ข่าว

ยุติสับสน รุ้ง ปนัสยา แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เรียกร้องข้อเดียวทางเลือกสุดท้าย

ยุติสับสน รุ้ง ปนัสยา แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เรียกร้องข้อเดียวทางเลือกสุดท้าย

16 ธ.ค. 2563

รุ้ง ปนัสยา ชี้แจง จุดยืน ยุติความสับสน เป็นสมาชิกของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เสนอ 3 ข้อ หากไม่ตอบรับ ทางเลือกสุดท้ายเรียกร้องข้อเดียว

หลังเกิดเป็นกระแสประเด็นร้อนโลกออนไลน์กรณีจุดยืนข้อเรียกร้องของแกนนำแต่ละคน รวมถึงกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่เป็นเอกภาพ ล่าสุด รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล 1 ในแกนนำ ได้ออกมาเคลื่อนไหวชี้แจงจุดยืนของตัวเองผ่านเฟซบุ๊กเพื่อยุติความสับสน ยืนยัน เป็นสมาชิกของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เสนอ 3 ข้อ หากไม่ตอบรับ ทางเลือกสุดท้ายเรียกร้องข้อเดียว ระบุ

 

รุ้ง ปนัสยา ระบุ เรียน ราษฎรผู้รักในประชาธิปไตยทุกคน เนื่องจากตอนนี้เกิดความสับสนขึ้นต่อจุดยืนของแกนนำแต่ละคน และกลุ่มต่างๆ รุ้ง จึงขอชี้แจงกับทุกคนเพื่อยุติความสับสน ดังนี้ รุ้ง เป็นสมาชิกของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จุดยืนของเราในการเคลื่อนไหวมีดังต่อไปนี้ คือ 1. ประยุทธ์และองคาพยพต้องออกไป 2. การแก้รัฐธรรมนูญให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 3. การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

เรายึดมั่นในหลักสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค เราสนับสนุนการมีรัฐสวัสดิการเพื่อให้ทุกคนมีโอกาสและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และหากข้อเสนอ 3 ข้อนี้ ไม่ได้รับการตอบรับ ข้อเรียกร้องเพียงข้อเดียวคงเป็นทางเลือกสุดท้ายในที่สุด

 

"ที่ต้องออกมาชี้แจงเพียงเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนขึ้นว่าจุดยืนของแต่ละคนเป็นยังไงเพียงเท่านั้น เราสนับสนุนให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีค่ะ" รุ้ง ปนัสยา ทิ้งท้าย

ทั้งนี้ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration ได้ออกแถลงการณ์จุดยืนต่อแนวทางการเคลื่อนไหว ระบุ เนื่องด้วยกระแสสายธารทางความคิดว่าด้วยเรื่องข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหาทางการเมืองและสังคมไทยที่มีอยู่อย่างหลากหลายที่เกิดขึ้นมาในปัจจุบัน เพื่อความกระจ่างต่อแนวทางดังกล่าวที่กําลังดําเนินอยู่จากกรณีที่มวลชนมีการซักถามเกี่ยวกับจุดยืนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

 

แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ขอยืนยันตามเดิมในข้อเรียก ร้อง 3 ประการของคณะราษฎร อันได้แก่ 1) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และองคาพยพ ลาออก 2) รัฐสภาต้อง เปิดประชุมวิสามัญทันทีเพื่อรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และ 3) ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้ รัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย

แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ยึดมั่นในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ที่ไม่มีเผด็จการ หรือศักดินาแทรกแซง ครอบงํา เพื่อประชาธิปไตยที่ทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียม และเพื่อรัฐสวัสดิการที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตอย่างเสมอภาค ดังนั้น ข้อเสนอต่างๆ ที่ยืนอยู่บนหลักการพื้นฐานเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอใดก็ตามมิใช่สิ่งที่ผิดประการใด แต่ข้อเสนอต่างๆ นั้นขึ้นอยู่กับเจตจํานงค์ของราษฎรทั้งหลายว่าจะเป็นผู้ที่ตอบรับต่อข้อเสนอที่เกิดขึ้นมามากน้อยเพียงใด

 

เพราะฉะนั้นแนวทางการเคลื่อนไหวของราษฎรบนเจตนารมย์ของระบอบประชาธิปไตยนั้น เรากําลังอยู่ระหว่างทางแยกของประวัติศาสตร์ที่ราษฎรผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินคือผู้ขีดเขียนประวัติศาสตร์ที่กําลังจะเกิดขึ้น ทางแยกในประวัติศาสตร์เส้นทางที่หนึ่ง คือ การที่สถาบันพระมหากษัตริย์และศักดินายอมปรับตัวไปอยู่ภายใต้ระเบียบและกติกาเดียวกันกับราษฎรร่วมกัน แต่หากองคาพยพของเผด็จการยังดื้อดึงไม่รับข้อเสนอของราษฎร การณ์ดังกล่าวย่อมหลีกเลี่ยงมิได้ที่จะนําไปสู่เส้นทางประวัติศาสตร์ที่ไทยจะกลายเป็นรัฐที่มหาชนเป็นใหญ่แน่แท้ ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