
"ผบก.-ผบ.หมู่" 116 นายรับโทษวินัย ปมเบี้ยเลี้ยงโควิด
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประชุมติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินการทางวินัย ปมเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 พบตำรวจเข้าสู่กระบวนการ 166 นาย ใน 17 จังหวัด ตั้งแต่ระดับผบก. -ผบ.หมู่
กรณีการทุจริตเบี้ยเลี้ยงโควิด 19 ซึ่งทางรัฐบาลได้จัดสรรเพื่อตอบแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ร่วมปฏิบัติงานด้านการสกัดกั้นการแพร่ระบาดในช่วงวิกฤติ ตั้งแต่ 27 มี.ค - 30 มิ.ย. 2563 จำนวนกว่า 2,521ล้านบาท ซึ่งทางพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช. ตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงจากจเรตำรวจ ควบคู่กับ การตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกกองบัญชาการ โดยเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2563 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ประชุมเร่งรัดทุก บช.ให้เร่งดำเนินการโดยเด็ดขาด โดยให้หลักการไว้ 3 ข้อ คือ คืนความเป็นธรรมเยียวยา ถูกต้องตามระเบียบ และทุกคนรวมถึงสังคมพอใจ ซึ่งให้เวลาทุกบช.ไปเร่งจัดการเข้าสู่กระบวนการทางวินัยภายใน 10 วันนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (15 ธันวาคม 2563) เมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้เป็นประธานในการประชุมผ่านระบบทางไกล หรือวีดิโอคอนเฟอร์เรนท์ โดยมีพล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) พล.ต.ท.อดิศร์ งามจิตสุขศรี รอง จตช. พล.ต.ท.เชษฏา โกมลวรรธนะ จตร.(หน.) พล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบช.สตส ซึ่งประชุมร่วมกับรองผบช. ที่ทำหน้าที่จเรตำรวจของ บช.น. ตำรวจภูธรภาค 1-9 เพื่อติดตามผลการดำเนินการทางวินัย
ผลการดำเนินการ พบว่า ทุก บช. มีข้าราชการตำรวจ ที่เข้าสู่กระบวนการทางวินัย ประมาณ 166 นาย จาก 17 จังหวัด และ นครบาล ทั้งระดับ บก. ภ.จว และ ระดับ สถานีตำรวจ โดยมีตั้งแต่ระดับ ผบก. ลงมาถึง ผบ.หมู่ ซึ่งมีการดำเนินการตามแต่มูลเจตนาของผู้กระทำผิด ตั้งแต่เบาไปถึงหนัก ทั้งการว่ากล่าวตักเตือน การภาคฑัณฑ์ การกักยาม การกักขัง 3 - 15 วัน และหนักสุดคือ การเสนอพิจารณาวินัยร้ายแรง ซึ่งอาจจะเข้าสู่การดำเนินคดีทางอาญาต่อไป
สำหรับบช. ที่ลงฑัณฑ์ขั้นเบา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ ทุกบช. รายงานผลมาให้ กองวินัย ตร. ตรวจสอบความเหมาะสมกับมูลความผิดอีกครั้ง หากผลการลงฑัณฑ์ไม่เหมาะสม จะสั่งเพิ่มโทษต่อไป นอกจากนี้ได้สั่งการให้ รอง ผบช.ภ.1 ไปตรวจสอบ ภ.จว.อยุธยา และ ให้ รอง ผบช.ภ.2 ไปตรวจสอบ สภ.ใน จว.ระยอง ทุกแห่ง โดยละเอียดเพิ่มเติม แล้วรายงานผลโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม การประชุมในครั้งนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ย้ำให้ ทุก บช.ระมัดระวัง การเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกประเภท โดยเฉพาะ เบี้ยเลี้ยง คฝ. หากพบการกระทำผิดต้องถูกลงโทษ และ มีผลต่อการแต่งตั้งโยกย้าย โดยให้ทุก บช. ไปตรวจสอบบัญชีเสนอแต่งตั้งให้เรียบร้อย โดยขั้นต่อไป จะต้องได้ข้อยุติภายในสิ้นปีว่า เข้าสู่การพิจารณาโทษวินัยร้ายแรง หรือ ไม่ร้ายแรงอย่างไร หากสิ้นปียังไม่เสร็จสิ้น จะพิจารณาข้อบกพร่อง คณะกรรมการฯด้วย ขณะเดียวกันยังสั่งการให้ สตส.ลงพื้นที่ตรวจสอบคู่ขนานไปด้วย



