
ป่าไม้ยันสัปดาห์นี้ได้ข้อสรุปฟันที่ดินเขายายเที่ยง
อธิบดีกรมป่าไม้ยันสัปดาห์นี้ได้ข้อสรุปฟันที่ดิน เขายายเที่ยง สุรยุทธ หากผิด ต้องออกจากพื้นที่พร้อมรื้อถอนทรัพย์สิน
(19ม.ค.) ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 13.30 น. คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายเจริญ จรรย์โกมล ประธานคณะกรรมาธิการฯทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งกรรมาธิการฯได้มีการพิจารณาญัตติการใช้งบประมาณของกรมป่าไม้ กรณีโครงการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงการยึดครองที่ดินเขายายเที่ยง ที่จ. นครราชสีมา ของพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ องคมนตรี พร้อมทั้งได้เชิญนายสมชัย เพียรสถาพร อธิบดีกรมป่าไม้มาชี้แจง
กรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ เช่น นายสุวโรช พะลัง ส.ส.สัดส่วน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม และนาย โกวิทย์ ธราณา ส.ส.กทม. ต่างพยามยามสอบถาม ว่าเหตุใดกรมป่าไม้ ถึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงในเรื่องเขายายเที่ยงถึง 60 วัน ทั้งที่ทราบข้อมูลหมดแล้วว่าใครถือครอบสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่างไร นอกจากนี้ได้สอบถามถึงการดำเนินการของกรมป่าไม้ หากตรวจสอบพบว่าเป็นการถือครองสิทธิ์โดยไม่ชอบ
ด้านอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า เหตุที่ต้องขอเวลา 60 วันในการดำเนินการเพื่อดูข้อมูลในพื้นที่เขายายเที่ยง และนโยบายในการจัดการกับกลุ่มผู้ถือครอง แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางอัยการได้ส่งสำนวนเรื่องดังกล่าวมาให้เมื่อวานนี้(18 มกราคม) ซึ่งตนได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในทันทีเพื่อตรวจสำนวน คาดว่าไม่เกิน 7 วัน หรือภายในสัปดาห์นี้ น่าจะสรุปเรื่องดังกล่าวได้ โดยหากตรวจสอบพบว่า เจ้าของที่ไม่มีสิทธิ์ครอบครองที่ดินดังกล่าว ทางกรมป่าไม้จะดำเนินการจัดการตามมาตรการทางปกครองทันที
อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามหากมีการตรวจสอบว่าเป็นไม่มีสิทธ์ในการครอบครอง ก็ต้องมีการระงับการดำเนินการใดทั้งสิ้น พร้อมทั้งต้องให้ผู้ครอบครองพร้อมบริวารออกนอกพื้นที่ภายใน 30 วัน รวมถึงต้องรื้อถอนทรัพย์สินออกไปให้หมด ส่วนหากไม่ดำเนินการรื้อถอนก็จะมีมาตรการดำเนินการตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการ อย่างไรก็ตามคาดว่าวันถึงสองวันนี้จะมีมาตรการออกมา อย่างไรก็ตามการดำเนินการกับกลุ่มที่เข้าครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนนั้น จะแบ่งการดำเนินการออกเป็นกลุ่มๆ ซึ่งหากพบว่าเป็นเอกชนเข้าครอบครองที่ดิน ทางกรมป่าไม้จะดำเนินการให้ออกจากที่ดินทันที แต่หากเป็นราษฎรอยู่มานานแล้วก็จะมีพิสูจน์สิทธิ์กันต่อไป
อย่างไรก็ตามประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ขอให้อธิบดีกรมป่าไม้จัดทำรายชื่อของผู้ที่ครอบครองที่ดิน ในเขตป่า 307 ป่า ซึ่งตรวจสอบไปแล้ว 3 แสนกว่ารายชื่อ เสนอแก้คณะกรรมาธิการฯ เพื่อที่จะได้นำเปิดเผยต่อสาธารณะชนต่อไป เนื่องจากสังคมยังมีข้อกังขาว่าอาจจะมีรายชื่อ นักการเมือง และผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นครอบครองที่ดินอยู่



