ข่าว

เลขาฯกฤษฎีกาชี้รอดูประเด็น"ปทีป"ส่งวินิจฉัย

เลขาฯกฤษฎีกาชี้รอดูประเด็น"ปทีป"ส่งวินิจฉัย

19 ม.ค. 2553

เลขาฯกฤษฎีกาเผยรอดูประเด็นที่ "ปทีป" จะส่งมาให้วินิจฉัย ชี้ถ้าเป็นประเด็นเดิม กฤษฎีกาก็จะยืนยันความเห็นเดิมว่า ก.ตร.จะกลับมติ ป.ป.ช.ไม่ได้ ย้ำไม่ใช่หน้าที่ ครม.ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะเป็นเรื่องของ ก.ตร.

(19ม.ค.) คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์กรณีพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร.จะส่งเรื่องมาให้คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยการดำเนินการตาม มติ ก.ตร.กรณีการรับ 3 นายพลกลับเข้ารับราชการ ว่า ยังไม่ได้รับหนังสือจากพล.ต.อ.ปทีป แต่เรื่องนี้เคยมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้วเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม มาตรา 96 ของพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ทั้งนี้หากได้รับหนังสือจากรักษาการ ผบ.ตร.ก็ต้องดูว่า เป็นการหารือในประเด็นใด อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ในปี 2552 สำนักเลขาธิการ ครม.เคยทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อหารือว่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 214 ของรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ เข้าใจว่าในครั้งนี้คงมีประเด็นที่จะหารือใกล้เคียงกัน แต่ยังไม่ทราบจะหารือเรื่องใด ถ้าหารือในสิ่งที่กฤษฎีกามีความเห็นไว้ ก็จะส่งความเห็นเดิมกลับไปให้ ก.ตร. แต่ถ้าเป็นประเด็นใหม่ ก็คงเสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา คาดว่าใช้เวลาสองสัปดาห์

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาคือ ครม.ไม่สามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในกรณีนี้ได้ใช่หรือไม่ คุณพรทิพย์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2550 เขียนไม่เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 โดยรัฐธรรมนูญปี 50 ระบุว่า การจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ต้องเป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือ ครม. แต่ ก.ตร.ไม่ใช่องค์กรตามรัฐธรรมนูญ อีกทั้งคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยให้ความเห็นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของครม.แต่เป็นเรื่องของ ก.ตร. เมื่อถามว่าแสดงว่าทางออกเรื่องนี้ 3 นายพลต้องไปฟ้องต่อศาลปกครองเอง คุณพรทิพย์ กล่าวว่า ตามกระบวนการที่เคยทำมา หากผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษ แล้วมีการอุทธรณ์ ผู้มีอำนาจพิจารณาการอุทธรณ์ตามกฎหมายป.ป.ช.ให้พิจารณาโดยดุลยพินิจได้อย่างเดียว จะพิจารณาฐานความผิดไม่ได้ ดังนั้นผู้ถูกลงโทษสามารถส่งเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณาได้

 เมื่อถามว่า 3 นายพลสามารถอ้างได้หรือไม่ว่า การอุทธรณ์ครั้งนี้ไม่ใช่การอุทธรณ์คำสั่งลงโทษ แต่เป็นการอุทธรณ์ว่า ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจในการลงโทษ คุณพรทิพย์ กล่าวว่า ถ้าอุทธรณ์ ก.ตร.ต้องอุทธรณ์คำสั่งลงโทษ แต่ถ้าจะโต้แย้งความเห็นป.ป.ช.ต้องไปโต้แย้งที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า ป.ป.ช.ผิดหรือถูกอย่างไร เมื่อถามว่า กรณีนี้นายกฯต้องปฏิบัติตามมติก.ตร.คือรับ 3 นายพลกลับเข้ารับราชการ หรือ ก.ตร.ต้องปฏิบัติตามคำสั่งนายกฯ คุณพรทิพย์ กล่าวว่า ความจริงนายกฯเป็นประธานก.ตร. ซึ่งโดยปกติถ้าเป็นความเห็นที่ไม่ชอบก็ไม่ต้องปฏิบัติตาม แต่ถ้าเป็นความเห็นชอบด้วยกฎหมายก็ต้องปฏิบัติตาม

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่านายกฯไม่จำเป็นต้องรับ 3 นายพลกลับเข้ารับราชการตามมติก.ตร.ใช่หรือไม่ คุณพรทิพย์ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นเรื่องการสั่งให้กลับเข้ารับราชการหรือไม่ ซึ่งในส่วนของพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร.เป็นอำนาจนายกฯ แต่พล.ต.อ.พัชรวาทเกษียณไปแล้ว ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังไม่รู้ว่าจะไปตรงไหน ส่วนนายตำรวจอีกสองคนเป็นอำนาจของผบ.ตร.

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการโต้แย้งว่านายกฯเป็นเสียงเดียวใน ก.ตร. แต่เสียงส่วนใหญ่คือให้รับ 3 นายพลกลับเข้ารับราชการ คุณพรทิพย์ กล่าวว่า ถ้าเป็นมติที่ชอบก็ต้องปฏิบัติตาม เมื่อถามว่า สิ่งที่คณะกรรมการกฤษฎีกาต้องตีความคือมติก.ตร.ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คุณพรทิพย์ ตอบว่า ต้องดูข้อหารือก่อน ขณะนี้ยังไม่เห็นเรื่อง