ข่าว

“มาร์ค”ค้านทำประชามติปฏิรูปการเมืองอ้างช้าค่าใช้จ่ายสูง

“มาร์ค”ค้านทำประชามติปฏิรูปการเมืองอ้างช้าค่าใช้จ่ายสูง

09 มี.ค. 2552

"โฆษกภูมิใจไทย”หนุนสถาบันพระปกเกล้า”เจ้าภาพการปฏิรูปการเมือง"ระบุ"เป็นสถาบันการเมืองของรัฐสภา ที่น่ายอมรับความเป็นกลางพร้อมเสนอรัฐบาล - ฝ่ายค้านร่วมกก.ปฏิรูป“ปชป.”พร้อมร่วมมือ “สถาบันพระปกเกล้าฯ” ปฏิรูปการเมือง แนะให้คนนอกมีส่วนร่วม ย้ำอย่ายึดติดอายุรัฐบ

นายศุภชัย  ใจสมุทร  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวกรณีที่สถาบันพระปกเกล้า  รับเป็นเจ้าภาพการปฏิรูปการเมืองว่า ส่วนตัวนั้นเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสถาบันดังกล่าวเป็นสถาบันการเมืองแห่งเดียวที่ได้รับการยอมรับและยังเป็นสถาบันทางการเมืองที่เป็นหน่วยงานของรัฐสภา ซึ่งตนเชื่อว่าสถาบันพระปกเกล้าจะให้ความเป็นกลางและตนยังเห็นว่าควรที่จะให้รัฐบาลและฝ่ายค้าน เข้าไปเป็นกรรมการในการปฏิรูปการเมืองในครั้งนี้ด้วยเพราะเราจะได้ความคิดเห็นที่รอบด้าน ซึ่งผลดีทั้งหมดนั้นก็จะทำให้การเมืองพัฒนาไปได้

ปชป.พร้อมร่วมมือสถาบันพระปกเกล้าปฏิรูปการเมือง
นพ.บุรณัชย์  สมุทรักษ์  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปฏิรูปการเมือง ที่สถาบันพรปกเกล้าวางกรอบการแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันในความพร้อมการมีส่วนร่วมการปฏิรูปการเมือง เพราะวิกฤตของประเทศคือสาเหตุโดยตรงมาจากการเมืองที่ล้มเหลวในอดีต ซึ่งประชาชนคาดหวังว่านักการเมืองและพรรคการเมืองต้องมีส่วนร่วมในการทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้
 ทั้งนี้พรรคเข้าใจดีแม้หลายฝ่ายจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน พรรคจึงไม่ขอยื่นเงื่อนไขเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น และยินดีมีส่วนร่วมกับกระบวนการใดก็ตามที่มีความเห็นพ้องร่วมกัน โดยไม่ยึดติดว่าจะต้องเป็นหรือไม่เป็นใคร โดยหลักการจุดเริ่มต้นสำคัญคือ จะต้องให้ทุกฝ่ายยอมที่จะมีการพูดคุยหารือกันก่อน และควรที่จะมีกระบวนการให้คนนอก เข้ามามีส่วนร่วมด้วย และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียควรอยู่ในจุดที่เหมาะสม และควรจำกัดเฉพาะการแสดงความคิดเห็นมากกว่าที่จะมีส่วนในการตัดสินใจในเนื้อหาสาระนั้นๆ มิฉะนั้นสังคมก็จะไม่ให้ความไว้วางใจในการปฏิรูปการเมือง
 ส่วนข้อเสนอที่ว่านักการเมืองควรมีบทบาทอย่างไรนั้น พรรคเห็นว่าการปฏิรูปการเมืองโดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายนั้น ทุกฝ่ายไม่ควรผูกติดอยู่กับอายุรัฐบาล หรือไม่ควรจบลงไปหากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ทุกอย่างก็ต้องเข้าไปสู่การประชุมของรัฐสภา

