
จีนสั่งห้ามฉายอวตารหวั่นยั่วยุก่อความไม่สงบ
ชายชาวไต้หวัน เสียชีวิตเพราะเส้นเลือดในสมองแตก หลังจากดูอวตาร
หนังสือพิมพ์ไชน่า ไทม์ส ของไต้หวัน รายงานว่า ชายชาวไต้หวันวัย 42 ปีคนหนึ่ง ที่เคยมีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง ได้เสียชีวิตเพราะอาการเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองแตก ซึ่งน่าจะเกิดจากการตื่นเต้นจนเกินไป ในระหว่างดูภาพยนตร์เรื่อง " อวตาร " ในระบบสามมิติ
รายงานระบุว่า ชายผู้นี้ ที่ทราบเพียงว่า แซ่กั๊วะ เริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายในระหว่างชมภาพยนตร์ ที่โรงฉายในเมืองซินจูเมื่อช่วงต้นเดือนที่แล้ว ที่เมืองซินจู และได้ถูกนำตัวโรงพยาบาล หนาน เหมิน เจนเนอรัล ซึ่งแพทย์ประจำห้องฉุกเฉิน เผิง ชิน-เจี่ย เปิดเผยว่า นายกั๊วะ ได้หมดสติไป และเมื่อเข้าเครื่องสแกน จึงพบว่า มีเลือดออกในสมอง ที่น่าจะเป็นผลมาจากการตื่นเต้นมากเกินไปในระหว่างชมภาพยนตร์ จนอาการกำเริบขึ้นได้
นายกั๊ว ได้เสียชีวิตหลังจากถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลได้ 11 วัน และนับเป็นเหตุการณ์การเสียชีวิตครั้งแรกที่เกี่ยวข้องกับการชมภาพยนตร์แนวไซไฟ ของเจมส์ คาเมรอน ในบล็อกของบรรดาแฟน ๆ อวตาร ก็มีคนเข้าไปให้ความเห็นว่า เกิดอาการปวดศีรษะ , เวียนศีรษะ , คลื่นไส้ และเห็นไม่ชัดหลังจากชมภาพยนตร์เรื่อง อวตาร และเรื่องอื่น ๆ ที่ใช้ระบบสามมิติ
จีนสั่งห้ามฉายอวตารหวั่นยั่วยุคนก่อความไม่สงบ
หนังสือพิมพ์ แอปเปิลเดลี ของฮ่องกง รายงานว่า ไชน่า ฟิล์ม กรุ๊ป ซึ่งเป็น คณะกรรมการเซนเซอร์ของจีน มีคำสั่งให้โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ยุติการฉาย "อวตาร" ภาพยนตร์สุดยอดสเปเชี่ยล เอฟเฟ็คเหนือจินตนาการ ที่คว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวทีลูกโลกทองคำ และ กำลังทำรายได้ถล่มทะลายทั่วโลก รวมทั้งในจีนที่ฉาย 8 วันแรก ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ทำเงินไปแล้วถึง 300 ล้านหยวนหรือ กว่า 1,500 ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่าพล็อตเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ อาจเป็นนำไปสู่การก่อความ
ไม่สงบขึ้นภายในประเทศ
แอปเปิล เดลี่ รายงานว่าความวิตกของทางการจีน น่าจะเกิดจากการที่ พล็อตของภาพยนตร์เรื่องนี้มีความคล้ายคลึงกันระหว่างชะตากรรมของชาวนาวีบนดาว แพนดอร่า กับชาวจีนที่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับพวกนายทุนจากการถูกไล่ที่ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของนักวิจารณ์ภาพยนตร์หลายคนที่มองว่า เรื่องราวการต่อสู้ของชาวนาวีในการปกป้องดินแดนและวัฒนธรรมจากการรุกรานจากภายนอก เหมือนกับชาวจีนที่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับรัฐบาล และพวกนายทุนในการปกป้องที่ดินของพวกเขา
แต่ ไชน่า ฟิล์ม กรุ๊ป สั่งห้ามฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ในระบบธรรมดา และให้นำภาพยนตร์ชีวประวัติของขงจื้อ นักปราชญ์ชื่อดัง เรื่อง Confucius ที่นำแสดงโดยโจวหวินฟะมาฉายแทน แต่ยังคงให้ฉายในระบบ 3 มิติได้ เนื่องจากโรงภาพยนตร์ในระบบ 3 มิติในจีนยังมีน้อย เพื่อไม่ให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เข้าถึงประชาชนอย่างกว้างขวาง
หนังสือพิมพ์ แอปเปิลเดลี รายงานด้วยว่า ทางการจีนมีเหตุผล 2 ข้อในการห้ามฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ ทำเงินมากเกินไป และแย่งส่วนแบ่งจากตลาดหนังภายในประเทศ และเหตุผลอีกข้อคือ อาจกระตุ้นให้ผู้ชมคิดถึงเรื่องการบังคับย้ายถิ่นที่อยู่ และอาจเป็นชนวนให้เกิดความรุนแรงได้
รายงานระบุว่า นับตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดฉายไปเมื่อวันที่ 4 มกราคม ทำรายได้จากการฉายวันแรกไปถึง 56 ล้านหยวน หรือราว 280 ล้านบาทและจนถึงตอนนี้ยังมีผู้คนจำนวนมากต้องฝ่าอากาศหนาวทารุณที่สุดในรอบหลายปีมาเข้าคิวยาวเพื่อรอซื้อตั๋วชม และคนที่ซื้อตั๋วรอชมในระบบ 3 มิติต้องรอนานหลายสัปดาห์



