ทราบว่าประมาณปลายเดือนม.ค.ถึงต้นเดือนก.พ.นี้พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางมาที่กัมพูชา เพื่อมาปฎิบัติภารกิจในฐานะที่ปรึกษาเศรษฐกิจของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมตรีกัมพูชา และเพื่อหารือกับแกนนำพรรคและส.ส.พรรคเพื่อไทยในการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยจะมีแกนนำพรรคและกลุ่มส.ส.ซึ่งอยู่ในคณะทำงานเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนหนึ่งจะเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ
“ผมจะไปพบท่านเพื่อให้ท่านทักษิณช่วยแนะนำประเด็น รวมทั้งซ้อมใหญ่ไปพรีเซ็นต์ต่อหน้าท่านทักษิณโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมาท่านก็ได้เข้ามาช่วยโดยเอาข้อมูลเชิงลึกมาให้ รวมทั้งจะแนะนำให้ไปหาแหล่งข่าวจากที่นั่นที่นี่ แต่สิ่งที่ท่านได้ย้ำกับเราคือซักฟอกครั้งนี้ จะต้องเน้นชูหลักฐานเท่านั้นเพื่อให้สังคมเชื่อและต้องโยงถึงกลุ่มทุนที่อยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองทุกพรรคไม่เว้นพรรคร่วมรัฐบาล จะไปรอความหวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะมาร่วมกับพรรคเพื่อไทยหลังการอภิปรายฯไม่ได้ วันนี้ถ้าท่านเฉลิมเป็นผู้กำกับในละครเรื่องศึกซักฟอก ท่านทักษิณก็จะเป็นโปรดิวเซอร์ ที่ใหญ่กว่าไดเรคเตอร์ด้วยซ้ำ เพราะมีสตางค์ให้หนักกว่า “ ส.ส.เชียงใหม่กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากส.ส.จะมีแกนนำพรรคอย่าง ร.ต.อ.เฉลิม เดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ที่กัมพูชาหรือไม่ นายสุรพงษ์กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิมเป็นประธานคณะกลั่นกรองข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งหมด ก็ให้คิดเอาเองว่าร.ต.อ.เฉลิมจะไปหรือไม่
เปิดตัวนายทหารแก่จปร.9เป็นสมาชิกพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำอดีตนายทหาร จปร. 9 มาเปิดตัวหลังจากสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย 8 คน นำโดย พล.ต.ประธาน ภักดี อดีตรอง ผอ.ส่วนการศึกษาโรงเรียนเตรียมทหาร พล.ต.สมาน เกษรอินทร์ รองประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการทำฝนเทียม โดย นายยงยุทธ ได้กล่าวต้อนรับว่าการที่มีคนสมัครเข้ามาร่วมพรรคเรื่อยๆทั้งนายทหาร ตำรวจและพลเรือนเพราะพรรคมีความชัดเจนในนโยบายชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ นโยบายกับผู้มีรายได้น้อยจึงเป็นส่วนหนึ่งให้ตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคจำนวนมาก วันนี้มีความภาคภูมิใจ มีความอบอุ่นที่ให้เกียรติและไว้วางใจสมัครเข้าพรรคถือว่าเจ้าของพรรคเป็นผู้อาศัยร่วมกัน
ทั้งนี้ ตามกำหนดการเดิมกำหนดเปิดตัวอดีตนายทหารจปร.9 จำนวน 25 คน แต่เดินทางมาแค่ 8 คน และที่ผ่านมาพรรคทยอยเปิดตัวอดีตนายทหารจปร. 1 จปร. 7 จปร.8 ตท.9 ตท. 10 อดีตทหารพราน อดีตหน่วยรบพิเศษป่าหวาย
“เทพไท”เชื่อทหารเข้า“เพื่อไทย”หวังสร้างกระแส
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นหลายครั้ง และวิเคราะห์ได้ว่าเป็นเพียงการสร้างกระแส เพื่อการันตี ความจงรักภักดี ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำการเมืองเชิงการตลาด ตามแนวทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยใช้นายทหารนอกประจำการ มาเป็นสมาชิกในลักษณะขายตรง ที่ต่อไปอาจจะมีการขยายวงจนถึงระดับพลทหาร หรือทหารเกณฑ์
ยัน“อภิสิทธิ์”ไม่เคยทุจริตตามพท.”ปูดข่าว
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รองประธานคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลเรื่องการอภิปรายของพรรคเพื่อไทย ระบุว่า อาจไม่ประกาศยื่นญัตติ เพราะกลัวว่ารัฐบาลจะชิงยุบสภาไปเสียก่อน ว่า ตนคิดว่าเป็นความเข้าใจผิดอย่างมากของพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่พร้อมชี้แจงตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ไม่เหมือนยุคของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยุบสภาหนี
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่นายวรวัจน์ ระบุว่ามีหลักฐานชัดเจนในเรื่อง นโยบายไทยเข้มแข็ง การทุจริต โดยได้พบการสั่งการจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั้น เป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่น่าเป็นไปได้ เชื่อว่าพฤติกรรมและบุคลิก รวมถึงแนวความคิดของนายกฯที่ต่อต้านการทุจริต คงไม่ทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง หรือขัดต่อจุดยืนของตัวเองอย่างแน่นอน น่าจะเป็นการสร้างกระแสข่าวมากกว่า เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีหลักฐานตามที่กล่าวอ้าง หากมีหลักฐานจริงคงจะเปิดออกมาก่อนหน้านี้แล้ว
อภิสิทธิ์ไม่กังวลหาก"บรรหาร"เดินสายล็อบบี้เเก้รธน.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แถลงหลังการประชุม ครม.กรณีที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา จะเดินสายในช่วงสัปดาห์นี้เพื่อนัดหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านในการร่วมลงชื่อแก้รัฐธรรมนูญ 2 มาตรา คือ ระบบเลือกตั้ง ส.ส.และมาตรา 190 โดยไม่มีการมาพบกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าการแก้ไขนั้นเป็นเรื่องของสภา และ..เป็นการแก้ไขในประเด็นที่ไม่มีข้อขัดแย้ง และพรรคประชาธิปัตย์จะมีการสัมมนาพรรคในวันที่ 23-24 ม.ค.เพื่อกำหนดแนวทางในเรื่องนี้
นายกฯยันเดินหน้าผักดันกม.โฉนดชุมนุม
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม.ถึงการแก้ไขปัญหาที่ดินของเกษตรกร โดยเฉพาะนโยบายออกโฉนดชุมชนของรัฐบาลว่า เรื่องโฉนดชุมชนระเบียบต่างๆได้ออกมาแล้ว แต่ที่ยังมีการชุมนุมของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทยมาชุมนุมที่ ทำเนียบรัฐบาลวันที่ 19 มกราคม นั้นสืบเนื่องมาจากการปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิต มีการยิงกัน มีการจับกุม ที่จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งดูเหมือนจะสวนทางกับที่ได้พูดคุยกันไว้ว่าจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเหล่านี้ โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ประสานงานไปในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาและซักซ้อมทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ และจะมีการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่ยังติดขัดอยู่
“ปัญหา ที่ดินที่เราแก้ไขนั้นไม่ได้มีเฉพาะเรื่องของโฉนดชุมชนเรื่องเดียว แต่มีหลายลักษณะ ซึ่งหลายเรื่องเราก็แก้ปัญหาไปจนได้ข้อยุติ แต่หลายเรื่องก็มีเรื่องติดขัด หลายเรื่องติดเรื่องของคดีความ ที่ตกค้างอยู่ ร่วมทั้งคดีแพ่งด้วย ” นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่ารัฐบาลจะเร่งรัดดำเนินการเรื่องระเบียบชุมชนให้เป็นกฎมายและ ดำเนินการแยกแยะ ที่ดินบางส่วน ซึ่งเคยเป็นข้อขัดแย้งแต่ละหน่วยงาน ก็ต้องมีอนุกรรมการให้เสนอคำตอบ ซึ่งจะพยายามเร่งรัดสะสางให้หมดในปี 2553 รวมไปถึงโครงการธนาคารที่ดินและกองทุนที่ดิน ที่จะมาพร้อมภาษีทรัพย์สินและที่ดิน ซึ่งจะผ่าน ครม.ในสมัยประชุมนี้ แต่หากให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบแล้วจะทันสมัยประชุมนี้หรือไม่ แต่น่าจะทันในสมัยประชุมหน้า



