ข่าว

เลื่อนไม่มีกำหนด "เราเที่ยวด้วยกัน" เหตุส่อทุจริต 500 แห่ง พร้อมเอาผิด ผู้ใช้สิทธิโดนด้วย

เลื่อนไม่มีกำหนด "เราเที่ยวด้วยกัน" เหตุส่อทุจริต 500 แห่ง พร้อมเอาผิด ผู้ใช้สิทธิโดนด้วย

15 ธ.ค. 2563

เลื่อนไม่มีกำหนด "เราเที่ยวด้วยกัน" เหตุส่อทุจริต 500 แห่ง พร้อมเอาผิด แพ่ง-อาญาขั้นหนักที่สุด ผู้ใช้สิทธิโดนด้วย สะเทือนเลื่อนเฟส 2 ไม่มีกำหนด

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2563 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า กรณีสิทธิจองจำนวนห้องพักในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน จำนวน 5 ล้านห้องระยะแรก หรือ เฟส 1 พบว่ามีผู้ใช้สิทธิ์จองไปจนครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ ททท.หารือ ร่วมกับภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงกระทรวงการคลัง และธนาคารกรุงไทย ในการวิเคราะห์ข้อมูลการทำธุรกรรมในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีกรณีการกระทำที่เข้าข่ายทุจริตในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งมีทั้งในส่วนของผู้ประกอบการโรงแรม และในส่วนของร้านค้าที่รับชำระผ่านคูปองใช้จ่าย

“มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ยังคงไม่สามารถประเมินได้ เพราะยังต้องตรวจสอบจำนวนห้องพักที่มีความผิดปกติต่อไป จึงมองว่าอาจยังไม่สามารถเรียกว่า เป็นความเสียหายได้ในทันที เพราะต้องประเมินว่า มีจำนวนห้องพักในโรงแรมที่เข้าข่ายต้องสงสัยถูกจองทั้งหมดกี่ห้อง และอยู่ในกรณีใดบ้าง โดยขณะนี้มีชื่อโรงแรมที่เข้าข่ายต้องสงสัยแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงแรมขนาดเล็ก จึงต้องดำเนินการตรวจสอบจำนวนห้องพักที่ถูกใช้จริงทั้งหมดต่อไป” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

 

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สามารถสรุปรูปการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้น ได้แก่ 1.การเข้าเช็กอินในโรงแรมราคาถูก แต่ไม่ได้มีการเข้าพักจริง ซึ่งจะได้ประโยชน์ในการใช้สิทธิคูปองใช้จ่ายวันธรรมดา 900 บาท วันเสาร์-อาทิตย์ 600 บาท 2.โรงแรมขึ้นราคาค่าห้องพัก โดยร่วมมือกับร้านอาหาร หรือร้านค้าที่รับชำระคูปอง ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นการซื้อขายสิทธิการใช้ห้องพัก แต่ไม่ได้เกิดการเดินทางจริง ซึ่งสาเหตุที่ก่อให้สามารถกระทำลักษณะดังกล่าวได้ เป็นเพราะที่ผ่านมามีการปลดล็อกเงื่อนไข ให้สามารถใช้สิทธิเดินทางท่องเที่ยวได้ในภูมิลำเนาของตนเอง โดยเป็นการกระทำในแบบผู้ได้สิทธิร่วมมือกับโรงแรม ส่งเลขบัตรประชาชน 4 หลักสุดท้าย และเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งสามารถใช้รับรหัสโอทีพียืนยัน ถือเป็นการโอนสิทธิได้ และ 3.จองแล้วยังไม่ได้เช็คอิน และยังไม่ชำระเงิน

4.มีการใช้ส่วนต่างของคูปองเพื่อรับส่วนต่างเต็มจำนวนกรณีร้านค้าเพิ่มราคาอาหารไปมากกว่ามูลค่าอาหาร 5.มีการเข้าพักจริง แต่เข้าพักแบบเป็นกรุ๊ปเหมา โดยตั้งราคาห้องพักในระดับสูง และสามารถรับเงินส่วนต่างที่ตกลงกันไว้ เป็นการร่วมมือกันระหว่างโรงแรมและผู้เข้าพัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรณีที่จองตรงกับโรงแรม และ 6.โรงแรมที่เปิดขายห้องพักเกินจำนวนจริงที่มี อาทิ มีห้องพักจริง 100 ห้อง แต่เปิดขาย 300 ห้อง ซึ่งจำนวนห้องที่เกินมาจะนำไปขายต่อให้กับโรงแรมอื่น เพื่อรับประโยชน์จากเงินส่วนต่าง

เลื่อนไม่มีกำหนด "เราเที่ยวด้วยกัน" เหตุส่อทุจริต 500 แห่ง พร้อมเอาผิด ผู้ใช้สิทธิโดนด้วย

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า การดำเนินงานร่วมกับกระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และธนาคารกรุงไทย ที่ผ่านมาได้รับรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้มีการตรวจสอบอยู่ตลอดเช่นกัน เพราะในการดำเนินงานได้มีการจัดตั้งคณะทำงาน เพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและเรื่องอุทธรณ์สำหรับโครงการออก ซึ่งเป็นการตรวจสอบภายใน ไม่ได้เป็นประเด็นที่เปิดเผยออกมา แต่หลังจากที่มีการปลดล็อคเงื่อนไขให้เที่ยวภายในภูมิลำเนาได้ พบว่ามียอดจองใช้สสิทธิในโครงการเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อาทิ ในช่วงก่อนขยายเวลาการใช้โครงการรอบแรก ประมาณเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม มีการจองประมาณ 14,000 ห้องต่อวัน และเมื่อเพิ่มห้องพักให้จาก 5 สิทธิเป็น 10 สิทธิ มีการจองประมาณ 20,000 ห้องต่อวัน และเมื่อขยายเวลาสิ้นสุดโครงการจากเดือนตุลาคม เป็นต้นมา และการปลดล็อกภูมิลำเนา พบจำนวนการใช้สิทธิ 54,000 ห้อง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะต้องมีการตรวจสอบ ว่าเกิดอะไรขึ้น

สำหรับ ธุรกรรมที่ต้องสงสัยมีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นโรงแรม และร้านค้า จากข้อมูลที่มีพบว่า มีโรงแรมที่เข้าข่ายพฤติกรรมต้องสงสัยจำนวนประมาณ 312 ราย มีผู้ใช้สิทธิด้วย 108,962 สิทธิ ในส่วนของร้านค้ามีประมาณ 200 ราย มีผู้ใช้สิทธิด้วย 49,713 สิทธิ โดยททท.จะดำเนินการตรวจสอบกรณีที่ต้องสงสัยโดยด่วน

แบ่งกรณีการตรวจสอบออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ 1.มีการจอง เข้าพัก และทำการจ่ายเงินแล้ว หากพบว่ามีการทุจริตต่อโครงการ จะดำเนินคดีอย่างหนักทั้งทางแพ่งและอาญา 2.จองแล้วแต่ยังไม่ได้เข้าพักและชำระเงิน จะให้ระงับการจ่ายเงินสำหรับธุรกรรมที่น่าสงสัยไว้ก่อน โดยจะประสานกับคลังและกรุงไทย ยืนยันว่าขณะนี้มีแนวทางการตรวจสอบที่ชัดเจน และมีทิศทางในการดำเนินการกับผู้ทุจริตอย่างหนัก

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ จากเดิมที่จะเปิดให้ใช้สิทธิเพิ่มเติม 1 ล้านห้องพัก ซึ่งกำหนดเดิมในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ โดยจะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อเลื่อนออกไปก่อน จึงจะเห็นว่าบนหน้าเว็บไซต์เราเที่ยวด้วยกันดอทคอม ได้ขึ้นประกาศว่า เตรียมตัวให้พร้อม เราเที่ยวด้วยกัน เพิ่มอีก 1 ล้านสิทธิเร็วๆ นี้ โปรดติดตามข่าวสารและประกาศจากโครงการหรือททท.อีกครั้ง เพื่อให้มีการตรวจสอบ และมีการป้องกันการทุจริตเพิ่มเติม โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องการให้เกิดการกระจายการท่องเที่ยว โดยเชื่อว่าการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี 2563 น่าจะถูกจองที่พักจนครบแล้ว แต่อาจยังไม่เดินทาง สำหรับคนทั่วไป

“ขณะนี้มีโรงแรมเข้าร่วมโครงการกว่า 8,000 ราย มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายต้องสงสัย 312 ราย ร้านอาหาร 65,000 ราย ต้องสงสัยเพียง 200 รายเท่านั้น จึงสะท้อนว่าโครงการดังกล่าวพยายามป้องกันให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ทำให้ในภาพรวมยังสามารถดำเนินโครงการต่อไปได้ ใช้การท่องเที่ยวเข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยได้ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังกับผู้ที่จะเข้ามาฉวยโอกาสในการหาประโยชน์ด้วย โดยยืนยันว่าคณะทำงานมีแนวทางในการเข้าไปตรวจสอบ และจะดำเนินการอย่างเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อภาพรวมของโครงการต่อไป ซึ่งคาดว่าภายใน 1 เดือน จะสามารถตรวจสอบพฤติกรรมที่น่าสงสัย ว่าทำผิดจริงหรือไม่ได้ครบถ้วน” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

เลื่อนไม่มีกำหนด "เราเที่ยวด้วยกัน" เหตุส่อทุจริต 500 แห่ง พร้อมเอาผิด ผู้ใช้สิทธิโดนด้วย

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ลักษณะการเอาผิดผู้ที่มีการทุจริตจริงนั้น อยู่ในขั้นตอนการหารือตามกฎหมาย อาทิ การฟ้องเพื่อยึดเงินคืน เพราะได้มาแบบไม่สุจริต ส่วนการเอาผิดตามอาญา ยังต้องหารือว่า สามารถเอาผิดในกรณีฉ้อโกงได้หรือไม่ หากสามารถทำได้ จะตรวจสอบและนำเสนอให้กระทรวงการคลังดำเนินการให้ถึงที่สุดต่อไป ซึ่งนอกจากจะดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ยังจะตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และโครงการอื่นๆ ของรัฐทั้งหมดด้วย

ในส่วนของผู้ใช้สิทธิต้องพิจารณาอีกครั้ง ว่ามีเจตนาในการทำความผิดจริงหรือไม่ แต่หากถูกหลอกลวงก็จะเป็นอีกกรณี ทำให้ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี แต่ยืนยันว่าการฉ้อโกงจะต้องเอาผิดจริงทั้งโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร และผู้ใช้สิทธิ

ลดจุกๆ ส่งสุขส่งท้ายปี ช้อปเลย...

เลื่อนไม่มีกำหนด "เราเที่ยวด้วยกัน" เหตุส่อทุจริต 500 แห่ง พร้อมเอาผิด ผู้ใช้สิทธิโดนด้วย