ข่าว

ไทยลีกง้างดาบ ฟันพวกแหกกฎ

ไทยลีกง้างดาบ ฟันพวกแหกกฎ

10 มี.ค. 2552

ผิดระเบียบโดนแน่ คณะกรรมการฝ่ายพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง เตรียมนั่งโต๊ะหาบทลงโทษทีมลูกหนังที่ก่อเหตุจากศึกไทยพรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาลในวันที่ 11 มีนาคมที่จะถึงนี้ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ยืนยันต้องลงดาบ พร้อมสั่ง

หลังจากที่การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2552 เปิดฤดูกาลไปเมื่อวันที่ 7-8 มีนาคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มี 3 สโมสรเป็นทีมนำร่วมกันได้แก่ สมุทรสงคราม เอฟซี, เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด และทีทีเอ็ม สมุทรสาคร เอฟซี ขณะเดียวกันยังคงเกิดปัญหาในหลายสนาม อาทิ บัมบ้า เกาซู กองหน้าของบีอีซี เทโรศาสน ถูกใบแดงในเกมพบ ชลบุรี เอฟซี ที่สนามสิรินธร, นครปฐม ประท้วงการตัดสินของกรรมการ และกองเชียร์พัทยา ยูไนเต็ดกับศรีราชา เอฟซีมีการปาขวดน้ำลงมาในบริเวณสนามแข่งขัน


 ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบริษัท ไทย พรีเมียร์ลีก จำกัด เปิดเผยกับ “คม ชัด ลึก” ว่า ขณะนี้ยังรอใบรายงานจากผู้ตัดสินแต่ละสนาม อย่างไรก็ตามจะมีการนัดหมายคณะกรรมการฝ่ายพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ซึ่งมี นายอุดม อนันตพงษ์ เป็นประธาน ในวันพุธที่ 11 มีนาคม ที่จะถึงนี้ ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย


 “ผมยืนยันได้ว่า เราให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และการพิจารณาทั้งหมดจะมีบทลงโทษขั้นเด็ดขาด ทั้งตัดคะแนน และปรับเงิน หากเราพบว่า นักเตะหรือทีมกระทำผิดจริง ซึ่งทั้งหมดทีมสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ก่อนที่คำตัดสินทั้งหมดจะเป็นที่สุด”


 นอกจากนี้ผู้สื่อข่าว “คม ชัด ลึก” ยังสอบถามถึงกรณี “เจดีย์ใหญ่” นครปฐม ประท้วงคำตัดสินของ ประยูร วีระพูล ในเกมเสมอ บางกอก ยูไนเต็ด 0-0 ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น ผู้สันทัดกรณีที่เชี่ยวชาญเรื่องจัดการแข่งขัน กล่าวว่า นครปฐม น่าจะรอดจากความผิดตามระเบียบการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ “ไทย พรีเมียร์ลีก” ข้อ 13.6 ที่ระบุเอาไว้ว่า “กรณีที่ทีมใดไม่ลงทำการแข่งขัน หรือไม่ร่วมการแข่งขันต่อจนหมดเวลา หรือนักกีฬาผละจากการแข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่ และนักกีฬาของทีมนั้นเป็นต้นเหตุให้การแข่งขันยุติลงตามรายงานของผู้ตัดสิน ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ และถูกหัก 3 คะแนน โดยให้นับประตูเช่นเดียวกันกับข้อ 5.2.6 และถูกปรับไม่น้อยกว่า 20,000 บาท ส่วนการลงโทษอื่น ๆ ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง”


 ซึ่งสาเหตุที่น่าจะทำให้นครปฐมรอดตัว เนื่องจากหยุดการแข่งขันไปเพียง 14 นาที และกลับมาลงแข่งขันต่อจนสิ้นสุดการแข่งขัน แต่อย่างไรก็ตามในกรณีใบแดงของ นิพนธ์ ชาญอาวุธ จะต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมการฝ่ายพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง


 ทั้งนี้ ทีมสุดท้ายที่ถูกคณะกรรมการฝ่ายพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วงลงโทษ ในกรณีวอล์กเอาท์ไม่ยอมแข่งขันจนจบ คือ สโมสรมุสลิม เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง สมัยที่มี นายบุญชู สมุทรโคจร เป็นผู้จัดการทีม และถูกลงโทษห้ามแข่งขัน 3 ปี จนเป็นเหตุให้ทีมหายจากวงการไป ก่อนที่ “บังแดง” สุพจน์ ขจัดมาร จะกลับขอยื่นขอจดทะเบียนกรรรมการบริหารสโมสรใหม่ และส่งเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย