ข่าว

เมือง“หนองคาย”เชื่อม“ไทย-ลาว”

เมือง“หนองคาย”เชื่อม“ไทย-ลาว”

20 ม.ค. 2553

หนองคาย เป็นหนึ่งในจังหวัดทางภาคอีสาน ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติ และมีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ อันเป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมทวารวดีแถบภาคอีสานอีกด้วย

 ตามทัศนะของ รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม ปราชญ์ทางมานุษยวิทยา กล่าวว่า บ้านเมืองแถบ จ.หนองคายเมื่อราว 3,000 ปีก่อน เกิดขึ้นพร้อมๆ กับเมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว และพัฒนาตัวเองจากแอ่งสกลนครที่เดิม กระทั่งขยายใหญ่โตครอบคลุมพื้นที่ 2 ฝั่งโขง

 ตำนานอุรังคธาตุ ตำนานเก่าแก่แถบภาคอีสาน เรียกเมืองหนองคาย-เวียงจันทน์ว่า แคว้นสุวรรณภูมิ หมายถึง ที่ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ เพราะมีแร่ธาตุมากมายทั้ง ทองคำ ทองแดง เหล็ก จนถลุงโลหะใช้เองและส่งออก ส่งให้บ้านเมืองเจริญขึ้น แล้วกลืนแคว้นศรีโคตรบูรณ์ที่มีอยู่ก่อนแล้วได้สำเร็จ

 ต่อมา เมืองล้านช้างที่อยู่เหนือขึ้นไป เกิดวิกฤติ เหล่าเจ้านาย และผู้คนได้อพยพลงมาแถบเมืองหนองคาย ซึ่งอยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์ลาว ของมหาสิลา วีระวงศ์ ดังนี้

 “...หมื่นกลางโรงหมื่นนันทอาราม พาครัว 20,000 ครัว รักษาเจ้าสังขวิชกุมารมาถึงในเขตเมืองสุวรรณภูมิแต่ก่อน นางน้าเลี้ยงพ่อนมจึงพาเจ้าสังขวิชกุมารออกมาตั้งเมืองอยู่หนอง (คาย) นั้นให้ชื่อว่า เมืองลาหนอง(คาย) ตลอดไปถึงปากห้วยบางพวน หมื่นกลางโรงมีครัว 50,000 ครัว อพยพออกมาตั้งเป็นเมืองที่ปากห้วยคุกคำมาทางใต้ หมั่นนันทารามมีครัว 50,000 ครัว อพยพมาที่ปากห้วยนกยูง หรือปากโมงค์ก็เรียก...”

 ชื่อ เมืองลาหนอง หรือ เมืองหล่าหนอง นี้เองเป็นที่มาของชื่อ จ.หนองคาย ซึ่งตอนแรกอาจไม่มี คำว่า คาย ต่อท้ายชื่อ คำว่า คาย มาจากคำว่า ค่าย จากสมัยที่กองทัพไทยมาตั้งค่ายตีเมืองเวียงจันทน์อยู่บริเวณริมหนองที่มีต้นบกหวานขึ้นอยู่ จึงเรียกว่า หนองค่ายบกหวาน ต่อมาตัดทอนเหลือเพียง หนองค่าย จนเพี้ยนมาเป็น หนองคาย ในปัจจุบัน

 อาจกล่าวได้ว่าชาวหนองคาย และชาวลาว เป็นคนกลุ่มเดียวกันมาแต่สมัยโบราณ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว อคติทางชาติพันธุ์ที่ชาวไทย มีต่อชาวลาวก็น่าจะลดลง และน่าจะทำให้คนไทยเข้าใจความเป็นประเทศเพื่อนบ้านได้กว้างขวางกว่าเดิม

"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"