“มาร์ค”ค้านทำประชามติปฏิรูปการเมืองอ้างช้าค่าใช้จ่ายสูง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการปฏิรูปการเมืองว่า วันเดียวกันนี้ ( 9 มี.ค.) คณะกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้าจะประชุม ซึ่งเขาจะรอฟังมติของทางคณะกรรมการสภาสถาบันฯว่า จะรับเรื่องนี้ไป และจะมีแนวคิดแนวทางอย่างไร คงจะมีการเสนอแนวทางกลับมา และเขาก็จะเชิญฝ่ายค้านมาพูดคุยกันอีกครั้ง
 เมื่อถามว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย แสดงความไม่เห็นด้วย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลักการเราพูดว่า จะขอให้ทางสถาบันพระปกเกล้าฯ เป็นแกนในการดำเนินการการปฏิรูปการเมือง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้ทำคนเดียว สิ่งที่ได้พูดคุยกันชัดเจน กับทางร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน และเลขาธิการสภาสถาบันพระปกเกล้าฯ คือ ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ต้องเป็นกระบวนการที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม หมายความว่า ต้องรวมถึงฝ่ายการเมืองด้วยในการที่จะเสนอความคิด
 “ไม่ได้หมายว่า ใครไปทำแล้วจะต้องทำโดยลำพัง หรือไม่ฟังใครเลย เพียงแต่จะต้องมีคนที่เป็นหลัก ในการดำเนินการ และได้รับการยอมรับในความเป็นกลาง ส่วนที่มีข้อเสนอให้รัฐบาลทำประชามตินั้น ส่วนตัวผมคิดว่า ประเด็นมันจำกัดเกินไป ในลักษณะที่จะไปใช้เวลา และค่าใช้จ่ายสูงมาก ในการทำประชามติ วันนี้ คือรอดูข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าฯก่อน และก็มีองค์กรอื่นๆ ที่อาจจะเกี่ยวข้องและสามารถเข้ามาสนับสนุนได้ เช่น สภาพัฒนาการเมือง ซึ่งเป็นองค์กรใหม่ตามรัฐธรรมนูญ ” นายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า ในหารือกับนายบรรหาร เมื่อค่ำวันที่ 8 มี.ค. ไม่ได้พูดกันในเรื่องดังกล่าว พูดแต่เรื่องปัญหาเศรษฐกิจ
 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็เป็นข้อท้วงติงอย่างหนึ่ง เนื่องจากบทเรียนที่ผ่านมาคือ บางปัญหาฟังผู้ปฏิบัติคือนักการเมืองน้อยเกินไป ก็เป็นจุดหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง แต่การให้สถาบันพระปกเกล้าฯ เข้ามาทำ ไม่ใช่เพื่อความสบายใจของพรรคการเมือง แต่ต้องยอมรับว่า มีการเขียนบทบัญญัติบางอย่างซึ่งนักการเมืองเคยท้วงติงว่า อาจจะเป็นปัญหาแล้วก็เป็นจริง แต่การทำแล้ว จะให้ถูกใจหรือพอใจกับทุกคนนั้น เป็นไปไม่ได้ ซึ่งในที่สุด ไม่ว่ากระบวนการจะไปอย่างไร ถ้ามีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก็ต้องกลับมาที่สมาชิกสภาฯอยู่แล้ว ก็จะมีโอกาสในการใช้ความคิดเห็น หรืออำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจ
 ต่อข้อถามว่า ยังยืนยันคำพูดเดิมคือ ไม่ต้องการให้นักการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่เริ่มต้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่า นักการเมืองจะเป็นเจ้าภาพในสถานการณ์อย่างนี้ไม่ได้ แต่สามารถที่จะแสดงความเห็น ข้อท้วงติงในฐานะผู้มีประสบการณ์ได้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าไปมีส่วนร่วม
 เมื่อถามถึงข้อเสนอที่จะให้นายสุจิต บุญบงการ อดีตสสร.ปี 2540 มาเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีปัญหา ส่วนระยะเวลา 8 เดือน ที่มีการพูดถึงนั้น คงต้องดูว่า กรอบจะทำอะไรบ้าง ขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียด คงต้องรอผลการประชุมของสภาสถาบันฯ และในที่สุดก็จะมีตัวคณะกรรมการหรือคณะทำงานขึ้นมา จากนั้น คงจะมีการเสนอว่า คณะทำงานชุดดังกล่าว จะทำอะไรได้บ้างในกรอบเวลา ซึ่งบางครั้งอาจจะต้องแบ่งเป็นช่วงระยะเวลา บางเรื่องที่เร่งด่วนก็อาจจะใช้เวลาไม่มาก แต่บางเรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ ก็ต้องใช้เวลาในการทำงานก็อาจทอดเวลายาวออกไป
 ผู้สื่อข่าวถามว่า คนยังไม่ค่อยเชื่อมือสถาบันพระปกเกล้าฯ เนื่องจากยังเป็นองค์กรใหม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาเรามีความขัดแย้งสูง ความยอมรับบุคคล องค์กร หรือหลาย ๆ สถาบัน ก็มีข้อถกเถียงเกิดขึ้นกับทุก ๆ องค์กร ซึ่งหลังจากที่คุยกับฝ่ายค้านแล้ว ก็น่าจะเป็นการสะท้อนถึงความยอมรับในระดับหนึ่ง แต่คงไม่ใช่ทุกคน ซึ่งเรื่องนี้ประธานและเลขาฯสถาบันฯ ก็เข้าใจดีว่า อาจจะมีการตั้งคำถาม ดังนั้น กระบวนการที่จะให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม จึงเป็นเรื่องสำคัญ เราก็ต้องให้ความมั่นใจว่า ทุกฝ่ายจะได้รับความเป็นธรรม มีสิทธิ์มีเสียงในการแสดงออก ความเห็นและได้รับการรับฟังอย่างจริงจัง
 เมื่อถามว่า เตรียมทางออกไว้หรือไม่ หากสถาบันพระปกเกล้าฯ ไม่รับเป็นเจ้าภาพ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เตรียมไว้ ถ้าคำตอบคือการไม่รับเป็นเจ้าภาพ ก็ต้องคิดต่อ ตอนนี้ก็มีอยู่ในใจบ้าง แต่ยังเชื่อว่า แนวทางที่จะให้สถาบันพระปกเกล้าฯ รับดำเนินการน่าจะมีความเป็นไปได้

พันธมิตรไม่ขัดข้องแต่ยังแทงกั๊กส่งตัวแทนร่วม

นายพิภพ   ธงไชย   แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ทางพันธมิตรฯไม่ขัดข้องที่สถาบันพระปกเกล้ารับเป็นเจ้าภาพในการปฏิรูปการเมือง ส่วนพันธมิตรฯจะเข้าร่วมหรือไม่นั้น จะต้องดูองค์ประกอบและโครงสร้างการทำงานของคณะกรรมอิสระดังกล่าวก่อน ว่ามีตัวแทนที่หลากหลายมากแค่ไหน เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม หรือไม่ โดยเฉพาะคนยากจนในสังคม
 ส่วนที่มีการเชิญตัวแทนพันธมิตรฯเข้าไปด้วย นั้น คงไม่สามารถระบุได้ว่าจะส่งใครไป หากเป็นไปได้ขอให้มีการระบุชื่อตัวบุคคลมาให้ชัดเจนว่าคณะกรรมการอิสระฯมีใครบ้าง เพื่อให้สังคมตรวจสอบว่าเป็นที่ยอมรับของสังคม