
เกาหลีใต้เอาไม่อยู่ ติดเชื้อใหม่ทะลุหลักพันครั้งแรก เล็งยกระดับคุมโรคเข้มสุด
ระดับ 2.5 เอาไม่อยู่ เล็งเพิ่มมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมขั้นสูงสูงสุด หลังยอดติดเชื้อใหม่ทะลุหลักพันครั้งแรก (ภาพปก Yonhap via Korea Herald)
สถานการณ์โควิด-19 ในเกาหลีใต้ที่ส่อรุนแรงมาตั้้งแต่ต้นเดือน เดินทางมาถึงการรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ทะลุหลักพันเป็นครั้งแรกในวันนี้ (13 ธ.ค.) โดยสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้ (เคซีดีเอ) แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 รายใหม่เพิ่มอีก 1,030 ราย จำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 1,002 ราย ส่งผลให้ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 42,766 ราย ยอดติดเชื้อใหม่วันนี้เป็นสถิติใหม่ ทำลายสถิติเดิมในวันก่อนหน้าที่พบผู้ป่วยใหม่วันเดียว 950 ราย สูงที่สุดนับจากเกาหลีใต้ยืนยันผู้ติดเชื้อรายแรกเมื่อเดือนมกราคม
การติดเชื้อแบบกลุ่มก้อนจากการรวมตัว บวกกับการติดเชื้อของคนหมู่มากในโบสถ์ และโรงพยาบาลในเขตเมืองใหญ่ ดันยอดผู้ติดเชื้อใหม่เกิน 400 รายมาตั้งแต่ต้นเดือน ก่อนพุ่งพรวดเป็นกว่า 900 จนทะลุหลักพันในวันนี้ สะท้อนว่ามาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมที่เพิ่มความเข้มงวดเกือบแตะระดับสูงสุด หรือระดับ 2.5 นั้น ยังไม่สามารถชะลอการติดเชื้อได้ นายกรัฐมนตรี ชอง ซเยคยอง กล่าววานนี้ว่า รัฐบาลอาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยกระดับมาตรการรักษาระยะห่างขึ้นเป็นระดับ 3 หรือสูงสุด
กระนั้น มาตรการคุมโรคระดับ 3 ของเกาหลีใต้ ไม่ใช่มาตรการล็อกดาวน์แบบที่ยุโรปใช้ เพียงมุ่งลดกิจกรรมทางธุรกิจและสังคมให้เหลือน้อยที่สุด เช่น ห้ามรวมตัวกันตั้งแต่ 10 คน รวมถึงกิจกรรมกีฬา และให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนทางออนไลน์เท่านั้น ประชาชนควรอยู่บ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนภาคเอกชน ก็ให้พนักงานที่ไม่มีความจำเป็น ทำงานจากบ้าน
ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในกรุงโซลและจังหวัดใกล้เคียง แหล่งรวมประชากรกว่าครึ่งจาก 51 ล้านคน โดยกรุงโซล มีผู้ติดเชื้อ 399 ราย รองลงไปเป็นจ.คยองกี และอินชอน ทางตะวันตกของโซล จำนวน 331 และ 62 ราย ตามลำดับ ขณะผู้ป่วยหนักเวลานี้มีจำนวน 179 ราย ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 580 ราย



