
ตั้งอานันท์ประธานประสานงานอิสระแก้มาบตาพุด
"อภิสิทธิ์"ตั้งยกชุด กรรมการ 4 ฝ่าย เป็นคณะกรรมการประสานงานองค์การอิสระแก้มาบตาพุด "อานันท์" นั่งหัวโต๊ะคัดเลือก กก.
เเมื่อเวลา 12.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม.ถึงกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานองค์การอิสระ เพื่อมาช่วยแก้ไขปัญหามาบตาพุด จ.ระยอง ว่า ตนได้แต่งตั้งนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานคณะกรรมการประสานงานองค์การอิสระชุดนี้แล้ว เป็นการยกชุดคณะกรรมการ 4 ฝ่ายมาทั้งคณะ เพียงแต่ยกนายกอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกไป และแต่งตั้งผู้แทนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องคือเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาให้มารับหน้าที่แทนในฐานะตัวแทนภาครัฐ ซึ่งสามารถทำงานได้ทันที
นายกฯกล่าวว่า การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ มุ่งหวังว่าภายในระยะเวลา 60 วันจะสามารถประสานงานให้องค์การอิสระต่างๆให้ความเห็นในกรณีของโครงการที่จะต้องผ่านมาตรา 67 วรรค 2 ได้
เมื่อถามว่า มีกี่โครงการที่จะเข้าเงื่อนไขมาตรา 67 วรรค 2 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตามความตกลงคือทุกๆโครงการจะต้องเข้ากระบวนการนี้ ซึ่งที่มีข้อสงสัยทุกโครงการก็สมัครใจเข้า
เมื่อถามถึงการนัดหารือกับทางตัวแทน องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ( เจโทร) ช่วงบ่ายวันนี้(19 ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม กำลังนัดเวลาที่เหมาะสมอยู่ แต่ที่ผ่านมาตัวแทนของเจโทร ก็มีโอกาสพบกับหลายคนแล้ว แต่ถ้าอยากจะพบตนก็ยินดีเพื่อจะทำความกระจ่างเรื่องของกติกา ซึ่งเราก็เห็นใจชาวต่างประเทศที่จะติดตามเรื่องข้อกฎหมายและรายละเอียดของ มาตรา 67 วรรค 2 เพราะ แม้แต่คนไทยกันเองยังต้องอธิบายกันยาว ซึ่งในต่างประเทศระบบเรื่องศาลและองค์กรอิสระต่างๆอาจจะไม่เหมือนเรา จึงเข้าใจได้ว่าอาจจะมีความกังวล เช่นการมองว่าทำไมรัฐบาลไม่ตัดสินใจชี้ขาดไปเลย แต่ในระบบของเรามีการถ่วงดุลอยู่ อย่างกรณีที่เกิดขึ้นเป็นดุลพินิจของศาลปกครอง ไม่ใช่เรื่องนโยบายของรัฐบาล
ด้านน.พ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.วันที่ 19 ม.ค. 53 ได้ ให้ความเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานการให้ความเห็นขององค์การอิสระ ที่เสนอโดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยแต่งตั้งนายอานันท์เป็นประธานคณะกรรมการ และกรรมการประกอบด้วยภาคเอกชน ภาคประชาชน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และผู้ทรงคุณวุฒิ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายกำหนดไว้ใน ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการประสานงานการให้ความเห็นขององค์การอิสระในโครงการ หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงพ.ศ. 2553



